สืบเนื่องจากผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2550 ที่ผ่านมา มีเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ…. (เรื่องที่ 6 ใน ผลการประชุม) ซึ่งคุณห้องสมุดกรมบัญชีกลาง CGD Lib ได้นำเอาบทความจากคอลัมน์ เหะหะพาที จากไทยรัฐมาบันทึกไว้ใน GotoKnow ภายใต้บันทึก อำลา...ระบบ "ซี"
กล่าวอย่างง่ายๆ ว่ายกเลิกระบบ "ซี" ครับ
ผมเองไม่เคยเป็นข้าราชการพลเรือน ไม่เข้าใจประเด็นครับว่า มีซีกับไม่มีซี สำคัญอย่างไร
รบกวนข้าราชการพลเรือน อธิบายผลเสียของการเปลี่ยนแปลงนี้หน่อยซิครับ มีซีกับไม่มีซี มีผลต่อการทำงานอย่างไร
เรื่องนี้ยาวค่ะคุณ Conductor
พอดีรายละเอียดเกี่ยวกับกล่องเงินเดือน 4 กล่องใหม่ที่แบ่งสายงานเป็น สายบริหาร สายอำนวยการ สายวิชาการ และสายปฎิบัติการ ก็ยังไม่มี เลยยังไม่รู้ข้อดีข้อเสียของระบบใหม่มากนัก แต่เท่าที่ฟังสัมภาษณ์ของ เลขาฯ ก.พ. กับคุณหญิงทิพาวดีคร่าวๆ สามารถสรุปได้ดังนี้
เดิมระบบ ซี จะมีกล่องเงินเดือนเดียวเท่ากันหมดไม่ว่าจะเป็นข้าราชการพลเรือนอยู่ที่กรมสรรพากร หรือที่มหาวิทยาลัย แปลว่าคนที่อยู่ ซี 3 ไม่ว่าจะอยู่หน่วยไหน จะได้เงินเดือนเท่ากันทั้งประเทศในทุกหน่วยงาน (แต่งานในแต่ละหน่วยงานมีภารกิจต่างกันมาก) เพราะฉะนั้น ซี 3 บางคนไม่ว่าจะเป็นสายวิชาการ (เช่นอาจารย์) สายปฏิบัติการ (เช่นช่างเทคนิค) จะได้เงินเท่ากันหมดถ้าซีเท่ากัน แต่ในระบบใหม่จะคัดแยกสายคนออกเป็น 4 สายตามที่ระบุข้างต้น ทำให้เกิดความชัดเจนผลตอบแทนเทียบกับภาระงานมากขึ้น (เขาว่าอย่างนั้น)
ระบบซีแบบเดิมถ้าเพิ่ม 1 ขั้นจะประมาณ 4% ของเงินเดือนปีที่ผ่านมา โดยทั่วไปถ้าข้าราชการทำงานไม่มีเรื่องเสียหาย จะได้เลื่อนขั้นปีละ 1 ขั้นทุกปี (คนที่ได้ 0.5 หรือ 0 ขั้นมักเป็นผู้ถูกลงโทษทางวินัย) เพราะฉะนั้นข้าราชการจะได้เงินเดือนเพิ่ม 4%, 6% หรือ 8% (2 ขั้น) ซึ่งเหมือนกับเป็นการล็อกการให้เงินเดือนเพิ่ม เพราะ ถ้าดิฉันทำงานดีมาก เมื่อเทียบกับเพื่อนแล้วเพื่อนทำงานดี-ดีมาก แต่ในระบบซี เราสองคนจะได้เท่ากันคือ 1.5 ขั้น เพราะฉะนั้นถ้าทำงานเต็มภาระงานก็จะได้ 1 ขั้นเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ทำดีอีกหน่อยไม่ว่าจะอีกสักกี่หน่อย ก็จะได้ 1.5 ขั้นเหมือนกัน ยกเว้นว่าทำงานได้ดีเด่นจริงๆ จึงจะได้ 2 ขั้น ซึ่งส่วนใหญ่บางทีคนได้ 2 ขั้น มักเป็นคนโปรดมากกว่าคนทำงานดีเด่นจริงๆ
อีกอย่างคือการขึ้นเงินเดือนในระบบซีจะถูกกำกับด้วยงบประมาณ เช่นให้เงินมาเพิ่มทั้งหมด 6% ของเงินเดือนรวมปีที่แล้ว แล้วให้หน่วยงานไปจัดการกันเองว่าใครจะได้กี่ขั้น แต่รวมเงินแล้วห้ามเกิน 6% นี้ และล็อคจำนวนด้วยว่าห้ามให้ 2 ขั้นเกินกี่คน
เท่าที่ทราบมาในระบบใหม่ทางรัฐบาลก็จะกำกับยอดด้วยงบประมาณเหมือนระบบซี แต่การขึ้นเงินเดือนจะไม่ถูกกำกับด้วยขั้น อีกต่อไป แต่จะให้เป็นร้อยละแทน แปลว่าในตัวอย่างที่ยกไปข้างต้น ดิฉันอาจได้ % เงินเดือนเพิ่มสูงกว่าเพื่อนได้... แต่ข้อเสียของตรงนี้ที่เขาพูดกันคือ ถ้าเจ้านายลำเอียง คราวนี้ก็เสร็จหมดเหมือนกัน...
เท่าที่เข้าใจจะเป็นประมาณนี้ค่ะ ขอโทษทีไม่ได้เรียบเรียงเท่าไหร่ เขียนจากความจำและความเข้าใจที่ยังไม่ได้สืบค้นเพิ่มค่ะ
เป็นอาจารย์กมลวัลย์กรุณาผมตามเคย ขอบคุณมากครับ
ในการเปลี่ยนแปลง ที่แน่นอนก็คือว่ามันไม่เหมือนเดิมครับ คงมีคำถามเยอะว่าแล้วจะประเมินอย่างไรจึงจะเป็นธรรม ผมเชื่อว่าสามารถทำให้เป็นธรรมและโปร่งใสได้ถ้าอยากทำครับ
น่าเสียดายที่ไม่มีเรื่องโบนัส แม้ผมจะเห็นด้วยที่ให้ผลตอบแทนเชื่อมโยงกับสัมฤทธิผล แต่การตอบแทนผลงานในอดีต ถ้าจ่ายเป็นตัวเงินควรเป็นโบนัส ไม่ใช่ขึ้นเงินเดือนในอัตราที่สูงครับ -- การขึ้นเงินเดือนควรเชื่อมโยงกับการปรับปรุงศักยภาพของตน เพื่อที่ข้าราชการที่ไม่มีการปรับปรุงตัว เช้าชามเย็นชาม จะถูกแซงไปหมด
สวัสดีค่ะ แอ๊ะนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับความรู้ใหม่ๆ แอ๊ะเห็นด้วยกับคุณ conductor ค่ะ เรื่องของการให้โบนัส
แอ๊ะมีคำถามว่า ซีเริ่มต้นของการเข้าทำงาน วัดจากอะไรค่ะ หรือว่าใช้คุณวุฒิของบุคคลนั้นๆ คะ
ยินดีต้อนรับอาจารย์แอ๊ะครับ
การบรรจุในระดับไหน เป็นไปตามตามตำแหน่งที่เปิดรับซึ่งมีคุณวุฒิและคุณสมบัติอื่นด้วยมั๊งครับ แต่ว่าเขากำลังจะเลิกระบบซีแล้วนี่ครับ