วันที่ 5 กรกฎาคม 2550
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีแล้ว ตื่นขึ้นมาก็พบว่ายังมีชีวิตอยู่ ว่าเข้าไปนั่น เมื่อคืนโทรกลับบ้าน พี่แป้งรายงานว่าเจ้าจ้าอาเจียนไป 2 ครั้ง สงสัยอาหารเป็นพิษ จิ๋มบอกว่ารู้สึกลูกตัวรุมๆ เลยร้อนใจ เห็นบอกว่าเมื่อวานเธอกินทั้งวัน กินเก่งกว่าปกติ สงสัยอาหารไม่ย่อย เพราะลูกสาวผมทั้งคู่ไม่ค่อยคุ้นชินกับการกินมากซักเท่าไหร่นัก ตัวเลยผอมยังกะก้างทั้งคู่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ออกจากบ้าน 6.30 น. ต้องรีบหน่อย เพราะว่าวันนี้ครูหาญเริ่มผ่าตัด 8.30 น. การ round เช้าวันนี้ก็ไม่ค่อยปลอดโปร่ง เพราะว่าอาเธอเกิดไม่พอใจพยาบาล เลยด่าเธอตลอด นั่นเป็นเพียงเพราะว่าเธอไม่นำผลการตรวจเลือดมาปะไว้ที่หน้าแฟ้มคนไข้ให้เห็นชัดๆเท่านั้น เธอบอกว่ากฎของโรงพยาบาลในการประเมินให้ผ่าน HA ต้องปะไว้ด้านใน เพื่อความเป็นระเบียบ อาเธอก็ด่าต่ออีกว่า ไร้สาระ แต่ผมกลับรู้สึกว่า นั่นไม่ใช่ความผิดของพยาบาลเลย ระบบให้เขาทำอย่างนี้ จะมาด่าคนปฏิบัติงานได้อย่างไร เฮ้อ ผมล่ะสงสารเธอจริงๆเลย จากนั้นอาเธอก็ไปโวยใส่หัวหน้าพยาบาลอีกครั้ง แล้วเราก็เดินออกจากวอร์ดด้วยกัน ผมถามเขาว่า หยุดแล้วหายใจยาวๆก่อนดีไหม จะได้เริ่ม round ต่อด้วยความสบายใจ อาเธอก็หัวเราะแล้วบอกว่า ไม่เป็นไร นี่เป็นการแสดง แสดงให้ทุกคนเห็นว่าเขาเป็นคนที่เอาจริงเอาจัง ไม่ใช่คนที่พยาบาลจะไม่ใส่ใจ อ้าว ว่าไปนั่น ทำไมเป็นอย่างนี้ไปได้ล่ะ แล้วทำไมต้องเป็นพยาบาลคนนั้นที่ต้องถูกด่า ?!? <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เลิก round ก็โทรกลับบ้าน จิ๋มบอกว่าจ้าตัวรุมๆอยู่ แต่ยังร่าเริง พี่แป้งกำลังเตรียมตัวไปโรงเรียน ได้ข่าวว่าวันจันทร์หน้าจะสอบกลางภาคแล้ว บอกว่าตื่นเต้นเล็กน้อย จริงสินะ ลูกสาวผมไม่เคยสอบกับเขาเลย โรงเรียนนกฮูกสมัยอนุบาลเขาไม่สอบ กลัวว่าเด็กจะเครียด ผมก็เลยบอกลูกไปว่า ใจเย็นๆ ให้ทำตัวเหมือนเรียนปกติ คะแนนได้เท่าไหร่ช่างหัวมัน ไม่เห็นจะสำคัญเท่าไหร่เลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ช่วงเช้าวันนี้ผมตรวจคนไข้ โดยนั่งกับอาเธอ ส่วนดันดีนั่งกับคริสต์ ชอง คนนี้เป็น visiting consultant เหมือนครูรอย เรานั่งคุยกันพักหนึ่ง คุยเรื่องเมืองไทย เพราะเขาชอบมากเป็นพิเศษ เขากลัวการไปเที่ยวหาดใหญ่เพราะกลัวระเบิดมาก เขาบ่นว่า น่าเสียดายที่เมืองไทยและมาเลย์เซียมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย อย่างที่ยะโฮบาห์รู เป็นเมืองที่อันตรายมาก หลายครั้งนักท่องเที่ยวโดนจี้ปล้น ทำร้ายเพื่อขโมยรถ ส่วนบ้านเราก็เป็นที่ทราบกันดี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ช่วงบ่ายผ่าตัดตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงหนึ่งทุ่มไม่มีหยุด ครูหาญอารมณ์ดีทั้งวัน ก็เลยราบรื่น ไม่เหนื่อยใจ กว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลก็ปาเข้าไปเกือบ 2 ทุ่มแล้ว โทรกลับบ้านอีกครั้ง เจ้าจ้าสงสัยว่าจะท้องเสีย ผมสังหรณ์อยู่แล้วเชียว ว่าน่าจะเป็นอาหารเป็นพิษ (acute gastroenteritis) หรือไม่ก็ติดเชื้อไวรัส คงรอซักประมาณวัน 2 วันก็น่าจะดีขึ้น กำลังตัดสินใจเหมือนกันว่าพรุ่งนี้จะกลับบ้านดีหรือไม่ เพราะว่าศุกร์ เสาร์และอาทิตย์สัปดาห์นี้ที่โรงพยาบาลมีงานประชุมวิชาการ Annual Scientific Meeting (ASM) รอดูเหตุการณ์ก่อนก็แล้วกัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>ก่อนจบวันนี้ มีคำถามให้คิดเล่นๆว่า อำนาจที่แสดงออกมานั้น แสดงถึงอำนาจที่เรามีจริงๆหรือไม่ หรือว่า คนที่ไม่เคยมีอำนาจเลย ต้องการที่จะแสดงออกมาเสมอๆยามที่ตัวเองรู้สึกต่ำต้อย
เรียนท่านอาจารย์
ที่เคารพ
ช่วงเวลาที่ผมเปิดอ่านก็เห็นอย่างที่อาจารย์เห็นเลยครับ และก็แก้เรียบร้อยแล้ว
สุขภาพดีเสมอครับ เดินวันละหลายกิโล น้ำหนักลงลงไป 3 กิโลกรัม หัวเราะง่ายถึงง่ายมาก กินน้อยลง กินเป็นมื้อๆ แอปเปิ้ลวันละ 2 ผลเป็นอย่างน้อย เพราะจีนส่งมาขายในราคาถูกมากมาย
ขอบคุณครับ
ปล. อาจารย์อ่านเร็วจังเลยครับ
ต้องไปตามอ่านบันทึกอ.Phoenix เกี่ยวกับลักษณะของคนแล้วจะได้คำตอบค่ะ อ.หมอแป๊ะ
ชอบที่อาจารย์บอกหนูแป้งเรื่องสอบด้วยค่ะ กำลังใจและสิ่งที่พ่อแม่คิดสำคัญที่สุดกับเด็กๆค่ะ ถ้าเขารู้ว่าไม่มีความกดดันจากพ่อแม่ซะอย่าง ก็สบายไปหลายอย่างเลยค่ะ ได้เห็นผลแล้วว่าความเห็นของเรานี่แหละสำคัญที่สุดต่อลูก และทำให้เรื่องสอบเป็นเรื่องไม่ซีเรียสเสียตั้งแต่เริ่มๆนี่แหละดีที่สุดค่ะ เห็นเด็กหลายๆคน (ตามที่เจ้าตัวโตมาเล่าเรื่องเพื่อนให้ฟัง - เด็กม.4 ม.5) ที่สอบทีไรก็กังวลเป็นหนักหนาว่า เดี๋ยวพ่อแม่เอาตายแน่ ทำไม่ได้มากเท่าที่ควร แล้วสงสารความรู้สึกของเด็กๆมากค่ะ
พี่
ครับ
พ่อแม่รังแกลูก แล้วชอบพูดว่าทำเพราะรักใช่ไหมครับ
รักตัวเองต่างหากนะครับ
ลูกเรียนเก่ง ตัวเองจะได้ไม่เสียหน้า
เอ..ผมกำลังจะขวางคลองอีกแย้ววววว