พวกเราคงเคยได้ยินเขาเล่าว่า..  เรื่องโน้นเรื่องนี้ ถ้าเป็นที่เรื่องที่ไม่โดนใจจริงๆเราก็จะอ่านหรือฟังไว้เฉยๆ ไม่ได้สนใจคิดต่อๆๆไป ดังนั้นเขาเล่าว่ายังไม่เป็นการจัดการความรู้ เป็นเพียงการรับรู้ ในประเภทรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม แล้วมันจะเป็นการจัดการความรู้เมื่อไหร่ละ เอ๋อ..มันเป็นอย่างนี้ครับ 

ก่อนย่ำรุ่งเมื่อสักชั่วโมงที่ผ่านมานี้เอง แมลงเข้าหูผม ในขณะนอนฟังเสียงไก่ขันเพลินๆ  ก็มีเสียงกุกกักๆในรูหู อ้าว! เจอแจ๊คพล็อตอีกแล้วหนอเรา จะทำยังไงดีละ ในภาวะฉุกเฉินอย่างนี้ เราต้องการความรู้เร่งด่วนเพื่อนำมาจัดการความรู้ ในเบื้องต้นสมองเราจะประมวลความรู้เกี่ยวกับแมลงเข้าหู สิ่งแรกที่นึกได้เป็นเนื้อเพลงสนุกๆที่ว่า..นั่นดอกอะไรเสียบไว้ในรูฮู้!!   

แต่ดอกอะไรเสียบไว้ในรูฮู้ มันไม่ได้ช่วยสภาพที่มีการจลาจลในหูเช่นนี้ แต่เคยได้ยินจากที่ไหนก็จำไม่ได้แล้ว เขาบอกว่า..”ถ้าแมลงเข้าหู ให้เอาน้ำมันพืชหยอด ไม่มีเวลาตัดสินใจว่าใช่หรือไม่ใช่แล้ว เพราะเจ้าแมลงมันดิ้นอยู่ในหูกร๊วกกรากๆมากขึ้น รีบไปบอกหวานใจว่าแมลงเข้าหู เขาบอกให้นอนตะแคงแล้วเอาน้ำมันพืชมาหยอดใส่ สักพักอาการกุกกักในหูก็สงบลง รู้สึกหูเอื้ออย่างมาก  

ผมมานั่งทบทวนว่า วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นที่ครอบครัวเรามีความรู้ตรงกัน (ใช้วิธีเอาน้ำมันพืชเข้าหู) คาดว่าเที่ยงวันคลินิกหู ตา คอ จมูก เปิด ก็จะไปให้หมอเอาเจ้าแมลงหลงรูออกมา เฮ้อ! มันไม่สนุกยังกะเพลงที่ร้อง ..นั่นดอกอะไรเสียบไว้ในรูฮู้สักกะหน่อย อิอิ..

เรื่องนี้เกิดคำถามในใจ

1. อุจาระหูโดนแมลงลุยเละแค่ไหน

2. แก้วหูเราจะพังรึเปล่า

3. เราจะเอาแมลงออกมาโดยวิธีใด

4. ไปคลีนิคไหนดี

5. จะสรุปบทเรียนว่าอย่างไร?