เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ในวิชาการสัมมนาทางภาวะผู้นำ (ขออภัยจำชื่อวิชาไม่ได้ ประมาณนี้แหละ  ซึ่งเป็นวิชาที่ผู้เรียนหลักสูตรนี้จะต้องนำเสนอความคืบหน้า ของการศึกษาประเด็นที่ตนเองสนใจจะทำให้วิทยานิพนธ์) ผมนำเสนอท่านอาจารย์ไปว่า "ก่อนหน้าที่จะมาพบอาจารย์ ผมตั้งใจจะไปมหาสมุทร ดำน้ำลงไปเพื่อไปหาปลาตัวหนึ่งมาให้อาจารย์ ซึ่งนอกจากจะเอาปลามาให้อาจารย์แล้ว ผมจะต้องเล่าให้อาจารย์ฟังให้ได้ว่า ปลาตัวนี้มันอยู่ที่พิกัดใดของมหาสมุทร แต่แล้วเมื่อผมดำไปดำมาผุดขึ้นมาอีกที ผมพบว่า ผมไม่ได้อยู่ในมหาสมุทร แต่ผมอยู่แค่ในสระน้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น ผมจึงมาขออนุญาตนำเสนออาจารย์เพียงเท่านี้แหละ และผมจะพยายามที่จะไปดำน้ำในมหาสมุทรให้ได้ ถึงแม้ในระยะต้นผมยังจะไม่ได้ปลามาแม้แต่ตัวเดียว"

 สัปดาห์ต่อมา ผมไปพบอาจารย์ในคาบเรียนอีกครั้งหนึ่งและรายงาน ท่านอาจารย์ไปว่า ตอนนี้ผมยังไม่ได้ดำน้ำลงไปในมหาสมุทรครับ ผมแค่เพียงหาเจอว่ามหาสมุทรมันอยู่ที่ไหน

 ผมบอกอาจารย์ไปว่า จากประสบการณ์ในการทำวิทยานิพนธ์ของผมในปริญญาโท มันสอนผมอย่างหนึ่งที่สำคัญกับชีวิตผมว่า การศึกษาค้นคว้าก่อนที่จะตัดสินใจทำวิทยานิพนธ์เป็นเรื่องสำคัญมาก หากด่วนตัดสินใจทำแล้วยากมากที่จะหวนกลับมาอีก ผมจำได้ว่า วันที่ผมทำสรุปบทที่ 5 ผมพบว่า ผมมีหัวข้อที่ควรทำวิทยานิพนธ์อีกตั้งหลายหัวข้อ ที่สำคัญกว่าที่ผมกำลังจะทำเสร็จ และวิทยานิพนธ์ที่ทำไปไม่ได้ตอบสนองต่อความต้องการของใครเลย 

ถ้าจะถามว่าทำไม ผมมาเจอแนวคิดแบบนี้นี้ตอนทำบทที่ 5 คำตอบก็คือ เพราะในบทที่ 5 ผมใช้เวลาในการศึกษางานวิจัยอื่นๆ เพื่อมายืนยันกับงานของผม ซึ่งจริงๆ ผมน่าจะทำ และให้มันอยู่ในบทที่สองของวิทยานิพนธ์ของผม (แต่ผมไม่ได้ทำอย่างนั้น) ดังนั้นเมื่อผมทำบทที่ 5 เสร็จ ผมก็ต้องกลับไปรื้อบทที่ 2 ใหม่อีกครั้ง เพราะผมเพิ่งรู้ตอนนั้นเองว่า บทที่ 2 ของผมมันหวยมาก

 ซึ่งตอนนี้ผมเพิ่งมีความชัดเจนในเรื่องของการศึกษาเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องแล้ว  ว่ามันสำคัญประการใด และมันมีผลต่องานวิจัยอย่างไร ไม่ใช่เพื่อ ไว้สำหรับการอภิปรายผลการวิจัยเท่านั้น แต่มันมีไว้เพื่อเป็นฐานในการกำหนดทิศทางของงานวิจัยของเราด้วย

ผมแปลกใจตัวเองอยู่อย่างหนึ่งว่า เรื่องแบบนี้ในเรียนวิชาวิจัย เขาก็บอก แต่เรากลับไม่ตระหนักและให้ความสำคัญกับมัน  หรือมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ อย่างสุภาษิตที่ว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เ่ท่ามือทำ

บางทีประสบการณ์มันสอนอะไรได้เยอะว่าในห้องเรียนครับ 

ที่เขียนมาทั้งหมด เพื่อเตรียมเหตุผลไปบอกอาจารย์ในสัปดาห์ที่จะถึง ว่า ขอท่านอาจารย์ใจเย็นสักนิดนะครับ ตอนนี้ผมงานยุ่งมาก ศึกษาเอกสารงานวิจัยไม่ทันจริงๆ แฮะ แฮะ แฮะ