แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแบบ เรียนรู้คุณธรรม นำชีวิตพอเพียง
ครับผมสำหรับคำถามแรก ถือว่ามีความน่าสนใจอย่างยิ่ง
เนื่องจากชีวิตของคนเรานั้น แน่นอนย่อมมีแบบอย่าง มีฮีโร่ ที่เป็นเสมือนผู้จุดประกายไฟให้กับชีวิตเรา
ซึ่งถ้าหากถามตรงๆ ว่า แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแบบ เรียนรู้คุณธรรม นำชีวิตพอเพียง คืออะไรนั้น ตอบได้ยากมากครับ
 
เพราะชีวิตของผม ได้ผ่านการหล่อหลอมมาจากหลายฝ่าย ไม่สามารถระบุชี้ชัดลงไปได้ว่า มีใครเป็นแรงบันดาลใจ
วิธีการของผมคือ ใช้วิธีสังเกต ทำความเข้าใจตัวเอง และคนอื่นไปอย่างต่อเนื่อง และเก็บความดีงามของเขาไว้ภายในใจ
ไม่ว่าใครก็ตามที่ผมมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ผมจะหยิบเอาสิงดีๆ ของเขามาเป็นแบบอย่าง และเลือกเอาสิ่งบกพร่องมาเตือนใจตนเอง
ยังไงก้ตามแต่ มันดูก้ำกึ่งระหว่างการลักเล้กขโมยน้อยกับการเก็บเล็กผสมน้อย ในขณะที่ผมเกิดมาบนโลกได้ประมาณ ๒๔ ปีนั้น
จึงไม่อาจสรุปได้เลยว่า ชีวิตผมมีคุณธรรมเพียงพอหรือไม่ แต่ที่ผมจะทำคือ เรียนรู้ทุกก้าวย่างของชีวิตอย่างเต็มที่ และนำเอาประสบการณ์ที่มีแบ่งปันสู่คนอื่นครับ
 
อย่างไรก็ตาม หากคำตอบที่ต้องการเกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแบบ เรียนรู้คุณธรรม นำชีวิตพอเพียง โดยให้ยกเป็นตัวเป็นตน หรือเป็นแบบ "ฐุคลาธิษสถาน" นั้น
ก็คงเริ่มต้นที่ ตายาย เพราะยายเป็น หมอผีพื้นบ้านคอยดุแลแก้คุณไสยหรือปัดเป่าภัยร้ายแก่คนในชุมชน  ส่วนตาเป็นครูภูมิปัญญาในหมู่บ้านช่วยสอนนักเรียนสานเข่ง ชลอม และอื่นๆ จากไม้ไผ่
ทำให้รู้สึกว่าดี อยากทำดี หรือมีอะไรดีในตัวบ้าง แล้วพอตากับยายสิ้นบุญ พ่อแม่ก็ชอบให้ไปวัด ไปทำบุญให้ท่าน ไปทุกวันพระ ไม่เว้น เช้าก็ต้องรับผิดชอบใส่บาตรให้ ถือได้ว่า
เป็นจุดเปลี่ยนเพราะได้รู้จักกับคนในชุมชนมากขึ้น ได้รู้จักพ่อใหญ่แม่ใหญ่ ได้รู้จักกับพระกับเจ้า ทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น
 
ธรรมที่เข้าใจตอนนั้น อายุประมาณ ๘ หรือ ๙ ขวบ คืออยู่ป. ๓ ไปวัดเขาหวด (ต้องขี่จักรยานไปเขาซึ่งอยู่สูงมากๆ) แล้วตอนขึ้นเขากทำปิ่นโตแตก ของเลอะหมดเลย
แต่เรามีหน้าที่ต้องทำบุญหาตาหายาย เป็นสิ่งที่ต้องทำ กลับไปแบบนี้แม่คงว่าแน่นอน ก้เลยเอาปิ่นโตไปให้หลวงพี่ที่วัด ชาวบ้านก็ว่า มันเปื้อนแล้ว จะเอามาทำบุญได้ไง
หลวงพี่ก้เดินมาปลอบใจ บอกให้เอาไปล้างซะ แล้วหลวงพี่จะทานเอง สุดท้ายท่านก็รับไปทานจนเกลี้ยง แล้วท่านก้เทศน์สอนญาติโยมถึงความไม่เที่ยงแท้ของสรรพสิ่ง
แม้แต่ปิ่นโตที่กอล์ฟเอามาทำบุญตลอดก็มีวันแตกหักไปได้ ชีวิตของเราก้เหมือนกันมันก็ย่อยถึงวันที่แตกสลายไปเช่นเดียวกัน ตรงนี้เลยทำให้เราฝังใจจำ เข้าใจถึงความแปรปรวนของสิ่งต่างๆ
ทำให้ชีวิตหลังจากนั้นดูงงๆ ดูว่างๆ ดูเหมือนจะพ้นความกังวลได้เประเล้กๆเสียแล้ว
สิ่งที่ผมคิดคือ พระรูปนั้น มีอไรดี นั่นก็คือ มีครูดี ครูเขาเป็นพระพุทธเจ้า ก็มีการสอนสั่งที่ดี ฉะนั้นเราก็ต้องเริ่มเรียนรู้จากคำสอนของพระพุทธเจ้าบ้าง
จึงเริ่มเปิดโลกใบใหม่ของธรรมเข้ามาสู่ตัวเอง พร้อมกับเปลี่ยนปิ่นโตอันใหม่ไปในตัว
 
และนี่คือจุดเริ่มต้น คือแรงบันดาลใจ ให้ศึกษาธรรมะ หล่อหลอมเป็นคุณธรรม และพยายามโน้มนำชีวิตให้พอเพียงนั่นเองละครับ