จันทร์ฉาย
นาง กิติกานต์ ศรีวิชัย

บอนพันงู


1 ต้นคุณมุกดาเก็บดอกและก้านไปจำหน่ายได้ประมาณ 10 บาท คุณมุกดาตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะขยายบอนพันงูให้ได้แสนต้นเพื่อที่จะได้มีเงินล้าน

บอนพันงูไม้ป่า  ทำอาหารอร่อย นำไปขายสร้าง รายได้ดี    

        ได้รับแจ้ง  จากคุณประสิทธิ์  อุทธา  นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 6 ว่าที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจชุมชน  ของคุณมุกดา  โมราราย   บ้านเลขที่ 16  หมู่ที่ 14 ตำบลท่าไม้  อำเภอพรานกระต่าย มีของดีจะอวด   จึงนำผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นทิพย์เคเบิ้ลทีวี  แวะเข้าไปเยี่ยมซึ่งมีคุณวาด  วานิช  เกษตรอำเภอพรานกระต่าย    คุณประสิทธิ์   อุทธา  และเจ้าของแปลงรอ ต้อนรับอยู่  แปลงเรียนรู้เศรษฐกิจชุมชนแปลงนี้มีกิจกรรมหลายอย่าง  เช่นปลูกถั่วฝักยาว  เลี้ยงปลากินพืช   ปลาดุก เลี้ยงหมู  ปลูกพืชผักสวนครัวไว้กิน   ปลูกไผ่   และบอนพันงู     

      <p align="center">ต้นบอนพันงู ที่ขึ้นใต้ร่มไม้ ขนาดที่พร้อมเก็บเกี่ยว</p><p>          คุณมุกดาเล่าว่าบอนพันงู  เป็นไม้ตระกูลบอน  ปกติจะขึ้นตามป่าที่มีความชื้น  โดยเฉพาะเขตป่าแถวตำบลท่าไม้  อำเภอพรานกระต่าย   นิยมเก็บดอกและก้านมาแกงกิน   เป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อยเป็นที่นิยมของคนโดยทั่วไป  คนจึงไปเก็บมาจากป่ากันมากเพื่อนำมาเป็นอาหารและนำไปขาย   ซึ่งราคาจำหน่ายขณะนี้ดอกละ  5 บาท  สำหรับดอกเล็กและดอกใหญ่จำหน่ายดอกละ  7 บาท สำหรับก้านก็จำหน่ายในราคาเดียวกับดอก   ในปัจจุบันในป่าจึงหาไม่ค่อยได้ มีคนมารับซื้อหัวไปปลูกกันโดยคิดราคาหัวละ 6 บาท     </p>         <p align="center">เจ้าหน้าที่เกษตร อ.พรานกระต่าย และเกษตรกร        เมล็ดแก่สามารถนำไปเพาะขยายพันธุ์</p><p>               คุณประสิทธิ์ได้แนะนำให้คุณมุกดา  ทดลองเก็บเมล็ดที่พอหาได้มาเพาะ  เพาะไปได้ 1 เดือนเมล็ดจะงอก  นำไปปลูก 3  ปี จึงจะออกดอกสามารถเก็บได้ถ้าเก็บในช่วงที่อายุอ่อนกว่า 3 ปี หัวบอนพันงูจะเน่าตาย  แต่ถ้าเก็บหลังจากอายุ  3 ปีบอนพันงูจะไม่ตายพอถึงช่วงฤดูแล้งต้นจะยุบและฤดูฝนมาถึงก็จะขึ้นใหม่  โดยดอกจะแทงออกมาก่อนแล้วใบถึงจะตามมาออกดอกประมาณปลายเดือนเมษายน  การปลูกบอนพันงูจะต้องเลือกปลูกในพื้นที่ดอน  และต้องเป็นบริเวณใต้ร่มไม้ใหญ่ถึงจะเจริญเติบโตได้ดี</p><p>              ในปัจจุบันคุณมุกดา  มีต้นบอนพันงูที่อายุ 3 ปี อยู่ประมาณ  2,000  ต้น  ใน 1 ต้นคุณมุกดาเก็บดอกและก้านไปจำหน่ายได้ประมาณ  10  บาท คุณมุกดาตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะขยายบอนพันงูให้ได้แสนต้นเพื่อที่จะได้มีเงินล้านโดยแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเพราะบอนพันงูปลูกง่าย  ไม่มีโรคและแมลงรบกวน  ปลูกครั้งเดียวแต่สามารถเก็บผลผลิตได้ทุกปีหลังจากที่มีอายุ 3 ปีแล้ว   ไม่ต้องใช้พื้นที่มาก อาศัยใต้ร่มไม้ใหญ่และที่แน่ๆคือตลาดมีความต้องการมากทุกวันนี้มีคนมาสั่งจองถึงบ้านไม่ต้องออกไปจำหน่ายเอง    ซึ่งเราก็หวังว่าคุณมุกดาน่าจะประสบผลสำเร็จภายใน 3 ปี     </p><p><div style="text-align: center">แกงบอนพันงูใส่ไก่บ้าน</div> <div style="text-align: center"></div></p><div style="text-align: center">             ก่อนกลับ   คุณมุกดา  ได้นำผลผลิตในแปลงมาทำเป็นอาหารมื้อกลางวันให้ได้ทานกัน  และหนึ่งในนั้นก็คือแกงบอนพันงูใส่ไก่บ้าน  เป็นครั้งแรกที่ได้กินบอนงูรสชาติอร่อยตามคำบอกเล่าจริงๆค่ะ         </div>

หมายเลขบันทึก: 110893เขียนเมื่อ 12 กรกฎาคม 2007 15:41 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 18:09 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (5)
  • ภูมิปัญญาของคุณมุกดา สามารถสร้างรายได้ และเป็นการทำหน้าที่อนุรักษ์ไปพร้อมกันนะครับ 
  • หากต้องการพันธุ์บอนพันงูมาปลูก เขาจะแบ่งขายไหมครับ
  • ขอบพระคุณมากครับที่นำมา ลปรร.
  • ชื่อ บอนพันงู น่าจะมีที่มานะ
  • ที่อื่นมีปลูกมั๊ยครับ
  • ฝากความคิดถึงท่านเกษตรอำเภอ ด้วยครับ

 

    ขอบคุณคุณสิงห์ป่าสักและหนุ่มร้อยเกาะที่แวะมาเยี่ยม  ขอตอบคำถามรวมกันเลยนะค่ะ

    1.บอนพันงูเป็นไม้ที่ขึ้นอย่ในป่าตามธรรมชาติ ปัจจุบันมีคนเริ่มนำมาปลูกกันในอำเภอพรานกระต่ายมีปลูก 6 ราย  สำหรับที่อื่นน่าจะมีปลูกเพราะมีคนมารับซื้อหัวจากอำเภอพรานกระต่าย

     2.ชื่อบอนพันงู มาจากลวดลายของลำต้นที่มีลักษณะคล้ายงู ดูได้จากภาพข้างบนค่ะ

    3. หัวบอนพันงูคุณมุกดายังไม่จำหน่ายค่ะแต่ถ้าต้องการเมล็ดไปปลูกเพื่อขยายพันธ์คุณมุกดาพอมีแบ่งปันค่ะ  ติดต่อได้ที่คุณประสิทธิ์  อุทธา ค่ะ        

ผมขอคำแนะนำด้วยครับวิธีการลงภาพ***ประกอบข่าวสาร**ดีมากๆเลยผมกำลังศึกษา**

 

วัชรินทร์/ร้อยเอ็ด

สวัสดีค่ะ คุณวัชรินทร์

             ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยม  สำหรับวิธีการลง ภาพดิฉันการลงก็ยังติดขัดเพราะไม่ค่อยมีความชำนาญเกี่ยวกับคอม ต้องขออภัยด้วยนะค่ะ อยากให้คุณวัชรินทร์ขอคำแนะนำจากคุณสิงห์ป่าสัก  เพราะเป็นอาจารย์สอนดิฉัน  และคุณสิงห์ป่าสักมีความชำนาญเชี่ยวชาญเป็นวิทยากรของกรมฯด้วยค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี