วันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมิถุนายน โรงเรียนเพลินพัฒนาได้รับเกียรติจาก ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา มาให้ประสบการณ์ความคิดแก่คณะครู และผู้ปกครองในเรื่องการใช้คุณธรรมนำความรู้ในการจัดการศึกษาให้กับเยาวชน
หัวข้อการสนทนาในวันนี้คือ " สมาธิเพื่อพัฒนาพลังชีวิตและคุณค่าของความเป็นมนุษย์" ที่เต็มอิ่มไปด้วยพลัง ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ที่ ห้องอเนกประสงค์ อาคารอนุบาล
อาจารย์เริ่มต้นจากบทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ จากนั้นก็ให้ที่ประชุมได้สัมผัสกับการทำสมาธิแสงสว่าง
ทุกคนฝึกนั่งสมาธิด้วยแสงสว่างพร้อมกัน เริ่มต้นด้วย การหายใจเข้า – ออก ลึกๆช้าๆ จากนั้นหลับตาลงแล้วใช้คำกล่าวนำ สมาธิดังต่อไปนี้
ขอให้นึกถึงแสงสว่างที่อยู่หน้าของเรา นำแสงสว่างเข้ามาในศีรษะ ให้ศีรษะเต็มไปด้วยแสงสว่าง แสงสว่างอยู่ที่ไหน ความมืดย่อมอยู่ไม่ได้ ศีรษะของเราเต็มไปด้วยความคิดที่ดี คิดในสิ่งที่มีประโยชน์
เราคิดอย่างไร เราก็เป็นอย่างนั้น ในความคิดของเราจะเต็มไปด้วยความรักความเมตตา
นำแสงสว่างที่หัวใจของเรา คิดว่าบริเวณหัวใจของเรามีดอกบัว เมื่อแสงสว่างสัมผัสดอกบัว ดอกบัวก็ค่อยๆ ผลิบานเป็นดอกไม้ที่สวยงามหัวใจของเราก็บริสุทธิ์ หัวใจของเราเต็มไปด้วยความรักความเมตตา
นำแสงสว่างลงมาที่แขนและมือของเรา แขนและมือของเราทั้งสองข้างเต็มไปด้วยแสงสว่าง เราจะปฏิบัติหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เราจะรับใช้ช่วยเหลือทุกคนด้วยความรักและเมตตา
นำแสงสว่างลงมาที่ขาและเท้าของเรา ขาและเท้าทั้งสองข้างเต็มไปด้วยแสงสว่าง เราจะก้าวไปข้างหน้าเดินไปในหนทางที่ดี และทุกย่างก้าวของเราจะเต็มไปด้วยความมั่นใจ
นำแสงสว่างกลับขึ้นมาที่ปากของเรา ให้ปากและลิ้นของเราเต็มไปด้วยแสงสว่างเราจะพูดแต่สิ่งที่ดีและมีประโยชน์ คำพูดของเราเต็มไปด้วยความรักและความเมตตา
นำแสงสว่างกลับมาที่หูของเรา หูของเราทั้งสองข้างเต็มไปด้วยแสงสว่าง เราจะฟังแต่สิ่งที่ดี ได้ยินแต่สิ่งที่ดี เราจะรับฟังผู้อื่นด้วยความรักและเมตตา
นำแสงสว่างกลับมาที่ตาของเรา ให้ตาของเราทั้งสองข้างเต็มไปด้วยแสงสว่าง เราจะมองทุกคนด้วยความรักและเมตตา เราจะมองเห็นแต่ความดีในทุกคนและทุกสิ่ง
ตอนนี้นำแสงสว่างกลับมาที่ศีรษะของเรา ให้ศีรษะของเราเต็มไปด้วยแสงสว่างและปัญญา ขอให้เราแผ่ขยายแสงสว่างจากตัวเราออกไปมอบให้กับคุณพ่อคุณแม่ของเราขอให้ท่านเต็มไปด้วยความสงบสุข นำแสงสว่างไปมอบให้คุณครูผู้ที่ให้ความรู้และปัญญาแก่เรา ขอให้ท่านเต็มไปด้วยความสงบสุข
กระจายแสงสว่างไปให้ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงของเรา กระจายแสงสว่างออกไปให้กับทุกคนรวมทั้งสิ่งมีชีวิตทุกๆ ชีวิต ให้โลกของเราเต็มไปด้วยความรักและความสุข กระจายแสงสว่างออกไปให้ทั่วทั้งจักรวาล ให้ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยแสงสว่าง เรามองเห็นแสงสว่างในทุกๆ ชีวิตและแสงสว่างในทุกๆ ชีวิตก็เหมือนกันกับแสงสว่างที่อยู่ในตัวเรา
เราอยู่ในแสงสว่าง แสงสว่างอยู่ในตัวเรา เราคือแสงสว่าง
ถึงตอนนี้เราจะเก็บความรู้สึกที่บริสุทธิ์ของแสงสว่างในหัวใจไว้กับตัวเรา
ปัจจัยที่ทำให้เด็กเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
เด็กประถม
- ครู คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะครูคือผู้สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นกับเด็กได้ดีที่สุด
- สมาธิ คือปัจจัยรองลงมาที่จะช่วยให้เด็กเป็นคนดีเหนือสิ่งใด
เด็กมัธยม
- อิทธิพลของเพื่อน คือปัจจัยที่ชัดที่สุด
- ครู และสมาธิ คือปัจจัยที่ส่งผลรองลงมา
ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำให้เพื่อนทุกคนเป็นคนดีด้วยกัน พร้อมกันไปทั้งระบบ ทั้งโรงเรียน แล้วพวกเขาก็จะดีไปด้วยกัน ถ้าคนไหนหลงทางเขาก็จะพากลับมา
นำพลังของสติมาสร้างเด็กดีที่เป็นคนเก่ง
หากเด็กไม่มีสติอยู่กับตัวแล้ว เขาจะเรียนอะไรไม่ได้เลย ในทางตรงกันข้ามถ้าเด็กคนไหนมีสติอยู่กับตัว เขาก็จะมีความสงบเป็นของตัวเอง ไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรกับใคร แล้วเขาก็จะเริ่มเป็นคนดีขึ้นมา ในที่สุดแล้วเด็กก็จะกลายเป็นคนเก่ง โดยที่เราไม่ได้เน้นไปที่การสร้างคนเก่ง แต่เราเน้นไปที่การสร้างความดีเหนือสิ่งใด
ปัญหาของคนเก่งคือ คนเก่งชอบที่จะเก่งกว่าคนอื่น เพราะเขาคิดถึงแต่ตัวเองเป็นหลัก
ต่างจากคนดีที่จะเริ่มต้นการกระทำของเขาด้วยการคิดว่า เราจะช่วยคนอื่นได้อย่างไร จะช่วยสังคมให้ดีขึ้นได้อย่างไร
ในการทดสอบรูปแบบการสอนที่ประเทศไทย คาซัคสถาน จีน อินโดนีเซีย และหมู่เกาะฟิจิ จากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น ๑,๖๐๒ คน
- ๘๙.๕ % เห็นว่ารูปแบบดังกล่าวนี้สามารถนำไปใช้ในชั้นเรียนได้
- ๙๒.๖ % ได้รับแรงบันดาลใจที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และเห็นว่าการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเด็ก เพราะการเรียนรู้นั้นจะมีอยู่ตลอดชีวิต
ฉันต้องการความสุข
คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักวิธีในการสร้างความสุขให้กับตัวเอง ไม่เข้าใจชีวิต ไม่รู้จักตัวเอง ถ้า "ฉันต้องการความสุข" ต้องรู้วิธีการสร้างความสุขให้กับตัวเอง
หากสามารถตัด ฉัน และ การยึดมั่นในตัวฉัน ออกไป ตัด ต้องการ ออกไป ก็จะไม่มีอะไรมากระทบ ในที่สุดก็จะเหลือแต่ ความสุข ที่ต้องการ
ปัจจุบันนี้เราพยายามสร้างความต้องการให้กับลูกหลานของเราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการกระทำที่โหดร้ายมาก เยาวชนคือกลุ่มเป้าหมายหลักที่เราพยายามสร้างกิเลส สร้างความต้องการให้กับเขา
ความต้องการสร้างความทุกข์ ต้องการมากก็ผิดหวังมาก หากตัดความต้องการออกไปได้ ใจก็ไม่ทุกข์ ความสุขก็จะเกิด
เมื่อความสุขหายไปจากใจ ก็ต้องกลับมาหาที่ใจ แล้วเราจะพบกับสิ่งที่ดีงาม พบปัญญาสูงสุด ความรู้จะเกิดขึ้นเมื่อเราหันกลับมาสู่ใจของเราเอง
ทุกคนต้องเข้าใจตัวเอง พาตัวเองไปพบกับแรงบันดาลใจ และคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเอง