วันเสาร์ วันว่างๆ (จริงๆ คือการทำตัวให้ว่างไปอย่างงั้นแหละ จะได้พักๆ มั้ง)

เยือนถิ่นเมืองคง และด่านเกวียน โคราช

วันเสาร์ วันว่างๆ (จริงๆ คือการทำตัวให้ว่างไปอย่างงั้นแหละ จะได้พักๆ มั้ง)   

       

วันเสาร์ วันหยุด วันว่างๆ พยักหน้าให้กัน ว่าเราไปเที่ยวด่านเกวียนกันดีกว่า (ไปละลายทรัพย์อันน้อยนิดของเรา) ทุกคนอยู่ในภวังค์ของความขี้เกียจเรียน ขี้เกียจทำ thesis เหมือนกัน ก็เลยตกลงกันไปเที่ยวซะเลย ช่างคิดดีจริงๆ         

ออกจากขอนแก่น 7.30 . แวะที่เมืองคง ทานข้าวสายๆ ที่บ้านพี่อ้อม พวกเราตั้งใจแวะบ้านพี่อ้อม เพราะกะจะไปขอต้นไม้ที่บ้านสวนพี่อ้อม มาขยายพันธุ์ และเราก็ได้กันมาเยอะเลย ทั้ง บุหงาสาหรี่  แก้วมังกร คล้าแดง ได้มาเยอะมาก ขอหน่อพันธุ์กันแบบไม่อายเลยนะเนี้ยะ 

 Dan-dscf2260Dan4-dscf2275

ดอกไม้งามสีชมพู ไม่รู้จักชื่อนะคะ แต่สีขาวนะ ชื่อดอกอินถะหวา

Dan8-dscf2297

         ต้นนี้ชื่อคล้าแดงค่ะ ขนกันมาเยอะมากๆ

Dan2-dscf2245

.....  อันนี้ สุดสวยเลยแหล่ะ บุหงาสาหรี่ สวยมาก ได้มาต้นนึง ถ้าไปซื้อเค้าก็คงแพงน่าดู งานนี้ได้มาฟรีๆค่ะ  .....(ขอบคุณ คุณเด่นศักดิ์ ....ตากล้องประจำทริปนี้)

นอกจากขอต้นไม้แล้ว เรายังได้รับประทานอาหารที่ทุกอย่างล้วนสด สะอาด อร่อย ทั้งปลา และผัก ผักสดมากๆ แบบว่าใครอยากทานอะไรก็ไปหาเดินเก็บกันเอง สนุกมาก ดูอาการแย่งกินพุงปลาก็ได้ คุณกะปุ๋มชอบหลาย ปลาเผา กับข้าวกล้องนุ่มๆหอมๆ ทานกันชนิดไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มกันเลยแหละ       

และเป็นอาหารมื้อพิเศษที่คุณพ่อ คุณแม่พี่อ้อม ท่านเตรียมไว้ เพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ ขอบพระคุณมากนะคะ

Dan3-dscf2249

........ การแย่งพุงปลา ของสองหนุ่ม-สาว   แซ่บหลายขนาด..........

Dan1-dscf2247

.... อาหารรับรอง ที่แสนอร่อยจากคุณพ่อ คุณแม่ พี่อ้อม เยอะมากๆ และอร่อยมากๆ เช่นกันค่ะ............

Dan9-dscf2305
ภาพประทับใจ

ทานข้าวเสร็จ เราก็ไปชมของดีเมืองคง โคราช ชวนชม ค่ะ ชวนชมคือของดีประจำอำเภอนี้ ปลูกกันเยอะมาก ต้นใหญ่ๆ ทั้งนั้น บางต้นราคา 70,000 บาท บางต้นราคา 50,000 บาท พวกเราแซวกันว่า ต้นชวนชมราคาแพงเท่าๆ ค่าเทอมเราเลยเนาะ (555) พี่อ้อมเล่าว่า เหตุที่เมืองคงเป็นเมืองออริจินอลของต้นชวนชมก็เพราะว่า .... แต่ก่อนคนในหมู่บ้านนี้ไปรับจ้างทำงานที่ประเทศแถบซาอุดิอาระเบียกันหลายคน แล้วแอบขโมยเอาเมล็ดของต้นชวนชมกลับมาด้วย มาเพาะขยายพันธุ์ปลูกจนมันโต สวยงาม และด้วยความแปลก ก็ปลูกและเลี้ยงขยายพันธุ์กันมาเรื่อยๆ จนเป็นสัญลักษณ์ เป็น OTOP ของที่นี้ไปแล้วล่ะค่ะ   

ส่วนพันธุ์ที่นิยมของที่นี้คือ เพชรเมืองคง รองลงมาน่าจะเป็น ยักษ์ดำ ซึ่งดิฉันก็ได้ซื้อยักษ์ดำนี้แหละกลับมาขอนแก่นด้วย กะจะเลี้ยงไว้ขายเพื่อเอาตังค์มาจ่ายค่าเทอมลูก (ขำ ขำ ) ที่จ่ายค่าเทอมลูกก็เพราะว่าเค้าปลูกกันนานถึง 5-10 ปี เชียว กว่าจะได้ต้นละ ห้าหมื่น 

การเลือกชวนชมไปปลูกเค้ามีสโลแกนด้วยนะ ว่าปลูกพันธุ์อะไรถึงจะดี ถึงจะเหมาะ     

      Dan7-dscf2288

 Dan5-dscf2278

แพงๆ ทั้งน้านนน..............

Dan6-dscf2275
นี้แหละ ยักษ์ดำ

บ่ายโมงเดินทางไปต่อที่ ด่านเกวียน มาถึงโคราชแล้วเราจะพลาดไม่ไปเยือนด่านเกวียนได้อย่างไร (วัตถุประสงค์หลักเลยแหละ) ที่ด่านเกวียนพวกเราไปชมการผลิต และเลือกซื้อหาเครื่องปั้นดินเผาหลากหลายรูปแบบ ตามร้านค้าที่ตั้งอยู่เรียงรายสองฟากถนนนับหลายสิบร้าน  เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนมีชื่อเสียงลือเลื่องไปทั่วประเทศ มีรูปแบบที่ทันสมัยและมีเอกลักษณ์สวยงาม และพัฒนาการไปตามยุคตามสมัย ปัจจุบันชาวด่านเกวียนได้มีการปรับปรุงกระบวนการผลิตในครัวเรือนคราวละจำนวนน้อยสู่ระบบการผลิตคราวละจำนวนมาก โดยมีช่างปั้นเป็นชาวบ้านด่านเกวียน

ปัจจุบันเราจะเห็นว่า เครื่องปั้นดินเผา มีหลายรูปแบบ หลายวัตถุประสงค์การใช้งาน ทั้งแต่งบ้าน แต่งสวน  น้ำพุ น้ำผุด ถ้าเปรียบเทียบราคาระหว่างซื้อที่นี้กับซื้อที่ขอนแก่นราคาแตกต่างกันมากๆ เลย (ถ้าไม่คิดมากนะว่าต้องเดินทางมาเอง เปลืองค่าน้ำมัน ขนส่ง แต่พวกเรากะว่ามาพักผ่อน ก็เลยไม่ค่อยคิดมากกัน) สินค้าเยอะมากๆ ตอบสนองทุกความต้องการ ว่างๆ แวะไปดูนะคะ วันนั้นเราเอารถกระบะไป ก็เลยสะดวก ซื้อกันไม่อั้นคนละ สี่- ห้าร้อยบาทเองค่ะ ไม่มาก แต่ก็สนุกดีรวมๆ กันแล้ว ไป 5 คน หมดไปประมาณ 2800 กว่าๆ พี่อ้อมหมดเยอะสุด พันกว่าบาท ที่เหลือก็คนละสี่ ห้าร้อย พอหอมปากหอมคอ แต่ทุกคนก็ได้ของถูกอกถูกใจกันมากเลย จบลงด้วยความ happy .....

ประวัติ (ข้อมูลจาก website จังหวัด นะค่ะ)

หมู่บ้านด่านเกวียนเป็นชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งของที่ราบลุ่มแม่น้ำมูล เคยเป็นที่พักกองคาราวานเกวียนสินค้าขึ้นล่องระหว่างโคราช-เขมร จึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "ด่านเกวียน"ชาวบ้านด่านเกวียนทำการเกษตรเป็นอาชีพหลัก และทำเครื่องปั้นดินเผาเป็นอาชีพเสริม ดินที่นำมาทำเครื่องปั้นดินเผานั้นมีลักษณะพิเศษคือเป็นดินเหนียวเนื้อละเอียด มีแร่เหล็กผสมค่อนข้างสูง เมื่อนำไปเข้าเตาเผาจะออกเป็นสีโลหะมันวาว ดินดังกล่าวมากับสายน้ำมูลที่ไหลผ่านทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ยามน้ำหลากจะเอ่อท่วมท้น ชะดินเหนียวเนื้อละเอียดมาตกตะกอนในท้องนา เมื่อเสร็จจากการทำนาชาวบ้านจะลอกหน้าดินที่มีปุ๋ยตกค้างออก จากนั้นจึงขุดดินเหนียวข้างใต้นำไปทำเครื่องปั้นดินเผา เป็นภาชนะใช้สอย เช่น ครก คนโท ไหปลาร้า เป็นต้น ใส่เกวียนออกขายหรือแลกเปลี่ยนกับสินค้าอื่นๆ ที่จำเป็น ตามแถบลุ่มน้ำมูล กองเกวียนคาราวานสินค้าเป็นวัฒนธรรมของชาวอีสานที่มีมาแต่โบราณต่อมาในยุคการท่องเที่ยวบูม จากเดิมที่มีร้านขายเครื่องปั้นดินเผาริมทางเพียงสามร้าน เจ้าของที่ดินริมถนนก็เริ่มลงทุนก่อสร้างอาคารทำร้านให้เช่า อีกทั้งในปี พ.ศ. 2533 กลุ่มช่างปั้นได้ร่วมกันขอให้กรมทางหลวงขยายไหล่ทางให้กว้างขวางขึ้น เพื่อสะดวกแก่ร้านค้าและนักท่องเที่ยวที่มาแวะพัก จำนวนร้านค้าจึงขยายเป็นหลายเท่า 

.............สิ้นสุดการเดินทางในวันนั้น ประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ เหนื่อยดีจริงๆ......