งานอดิเรกของคนเขียน คือ การได้ขีด ๆ เขียน ๆ ทำอะไรไปเรื่อยเปื่อยตามใจฉัน งานอดิเรกคือความสุข ความสุขคือรอยยิ้ม รอยยิ้มคือความอิ่มอุ่นในหัวใจ และนี่เป็นงานอีกชิ้นที่คนเขียนชอบมาก จำไม่ได้ว่าเขียนมานานกี่ปีแล้วนะ แต่เขียนเองก็ชอบอ่านเอง เพราะในชีวิตของคนเราล้วนแล้วแต่ต้องเผชิญกับความสุขและความทุกข์ และก็เป็นความจริงของธรรมชาติที่ความสุขและความทุกข์ต่างก็ไม่เที่ยง เมื่อสิ่งเหล่านี้พัดผ่านเข้ามาในชีวิต ก็ขอให้ตั้งสติไว้นะคะ เรียนรู้อย่างเท่าทันค่ะ

กาลครั้งหนึ่ง .. เมื่อความสุขเดินทางมา ..
กาลครั้งหนึ่ง..นานมาแล้ว..
มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่ไม่เคยได้รู้จักกับ " ความสุข "
ความสุขเป็นเช่นไรกันนะ..เด็กน้อยเฝ้าครุ่นคิด
เด็กน้อยมีเพื่อนชื่อ " ความเหงา " และ " ความเศร้า "
ที่มักจะพา " เจ้าน้ำตา " มาด้วยเสมอ
บางทีก็ชักชวน " ความเจ็บปวด " มาวิ่งเล่นไล่จับกัน
ในคืนวันที่เหน็บหนาว..เปล่าร้าง และเดียวดาย
เด็กน้อยมีเพื่อนเหล่านี้นั่งอยู่ใกล้ๆ
เพื่อนสนิท..ที่ไม่เคยทิ้งเด็กน้อยไปไหน..ไม่เคยลาจากไปไกล..
จนกระทั่งวันหนึ่ง..
เด็กน้อยแอบหนีเพื่อนๆไปเดินเล่นรอบภูเขา
วิ่งไล่จับกับก้อนเมฆ..ผีเสื้อ..และ สายลม
ที่นั่น เด็กน้อยได้เจอ " ความสุข "
" ความสุข " ได้เดินเข้ามาหาเด็กน้อยอย่างเอียงอาย
" ความสุข " ขอเป็นเพื่อนกับเด็กน้อย
เด็กน้อยตอบกลับไปอย่างเก้อเขินว่า.. " ขอเรากลับไปถามเพื่อนๆ ก่อนได้ไหม? "
" ความสุข " ทำหน้าเจื่อนๆไป แต่ก็ยังยิ้มละมุนละไม
ยิ้ม..ที่ทำให้หัวใจเจ้าเด็กน้อยเต้นแรงด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
เด็กน้อยรีบบอกออกไปว่า " อืม แต่เรามาหาเธอได้ใช่ไหม..ที่นี่.. "
" ความสุข " ส่งยิ้มละมุนอีกครั้ง ก่อนบอกไปว่า
" จ๊ะ ถ้าเธออยากเจอฉัน เธอมาหาฉันได้ที่นี่ในทุกเวลาที่เธอต้องการ "
เด็กน้อยยิ้มเอียงอายแล้ววิ่งกลับบ้านไป
และในทุกๆคราวที่เด็กน้อยรู้สึกอยากเจอความสุข
เด็กน้อยจะแอบหนี ความเหงา..ความเศร้า..มาที่นี่
แล้ว ความสุขก็จะเดินทางมาหาเด็กน้อยตามที่ได้ให้สัญญาไว้
" ความสุข " มักจะพา " รอยยิ้ม " มาด้วยเสมอ
เด็กน้อย..มักจะหัวเราะหยอกเย้ากับ " ความสุขและรอยยิ้ม " ด้วยหัวใจเริงร่า
แล้วลืมนึกถึง " ความเหงา..ความเศร้าและเจ้าน้ำตา " ไปชั่วขณะหนึ่ง
แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องลาจาก " ความสุข "...ในทุกๆครั้ง
เด็กน้อยก็พร้อมที่จะเดินกลับไปหาเพื่อนที่ชื่อ " ความเหงา..ความเศร้าและเจ้าน้ำตา "
เพราะ..เด็กน้อยคิดเสมอว่า..
หากไม่ได้เจอะเจอกับ " ความเหงา..ความเศร้าและเจ้าน้ำตา " เสียแล้ว
เด็กน้อยคงจะไม่ได้รู้จักกับ " ความสุขและรอยยิ้ม "
เพื่อนเหล่านี้..ทำให้เด็กน้อยได้เรียนรู้ชีวิต
ความเจ็บปวดจะเดินทางมาให้เด็กน้อยรู้จักว่า ความสุขเป็นเช่นไร
ความเหงา..ความเศร้าและเจ้าน้ำตามาชั่วครู่..
ความสุขและรอยยิ้มมาชั่วคราว..
ตามวาระและเวลาของมัน
เด็กน้อยรับรู้และยอมรับกับความเป็นไปเช่นนี้..
สวัสดีค่ะ
ที่เขียนในบันทึกข้างล่างนี้ ทุกคนคงมีประสบการณ์มาบ้างค่ะ ตัวเองก็มีค่ะ แต่เราต้องเข้มแข็งเท่านั้น เอง และอยู่กับปัจจุบันมากที่สุดค่ะ
ความเจ็บปวดจะเดินทางมาให้เด็กน้อยรู้จักว่า ความสุขเป็นเช่นไร
ความเหงา..ความเศร้าและเจ้าน้ำตามาชั่วครู่..
ความสุขและรอยยิ้มมาชั่วคราว..
ตามวาระและเวลาของมัน
ต้อมว่า .. สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมชาติ เป็นสัจธรรม นะคะ และเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องเคยได้เจอะเจอมาแล้วด้วยกันทั้งนั้นในช่วงชีวิตหนึ่ง ๆ
แต่ละคนก็มีวิธีจัดการรับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ ต่างกันไป
บางคนเลือกที่จะจมอยู่กับความรู้สึกบางอย่าง ในขณะที่บางคนเลือกที่จะตั้งสติแล้วก้าวต่อไป
ขอบคุณค่ะ
อ่านแล้วรู้สึกดีมากมายครับ
สำหรับผม..เลือกเก็บ ความทรงจำที่งดงามไว้ครับ เพื่อที่จะสร้างความสุขใจอย่างแท้จริงได้ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนซี้ในวัยเด็ก รักแรกพบ เรื่องขำๆ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย หรือระลึกถึงพระคุณบิดา มารดาที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเราให้เป็นคนดี ฯลฯ
ผมเลือกเก็บด้านดีๆ ไว้เป็นความทรงจำไว้กับตัวเพื่อให้มันอยู่กับเรา เป็นแรงผลักดันเมื่อยามเรารู้สึกเหนื่อย
That's all !
Thanks 4 your words
ละเมียดละไมมากค่ะ..อ่านแล้วได้รู้จักเพื่อนชื่อความสุขมาทันทีเลย..ขอบคุณมากค่ะ...
อืม...แจ่ม...
หากเราได้อ่านบันทึก แล้วเราสามารถอ่านตัวตน ของคนเขียนบันทึกนั้นได้ชัดเจนไหม ?..
สวัสดีค่ะ
ความทรงจำที่ดี ทำให้เรารู้สึกเหมือนมีกำลังใจแม้จะในวันที่เหนื่อยล้า ค่ะ
ว่าง ๆ เดินทางเข้ามาทักทายกันได้อีกนะคะ
บางทีการได้นั่งคิดอะไรเงียบ ๆ นิ่ง ๆ อย่างมีสติ จะทำให้เราเข้าใจในทุกอารมณ์ได้มากขึ้น
เพื่อนชื่อ " ความสุข " น่ะ เป็นเพื่อนที่ถ้าเขาเข้ามาแล้วเราก็ไม่อยากให้เขาจากไปนะคะ
แต่ธรรมชาติก็ยังคงเป็นธรรมชาติ เมื่อมีพบก็ต้องมีจากลา เมื่อมีความสุขก็ต้องได้เคยผ่านกับช่วงเวลาที่ทุกข์มา..เหมือนกัน
หากเราได้อ่านบันทึก แล้วเราสามารถอ่านตัวตน ของคนเขียนบันทึกนั้นได้ชัดเจนไหม ?..
ขอตอบว่า .. แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนค่ะ แต่ตัวดิฉันเอง คิดว่า คนเราไม่สามารถที่จะเสแสร้งแกล้งทำในสิ่งที่ไม่ได้มาจากความคิด จากตัวตน ของตัวเอง ได้ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง
ตัวหนังสือนั้นซับซ้อน แต่ก็ไม่ยากที่เราจะทำความเข้าใจไปกับมันและตัวคนเขียนค่ะ
เป็นสัจธรรมค่ะ สุขไป ทุกข์ก็มา ตามวาระและเวลา
ว่าง ๆ มาทักทายกันได้อีกนะคะ ขอบคุณค่ะ
ตามมาดูความสุข นี่ .. แล้วเจอหรือเปล่าคะ? hahaha
ขอบคุณค่ะที่ชอบภาพนี้ เป็นภาพแรก ๆ ที่วาดเมื่อราว 2 - 3 ปีที่ผ่านมา ที่กลับมาหัดวาดรูปอีกครั้ง หลังจากที่ร้างลาไปเป็นสิบ ๆ ปี
รูปภาพมันดูเหงา ๆ เนอะ และดูเหมือนเด็ก ๆ วาด แฮ่ะ ๆ ต้อมยังเป็นเด็ก
อ่าววววววว ชอบเรื่องที่เขียนแล้วไม่ชอบคนเขียนบ้างเหรอ? เฮ้อออออออ!!
จริงค่ะ ที่คุณฟ้าว่า .. จะสุข จะทุกข์ ก็ล้วนแล้วแต่อยู่ที่ใจเรา
ทุกความรู้สึกแบบนี้ ทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น
(( หยิกแก้มคุณฟ้า 2 ที มันเขี้ยว อิอิ ))
โลกเรานี้เปรียบเหมือนโรงละครจริง ๆ ด้วยค่ะ ต่างคนก็มีบทบาท มีหน้าที่ ที่ต้องแสดงกันไปเนอะ
ความสุขมักผ่านมาให้เราได้สัมผัสได้แค่ชั่วครู่ แต่พอเจ้าความทุกข์มา ไหงมาป้วนเปี้ยนอยู่นาน ๆ ก็ไม่รู้ แต่ท้ายที่สุด ทั้งหมดนี่อยู่ที่ " ใจ " เราทั้งนั้น เนอะ
สุขสันต์วันฝนตกค่ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาครั้งแรก(โดยบังเอิญ) ก็รู้สึกมีความสุข และยิ้มได้แล้ว...ชอบและประทับใจมากกับ one day คงจะได้แวะมาบ่อยๆแล้ว...ขอบคุณที่ทำให้ยิ้มได้ และได้ทักทายความสุข
ขอบคุณนะคะที่แวะมาทักทายกัน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
วัน ๆ หนึ่ง มีอะไรเกิดขึ้นมากมายในชีวิตของเรา นี่เป็นที่มาของชื่อ blog ค่ะ .. one day ..
ว่าง ๆ แวะมาทักทายกันด้วยรอยยิ้มอีกนะคะ เมื่อมีรอยยิ้ม ความสุขก็มักจะฟุ้งกำจายอยู่รอบ ๆ ตัวเราล่ะค่ะ
ขอให้วันนี้เป็นวันศุกร์ที่สุขใจของทุกคนค่ะ