สวัสดีครับ พ่อแม่ พี่น้อง และ แควนๆ
ผมเสียดายมากที่พลาดการไปร่วมงาน สมัชชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในวันจันทร์ที่ 16 ก.ค. 50 นี้
ท่านอ.หมอวิจารณ์ ได้เคยบอกกล่าวไว้ ในบันทึกนี้ ว่าผมน่าจะไป
เมื่อไปไม่ได้เลยแวะไปปลดปล่อยความคิดแบบสดๆ ฝากท่านอาจารย์หมอ ไว้อีกที่บันทึกเรื่อง วิถีชีวิต ไอ้เฉื่อย ของท่าน และได้ Copy มาวางเป็นหลักฐาน อย่างที่เห็นข้างล่างนี่แหละครับ
กราบเรียน อ.หมอวิจารณ์ที่เคารพ
ผมหมายมั่นปั้นมือไว้ดิบดี ว่างานนี้ต้องไปให้ได้ แต่แล้ว มีรายการอบรมเป็นวิทยากรเดี่ยว ที่การรถไฟ 3 วัน ช่วง16-18 กค. ครับ
สุดแสนเสียดายแต่ก็คิดว่าสิ่งที่จะไปร่วมแจม ร่วมนำเสนอ โดยแนวคิดแล้ว สอดคล้องกับที่ท่านอาจารย์นำเสนอในบันทึกนี้และที่อื่นๆทุกประการ
ผมจึงคิดว่าจะขอใช้พื้นที่ตรงนี้ ตอกย้ำสิ่งที่ เคยคิด พูด ทำ มาแล้วตามแนวความคิด ความเชื่อดังกล่าวไว้ตรงนี้ เท่าที่พอจะนึกได้ครับ .. แน่นอนว่า คำ ในวาทกรรม คงไม่อาจใช้คำไพเราะ นุ่มนวลได้สักเท่าไร เพราะคงไม่เหมาะกับเรื่อง
..........................
- ธรรมชาติอันอุดมจากอดีต ทำร้ายคนไทย บ่มเพาะนิสัย ง่ายๆ สบายสบาย ไม่ต้องคิดอะไรไกล เพราะอย่างไรก็ไม่มีทางอดตาย
คนญี่ปุ่น โชคดีที่ธรรมชาติโหดร้าย แปรปรวน เอาแน่ไม่ค่อยได้ คนจึงคุ้นชินกับการ มีวินัย ทำงานเป็นทีมได้ดี ตื่นตัวอยู่เสมอ และ ไม่ประมาท .. ฯลฯ - หากค่านิยมในสังคม และระบบเศรษฐกิจ บ้านเรายังเป็นแบบโบราณ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่มันหนักตรงที่เรา หลงตามก้นเขา ไปเอาแต่เปลือกเขามา ทำการศึกษาผิดเพี้ยน ต่อเนื่องยาวนาน
กล่าวคือ ระบบสังคม เศรษฐกิจ แบบทุนนิยม วัตถุนิยม บริโภคนิยม มันเข้ามา ตอบสนอง ความง่ายๆ ของคนไทย ให้เป็นนักบริโภคที่ยิ่งใหญ่ด้วยความเคยชินเดิมๆ .. พอเทคโนโลยีอันหลากหลายเข้ามาอีก มันมาพร้อมความง่ายไปทุกอย่าง ทั้งง่าย ทั้งเร็ว ทั้งสะดวก รวมๆกันแล้ว กลายเป็นสันดานของ คนรุ่นใหม่ส่วนมาก ที่ วิ่งเข้าหาของง่าย หนักหน่อยไม่ได้ ไม่รักการเรียนรู้ ไม่สู้สิ่งยาก ก็วิถีชีวิตล้วนแต่แวดล้อมด้วยของที่ง่ายๆ เร็วๆ สะดวกๆ คนเป็นพ่อ-แม่ไม่น้อยแก้ปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยการ โยน ของสะดวกสบายให้เขา จนร่างกาย - จิตใจ และทักษะชีวิตหลายอย่าง สูญหายไป ไม่ได้รับการพัฒนาในวัยอันสมควร
ตัวอย่างเช่น เด็กบ้านนอกที่ยังพูดไม่ค่อยชัด เอาเงิน 100 บาทเดินไปซื้อแผ่น Cd เกมส์ หรือหนังรบราฆ่าฟัน จากตลาดนัดหน้าบ้าน ได้ 3 แผ่น ขึ้นบนบ้าน ใส่แผ่นเข้าเครื่อง Vcd เปิดเล่นเอง นั่งจ้องทีวีได้หลายชั่วโมง
ร่างกาย-จิตใจ ขาดโอกาสที่จะได้รับการพัฒนาไปมากมายด้วยเหตุทำนองนี้ แทนที่จะมีเวลาวิ่งเล่น สมาคมกับเพื่อนเด็กวัยเดียวกัน เรียนรู้ความสุข ความทุกข์ ความสนุก ความเจ็บปวด ตามธรรมชาติ ธรรมดา
สุดท้าย สิ่งที่ได้คือ ความมักง่าย ของคนในชาติครับ ... ผมเลยพูดเป็นคำคล้องจองไว้นานแล้วว่า ...
อันว่าความง่าย กับ ความมักง่ายนั้นอยู่ใกล้กันจนน่ากลัว
-
ความง่ายที่มีให้ และมากเกินพอดี จะปิดโอกาสแห่งการเรียนรู้ คนเป็นพ่อแม่ ครู และนักการศึกษา พึงตระหนักเสมอว่า กิจกรรม และสื่อการเรียนรู้ สำหรับพัฒนาคนนั้น ต้องไม่ใส่ความง่ายเข้าไปจนเขาไม่ได้คิด ไม่ได้ต่อสู้ดิ้นรน ต้องวางแผนและ ออกแบบอย่างแยบยล ไม่ให้กระบวนการเรียนรู้ เป็นตัวทำลายการเรียนรู้เสียเอง
- สิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งเรื่องหนึ่ง แต่จะต้องต้านกระแสคัดค้านของคนส่วนมากให้ได้ เพราะเขาจะบอกว่า " ไม่ทันสมัย" "เชย" "โบราณ" "ไม่ทันกิน" ฯลฯ
สิ่งนั้นคือ การถอยหลังกลับไปใช้ กระบวนการ วิธีการ ตลอดจนเทคโนโลยี เก่าๆ อย่างมีเป้าหมาย ให้คน คือนักเรียน นักศึกษาได้ทดลองทำ ทดลองใช้ โดยให้เขาได้มีโอกาส พบความยาก ความท้าทาย รู้จักคิด ดัดแปลง หาวิธีการแก้ปัญหา หาทางออก เกิดความคิดสร้างสรรค์ ที่เป็นของตัวเอง และนำมาถ่ายทอด แลกเปลี่ยนกัน โดยไม่ต้องแข่งกันทันสมัย ไม่ต้องสนใจว่าของใครจะเร็วกว่า สะดวกกว่า มองคุณค่าของสิ่งที่คิด ที่ทำให้หลายด้าน หลายมิติ ชื่นชมความรู้ความสามารถอันหลากหลายที่เขาได้แสดงออก .. ฯลฯ ซึ่งมีเรื่องให้ทำได้มากมาย ไม่รู้จบ - ขอยกตัวอย่าง เช่น ...
กิจกรรมที่ต้องมีการบันทึกเสียง .. ลองให้เขาอัดเสียง โดยใช้เครื่องมือ ที่หาได้รอบๆตัว ตั้งเป็นโจทย์ว่า จะนำเสียงที่บันทึกไว้มาฟังกันให้ได้ นั้นจะทำวิธีไหน ใช้วัสดุอุปกรณ์อะไรได้บ้าง ... เราจะได้เห็นอะไรแปลกๆ เช่นเสียงที่มากับกล้องดิจิตอล โดยเขาตั้ง Mode ถ่าย Video แต่ใช้เป็นเครื่องอัดเสียง อาจจะมีบางคนได้เทปโบราณ แบบ Reel to Reel บันทึกเสียงมา อาจมีบางคน ทุลักทุเล อัดเสียงเข้าเครื่อ VTR แบบม้วน VHS ที่กำลังเป็นขยะ ที่มีราคาหลายพันล้านบาท และรอการทิ้ง-ทำลาย อย่างน่าเสียดาย ทั้งๆที่ยังใช้งานได้ เพราะใครต่อใครก็หันไปเล่น VcD และ DVD
หรือจะลองปัดฝุ่นเรื่อง สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ผมเคยทดลองทำและเผยแพร่ จนมติชน นำไปลงด้วยความชื่นชมมาแล้วเมื่อ 7-8 ปีก่อน มาให้เขาได้ฝึกทำกันก็น่าจะดี เอาของเก่าที่มี มาใช้งานแบบผสมผสาน แม้จะโบราณ แต่ในกระบวนการ เราได้ฝึกคนไปด้วยครับ
ระบบดังกล่าวคือการสร้างสื่อภาพนิ่งประกอบเสียง โดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย
ไม่ต้องล้างฟิล์มให้สารเคมีต้องเปื้อนโลก กล้องดิจิตอลสักตัว แค่ 0.3 Megapixel ก็ได้แล้ว เอาที่มีช่อง Video out คือต่อดูภาพนิ่งทางทีวีได้
เครื่องเล่น/บันทึก Video ชนิดม้วน VHS เป็นตัวบันทึกภาพนิ่ง .. กดภาพนิ่งจากกล้องใส่เข้าไป อัดเสียงบรรยาย+เสียงดนตรีประกอบเข้าไป .. เอาเทปวิดีโอมาเปิดใหม่ ได้เป็นสไลด์ประกอบเสียง ที่ผมเรียกมันว่า สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ นั่นเอง
เรื่องสนุกและท้าทายยังมีอีกมาก ในด้านการทำอย่างไรให้ได้เสียงชัด โดยใช้เครื่องมือประหยัดรอบตัว ทั้งใช้โดยตรง และดัดแปลง ผสมผสานกัน FM. Wireless Mic. ทำเอง สักตัว มูลค่า 40-50 บาท วิทยุเทปสักเครื่อง ซาวด์อเบ้าท์โบราณสักเครื่องไว้เล่นเพลงประกอบ สุดท้าย ระบบการบันทึกเสียงที่หลากหลาย ที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถในการทำ ในการแก้ปัญหา ได้อดทน ได้มีสมาธิ และอะไรอีกมากมาย .. และที่สำคัญได้พิสูจน์ว่าเขา คิดได้ ทำได้ .. แล้วนำมาช่วยกันยกย่อง ชื่นชม ให้เขามีพลัง มีใจรักที่จะเรียนรู้ สร้างสรรค์ต่อไป - ฯลฯ
- ขอจบแค่นี้ก่อนครับ .. ขออภัยที่ ยาว และอาจดูสับสน วกวน คิดไป พิมพ์ไปครับ.
- หวังว่าคงจะมีอะไร แม้แต่เล็กน้อย จากที่นำเสนอมานี้ ไปควบรวม กับแนวคิดที่ท่านอาจารย์จะไปนำเสนอได้บ้างนะครับ
- ด้วยความเคารพ
..........................................
หมายเหตุ :
ข้างล่างนี้ เป็นการบันทึกไว้ดูเอง เพื่อให้อยู่ด้วยกันครับ .. รุงรังหน่อยก็ยอม .. ไม่จำเป็นไม่ต้องตามลงไปอ่านครับ ไม่ค่อยมีอะไร
<p class="content">………………………………………….</p>
![]()
Handy
เมื่อ จ. 09 ก.ค. 2550 @ 00:20 [ 315198 ]
สวัสดีครับทุกท่าน
สิ่งที่ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์นำเสนอ หลายเรื่องเป็นเรื่องเดียวกับที่ผมเองก็พูดเสมอกับทุกกลุ่มคนที่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งนักศึกษา ครูอาจารย์ และผู้บริหารสถานศึกษา ไม่ใช่มาแอบอ้างครับ แต่อยากยืนยันว่าเราท่านทั้งหลายต่างเห็นร่วมกันอยู่ ว่า "มันหนักข้อขึ้นทุกวัน"
ปัญหาทั้งหลายมีเหตุเป็นแดนเกิด และเหตุแห่งปัญหาก็มีมากมาย ทั้งที่เห็นง่ายๆ และสลับซับซ้อน
ทางแก้ หรือลดปัญหาจึงต้องทำหลายทาง หลายมิติ ช่วยกันทุกๆฝ่าย ตามบทบาทและเงื่อนไขที่เอื้อให้ทำได้ เหมือนกับช่วยกันสกัด ปิดกั้นสิ่งชั่วร้าย ต้องช่วยกันดูโดยรอบด้าน
สถานภาพต่างๆที่เรามี เราเป็น ล้วนมีส่วนช่วยได้ทั้งนั้นครับ
- พ่อ-แม่ ผู้ปกครอง
- พี่ ป้า น้า อา
- ครู-อาจารย์
- พระ-นักบุญ-นักบวช
- สื่อมวลชน
- ผู้บริหารสถานศึกษา
- พ่อค้า-นักธุรกิจ
- ดารา - นักร้อง-คนวงการบันเทิง
- แพทย์-พยาบาล-บุคลากรด้านสาธารณสุข
- เกษตรกร-บุคลากรด้านการเกษตร
- .... ฯลฯ ฯลฯ
- และ ประชาชน คนทั่วไป
คิดกันสิครับ ไม่ต้องรอว่าใครทำอะไรหรือยัง รีบทำสิ่งที่ท่านทำได้และอยู่ใกล้ๆตัว โดยทันที เพื่อช่วยกันสร้างสังคมนี้ให้น่าอยู่ ด้วยการพัฒนาคน คือลูกหลานของเรา ให้คิดเป็น มีภูมิคุ้มกันที่ดีพอ ต่อสิ่งชั่วร้ายที่แฝงตัวมากับความเจิญก้าวหน้า ทางวัตถุและเทคโนโลยี ของโลกยุคใหม่
อะไรๆมันต้องดีขึ้น ถ้าทุกคน ตระหนัก และ เอาจริง ครับ
...................
</strong>
<ul><li><div class="comment_item">
ขอบพระคุณมากครับ
- "ผมเป็นผม ก็เพราะเป็นเด็กบ้านนอก และเป็นลูกคนจน" ผมบอกคนที่เขาชื่นชมผม เช่นบรรดาลูกศิษย์ด้วยประโยคนี้เช่นกันครับ
- แนวคิดเรื่อง "หนามยอก - หนามบ่ง" ก็ตรงกับที่ผมพยายามทำมาโดยตลอดครับ น่าเสียดายที่หลายคนเขามองไม่ออก เช่นผมประกาศตัวว่า การใช้ ICT พัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่เน้นการแข่งขัน และส่งเสริมการแยกกันเรียนรู้ เขาทำกันอยู่มากแล้ว และ ถ้ามากเกินไปจะทำให้เสียศูนย์ ผมจึงขอคิดทำ และส่งเสริมการพัฒนาสื่อ ICT ชนิดให้คนได้เรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน .. ได้ขัดแย้ง ได้ช่วยเหลือ ได้ปลอบใจ ได้ถกเถียงกันจริงๆ ได้เรียนรู้ความอดกลั้น อดทน รู้จักการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ฯลฯ ... คงจะได้นำเสนอตัวอย่าง เป็นบันทึกใน Blog ของผมต่อไป
- ผมมั่นใจมาก เพราะมีตัวอย่างเป็นรูปธรรมให้เห็นทั่วไป ทั้งในต่างประเทศและเมืองไทย ว่าคนยุคใหม่ "เสียคน เพราะเทคโนโลยี" เหตุเพราะ เทคโนโลยีพกพา ความง่าย ความสบาย และ ความรวดเร็ว มาให้คนติดและชินกับมัน ... ความใฝ่รู้ สู้สิ่งยาก จึงห่างไกลจากคนรุ่นใหม่มากขึ้นทุกที จนผมสรุปเป็นวาทกรรม บอกกล่าว เผยแพร่มานานแล้วว่า ..
" อันว่าความง่าย กับ ความมักง่าย นั้นอยู่ใกล้กันจนน่ากลัว "
การใช้ใช้สื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ จึงต้องจัดการอย่างแยบยล ไม่ให้ความง่ายมาทำร้ายคน และสอดใส่ความยากลำบากไว้ให้เขาได้ใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาตน อยู่ในระบบ หรือกระบวนการเรียนการสอนโดยมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องสนับสนุน อย่างถูกที่ และพอเหมาะ พอดี ไม่ขาด ไม่เกินครับ
</div></li></ul></strong>
ขอบคุณครับท่าน "น้องยุทธ์" สิงห์ป่าสัก
ผ่านมาร่วมปี ผมย้อนมาอ่านบันทึกนี้ ... เห็นโผล่หน้ามาเยี่ยม ก็ต้องขอขอบคุณย้อนหลังครับ