รูปแบบสำหรับกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์
โลกตะวันตกใช้หลักการเรียนรู้ตามธรรมชาติของสมอง (BBL) เป็นหลัก ทำให้มีการมองกันว่าความจำของมนุษย์ แบ่งเป็นความจำระยะสั้น และความจำระยะยาว หากหลังอายุ ๑๕ ไม่มีการใช้งาน ไม่มีการเชื่อมโยงสิ่งที่เคยรู้ เคยมีประสบการณ์เข้ากับเรื่องอื่นๆ ความจำในส่วนนั้นก็จะหายไป
ในความคิดเช่นนี้ สมองคือตัวสั่งงานที่ทำหน้าที่ควบคุมทุกอย่าง คำถามที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ เมื่อชีวิตจบลงแล้ว เซลทุกเซลก็ตายหมด แล้วจะทำดีไปทำไม
ในวิธีคิดแบบตะวันออก สมองเป็นแค่เครื่องมือ เราต้องเป็นคนใช้สมอง อย่าให้สมองใช้เรา คุณธรรมจำเป็นต้องเชื่อมโยงเข้ามาในการเรียนรู้ทุกขณะ ทุกกิจกรรม
มนุษย์คือผู้ใช้ประสามสัมผัสทั้ง ๕ เพื่อการเรียนรู้ เราต้องสอนตัวเอง สอนลูกศิษย์เรา ให้เอาชนะตัวเองให้ได้ อย่าตามใจประสาทสัมผัสทั้ง ๕ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว เราจะไม่มีความสุขเลย
เปลี่ยนนิสัยด้วยการป้อนข้อมูลใหม่
ความเข้าใจต่างๆเกิดขึ้นตามที่เราตีความ เราตีความกันอย่างไร การตีความในทางที่ดีช่วยสร้างคนดีได้ คำถามที่ต้องถามตัวเองทุกครั้งเมื่อเกิดความคิดต่างๆขึ้นก็คือ "สิ่งนั้นดีสำหรับเราไหม และดีสำหรับทุกคนไหม" ถ้าหากได้คำตอบว่าดีก็ให้ลงมือทำเลย
สิ่งที่กำหนดเราทุกคนอยู่ก็คือความคิดของเราเอง เราคิดอย่างไรก็กลายเป็นคนอย่างนั้น เพราะสิ่งที่เราคิดกับสิ่งที่เราทำจะหมุนเวียนกันอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งกลายเป็นนิสัย
มีคนเคยพูดว่าหากจะเปลี่ยนสังคมจะต้องใช้เวลา ๒๕ ปี แต่หากทำพร้อมกันไปทั้งระบบ เด็ก ๑๕ ล้านคน จะช่วยเปลี่ยนพ่อแม่ได้ ๓๐ ล้านคนได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
การควบคุมประสาทสัมผัสทั้ง ๕ เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ครูควรเริ่มใส่ความคิดดีๆให้กับลูกศิษย์ เพื่อฝังข้อมูลใหม่ลงในจิตใต้สำนึก และให้ข้อมูลเหล่านี้ฝังลงไปในการตีความครั้งต่อๆไป
๑๐ - ๗ = ?
โจทย์ปัญหาที่ครูตั้งมีความสำคัญมาก หากครูใช้โจทย์ว่า ชาวนามีวัวอยู่ ๑๐ ตัว โดนขโมยไป ๗ ตัว เหลืออยู่กี่ตัว เด็กก็จะเห็นว่าการขโมยเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่หากครูเปลี่ยนโจทย์เสียใหม่ว่า ชาวนามีวัวอยู่ ๑๐ ตัว แบ่งให้ลูกด้วยความรักไป ๗ ตัว จะเหลืออยู่กี่ตัว เด็กก็จะได้เรียนรู้ในเรื่องความรักของพ่อที่มีต่อลูก
โจทย์ตัวเลขอาจช่วยให้เขาเก่งขึ้น แต่เขาจะเป็นคนที่ดีขึ้นไหม หน้าที่ของครูคือการสร้างคนดี ชีวิตของเด็กอยู่กับเรา ทุกสิ่งที่เราสอนต้องช่วยให้เขาเป็นคนที่ดีขึ้น
ความคิดต่างๆที่ครูสอดแทรกให้เหล่านี้ จะค่อยๆฝังลงไปในจิตใต้สำนึก แล้วเราก็เปลี่ยนเขาได้
ถ้าร่วมมือร่วมใจกันทั้งโรงเรียน เราจะเปลี่ยนนิสัยใหม่ได้ภายใน ๑ สัปดาห์
ทุกห้องเรียน ทุกวิชา ต้องร่วมมือกันนำคุณธรรมเรื่องที่กำหนดใส่ลงไปในกิจกรรมการเรียนรู้
หากครูทุกคนมีความรัก ความเมตตาเป็นพื้นฐาน เป็นตัวอย่างที่ดี และมีทักษะในการพูดจากใจ ก็จะสามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านของชีวิตลูกศิษย์ได้ จิตใจของเขาจะได้ยกระดับขึ้น มีความสงบในชีวิต
ถึงตอนนี้เราจะเปลี่ยนนิสัยของเด็กได้ แต่ยังไม่ถาวร เพราะเมื่อเขากลับเข้าไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ เขาก็จะกลับทรุดลงไปอีก เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้เขาด้วย เพื่อให้เขารักษาความดีไว้ไม่ให้ตกต่ำลงไปอีก เราต้องสอนให้เด็กรู้จักการควบคุมสติ อารมณ์ของตนเองด้วย
ประสบการณ์ตรงของอาจารย์อาจองในเรื่องสมาธิ
เมื่ออายุได้ ๑๕ ปี เริ่มนั่งสมาธิวันละครึ่งชั่วโมง มีสมาธิในการเรียนดีขึ้น ผลการเรียนดีขึ้น ถึงขนาดที่สอบได้ที่ ๑ ทุกวิชา
เมื่อเรียนปริญญาตรี – ปริญญาโท นั่งสมาธิวันละหนึ่งชั่วโมง สามารถเรียนจบทั้งสองปริญญาได้ภายในเวลา ๒ ปี
เมื่อเรียนปริญญาเอก นั่งสมาธิวันละ ๓ ชั่วโมง ขณะที่จิตกำลังอยู่ในสมาธิในช่วงกำลังหาหัวข้อวิทยานิพนธ์ ภาพที่อธิบายความเข้าใจเรื่องคลื่นไมโครเวฟก็ปรากฏขึ้นในความคิดอย่างชัดเจน
การได้มาซึ่งความรู้ในลักษณะของการหยั่งรู้ ที่ไม่ได้มาจากความตั้งใจ หรือมาจากขั้นตอนของการศึกษาอย่างเป็นลำดับขั้นนี้ เป็นวิธีการแบบไทยๆ ที่ใช้ปัญญาญาณ
และมีความแตกต่างไปจากวิธีการที่นักวิทยาศาสตร์ใช้กันอยู่
การใช้ปัญญาญาณสร้างความรู้นั้นเกิดขึ้นอย่างชัดเจนอีกครั้งเมื่อตอนที่อาจารย์กำลังคิดค้นเครื่องมือการนำยานอวกาศลงจอดบนพื้นผิวของดาวเคราะห์ เมื่อ ๓๑ ปีที่แล้วได้สำเร็จ
"ฝึกสมาธิแล้วจะพบว่า เราจะรู้อะไรก็ได้ เราจะค้นพบสิ่งที่เรียกว่าพุทธะ ที่มีอยู่ในตัวของเราเอง ซึ่งเป็นปัญญาสูงสุด "
เคล็ดลับในการจัดการกับความคิด
"ยักษ์เปรียบเสมือนความคิดของมนุษย์ พอเราไม่ใช้ความคิด ความคิดก็จะกลับมากินเรา สร้างปัญหาให้เรา สร้างกิเลสให้เรา การให้ความคิดเกาะติดกับลมหายใจ ด้วยการตั้งสติอยู่ที่ปลายจมูก หากเริ่มทำได้วันละ ๓ -๔ นาที ก็จะช่วยให้เรียนได้ดีขึ้น พร้อมๆกันนั้น ความเป็นระเบียบวินัยก็เกิดขึ้นในตัวเด็กได้เอง "
"ปัญญาจะเกิดเมื่อจิตเรานิ่ง ปัญญาจะแทรกขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา ต้องคอยสังเกตตัวเอง หากอยากรู้อะไรให้ตั้งคำถามไว้ก่อนที่จะเข้าสู่สมาธิ ไม่ถามคำถามแทรกขึ้นมากลางสมาธิ แล้วจะได้พบกับการรู้ด้วยตัวเองขึ้นมา "