มีการพัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตรอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว

     รัฐบาลไทยให้การสนับสนุนทุนฝึกอบรมและดูงานหลักสูตรTechnique of Agriculture and Extension แก่เจ้าหน้าที่จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)  จำนวน 5 คน วันที่ 9-21 กรกฎาคม 2550 ทั้งนี้เป็นไปตามกรอบความร่วมมือทางวิชาการไทย- ลาว ครั้งที่ 12  สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความร่วมมือในการจัดและดำเนินงานตามหลักสูตรดังกล่าว

                                

รูปคณะดูงาน สปป.ลาว

     เนื้อหาหลักสูตร ประกอบด้วยการบรรยายประสบการณ์และวิชาการด้านการส่งเสริมการเกษตร ตลอดจนการดูงานในพื้นที่จังหวัดนครปฐมราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรรณบุรี ชัยนาท พิธีเปิดโดยท่านรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร(ท่านรองไพโรจน์ ลิ้มจำรูญ)กล่าวต้อนรับและให้ข้อคิดว่าการอบรมต้องรู้จักการสังเกตุ การวิเคราะห์ การคิดอยู่เสมอเนื่องจากมีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอทั้งสภาวะโลกร้อน ทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไป บางแห่งไม่เคยร้อนก็ร้อนเช่นในยุโรป จากที่เคยร้อนก็หนาว เป็นต้น จากนั้นมีการนำเสนอการแนะนำกรมส่งเสริมการเกษตรโดยคุณสุนิสา บุญญะปฏิภาค หัวหน้าฝ่ายวิเทศสัมพันธ์

     ดิฉันได้มีโอกาสเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง ระบบส่งเสริมการเกษตรของประเทศไทยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ได้กล่าวถึงความเป็นมาระบบส่งเสริมการเกษตรตั้งแต่ตั้งกรมส่งเสริมการเกษตรปี 2510  การทดลองรูปแบบการส่งเสริมการเกษตรในเขตชลประทาน 5 โครงการ การกู้เงินจากธนาคารโลกเพื่อนำมาปรับปรุงระบบส่งเสริมการเกษตรของไทยเรียกว่าระบบฝึกอบรมและเยี่ยมเยียนเกษตรกร(Training &Visit  System)ปี 2520-2525  จากนั้นเป็นต้นมามีการพัฒนาปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งด้านนโยบาย รัฐบาล ผลการวิจัย ความเป็นไปได้ของการปฏิบัติงาน รัฐธรรมนูญ การมีส่วนร่วมของประชาชน ความต้องการของเกษตรกร(ลิงค์อ่าน) จะเห็นได้ว่ามีการพัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตรอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว สิ่งสำคัญคือ ต้องเป็นไปตามปรัชญาของงานส่งเสริมการเกษตร ดังนี้คือ

     การส่งเสริมให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนภายใต้ภูมิสังคมของเกษตรกร ส่งเสริมให้เกษตรกรตัดสินใจด้วยตนเองภายใต้ข้อมูลรอบด้าน โดยเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำส่งเสริมหรือเป็นพี่เลี้ยงเท่านั้น

ระบบส่งเสริมการเกษตรปี 2550  ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบคือ

(1)การทำงานในพื้นที่ และ(2)การสนับสนุนการทำงานในพื้นที่

ระบบนี้เน้นให้ความสำคัญการทำงานของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอซึ่งใกล้ชิดกับเกษตรกรมากที่สุด ส่วนอื่น ๆ ทำหน้าที่ให้การสนับสนุนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน

นอกจากนี้ยังนำการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานตามระบบส่งเสริมการเกษตรอีกด้วย

จากการนำเสนอได้ฉายวีซีดี เรื่องกระบวนการแผนชุมชนแบบมีส่วนร่วมและการขับเคลื่อนเครือข่ายKM ประเทศไทย คณะผู้ดูงานแสดงความสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยกล่าวว่าเพิ่งทราบเรื่อง KM ในวันนี้ และสอบถามคลังความรู้เรื่องการกำจัดเสี้ยนดินและเพลี้ยไฟในแตงโมของสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม โดยคุณอูษา ทองแจ้งได้นำเสนอให้คณะผู้ดูงานได้รับทราบด้วย  ดิฉันได้กล่าวว่าอูปสรรคสำคัญคือการไม่ยอม ลปรร.กันเนื่องจากมีการหวงความรู้กัน ถ้าเราเก็บความรู้ไว้คนเดียว ความรู้เราจะตายไม่มีการต่อยอดความรู้เลยและเราก็จะมีความรู้ที่ไม่ทันสมัยอยู่กับตัว

เป็นอีกวันหนึ่งที่มีความรู้สึกดี ๆ ที่ได้เล่าเรื่องของกรมส่งเสริมการเกษตรที่ดีให้คณะผู้ดูงานได้รับรู้คะ แล้วพวกเราชาวกรมส่งเสริมการเกษตรมีเรื่องดี ๆ เล่าให้ฟังบ้างนะคะ

ธุวนันท์ พานิชโยทัย

10 กรกฎาคม 2550