เมื่อพ่อ-แม่ต้องแยกทางกัน ทำให้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของลูกมาก

จากกรณีที่เกิดขึ้นจากการบริการให้คำปรึกษาทางด้านของการศึกษาของนิสิตที่เกี่ยวข้องกับการเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของนิสิต ทำให้นิสิตวางแผนชีวิตไม่ถูก ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร ดังกรณีที่เกิดขึ้น พ่อมีอาชพเป็นทนายความ   แม่มีอาชีพ รับจ้าง  มีบุตรด้วยกัน 2 คน ส่วนนิสิตที่มารับคำปรึกษา กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2  

โดยโทรศัพท์  มาด้วยปัญหา  :  ความเครียดจากครอบครัว

เมื่อเข้าศึกษาปี1   การดำเนินชีวิตของครอบครัวมีความสุขดี  ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย แต่ในขณะที่ศึกษาอยู่ด้านการใช้จ่ายการเงินตามปกตินิสิตจะได้ ค่าใช้จ่ายกับครอบครัวเดือนละ 4,000 บาท   และฐานะทางการเงินพอไปได้  และผู้ปกครองไม่ให้นิสิตกู้เงินทุนเพื่อการศึกษา ( กยศ.) เพราะสามารถที่จะส่งลูกเรียนได้  แต่ช่วงขึ้นปี 2 พ่อ-แม่มีปัญหาชีวิตทะเลาะเบาะแว้ง  เรื่องเศรษฐกิจ  ส่วนตัว 

ส่งผลให้พ่อแม่แยกทางกัน  ไปกันไม่ได้ และผู้ที่เป็นแม่  ต้องการที่จะให้สามีรับผิดชอบด้านค่าใช้จ่ายของลูกสาว  แต่ พ่อส่งบ้างไม่ส่งบ้าง ทำให้ภาระตกหนักที่สูกสาว  ที่จะต้องคิดมาก  สับสน ไม่มีสมาธิ  เงินไม่พอใช้  มีผลกระทบต่อด้านการเรียน ไม่อยากเรียน เบื่อ  อยากที่จะหยุดด้านการเรียนไว้ก่อน เพื่อไปทำงานหาเงิน

แต่ในขณะเดียวกันเมื่อถามถึงญาติพี่น้อง สามารถที่จะช่วยได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคุณแม่ต้องการที่จะให้สามีต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้กับลูก เพราะเขาต้องรับผิดชอบ ทำให้นิสิตรู้สึกอึดอัดอัดใจมาก ไม่ทราบว่า จะสื่อสารกับแม่อย่างไร  เพราะ ไม่กล้าที่จะบอกว่าพ่อส่งค่าใช้จ่ายมาให้บ้าง   แต่ไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ตามที่ตกลงกันไว้

สิ่งที่จะทำได้  การให้กำลังใจ   รับฟัง และ เข้าใจในความรู้สึก  พยายามชี้ในการให้นิสิตแยกแยะ เรื่องต่างๆ  และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดปัญหาจะต้องพูดคุยกัน เป็นไปได้ไหมทั้งครอบครัวถึงเวลาแล้วที่จะต้องหันหน้าพูดคุยกัน  เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่าตนเองจะประสบปัญหาอะไรได้บ้าง การที่ทิ้งปัญหาไว้ต่อไปจะยากต่อการแก้ไข 

 

และอีกทางหนึ่ง ให้มาติดต่อที่งานแนะแนวฯ  เพื่อ ทำงานในการหารายได้ระหว่างเรียน  เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของครอบครัว  และต้องแสวงหาทางเลือกเพียงให้นิสิตมา   ติดต่อ  งานแนะแนวฯ  งานทุน  ที่กองกิจการนิสิต  จะได้หาแนวทางในการช่วยนิสิตอีกทางหนึ่ง

 

สิ่งที่เกิดขึ้น  สะท้อนให้เห็นการที่พ่อแม่หย่าร้างกัน เป็นเรื่องของหญิงชาย  ลูกๆจะต้องเข้าใจ ให้มองว่าพ่อ-แม่ ก็เป็นชาย- หญิง  ที่มีอารมณ์ความรู้สึก  ชีวิตไม่ได้ราบเรียบอย่างที่ลูกๆคิด  แต่หน้าที่ของลูกคืออะไร  ต้องทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด   และไม่อยากที่จะให้เอาอนาคตของลูกมาเป็นเครื่องต่อรอง  ในการบังคับอีกฝ่ายหนึ่ง  จะต้องตกลงให้ได้ ว่าใครที่พร้อมจะต้องรับผิดชอบการศึกษาของลูก  เพราะมีผลกระทบต่อจิตใจของลูกมาก   มิฉะนั้นจะไม่เกิดเช่นกรณีนี้