จากการที่ผมไปเสนอข้อคิดเห็นเรื่องการมอง "ป่าทั้งป่า" ของ NECTEC     ตามที่ได้เล่าไปแล้วในบันทึกของวันที่ ๒๘ มิ.ย. ๕๐     ทำให้ตลอด ๑ ๑/๒ วันของการประชุม มีการพูดกันเรื่อง การที่ NECTEC ทำหน้าที่ "ศูนย์แห่งชาติ" ดูแลทำนุบำรุง ecosystems ของ ECTI (Electronic, Computer, Telecommunication, Information) ของประเทศไทย     ปฏิกิรยาต่อวิธิคิดแบบนี้ในที่ประชุม ทำให้ผมได้เรียนรู้มาก     การได้ไปร่วมประชุมคราวนี้ นอกจากผมจะได้ควงสาวไปพักผ่อนในสถานที่ที่มีธรรมชาติสวยงามแล้ว      ผมยังได้เรียนรู้วิชา "ระบบนิเวศน์" ด้วย

          การคิดเป็นระบบนิเวศน์ เป็นแบบฝึกหัดอย่างหนึ่งของผม     ผมชอบหัดมองสิ่งต่างๆ สัมพันธ์กันเข้าเป็นระบบ     มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน     เนื่องจากผมสนใจเรื่อง "การจัดการ" (management) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดการที่มี "ความรู้เป็นฐาน" (Knowledge-Based Management)      ผมพบว่าการจัดการแบบนี้ หากรู้จักมองสิ่งต่างๆ ว่าสัมพันธ์กันอยู่ในระบบนิเวศน์     เราจะมองเห็นส่วนต่างๆ ของระบบคล้ายๆ มีชีวิต (organic)      ที่สามารถรวมตัวกันเอง ทำให้เกิดปรากฏการณ์บางอย่างขึ้น     เกิดผลลัพธ์บางอย่างที่เราอยากให้เกิด โดยเราแทบไม่ต้องทำอะไรเลย หรือทำน้อยมาก    

          จะว่าไม่ต้องทำอะไรเลยก็คงไม่ถูก      ต้องทำครับ แต่ต้อง "ทำแบบไม่ทำ"     คือไม่ใช้ทำโดยเราทำ หรือกำหนด     แต่เราเอื้ออำนวยให้ "องค์ประกอบในระบบนิเวศน์" เป็นผู้แสดงหลัก     เราหนุนเสริมเล็กๆ น้อยๆ  และที่ไม่น้อยคือคอยแสดงความชื่นชมยินดี เมื่อเกิดการดำเนินการตามแนวทางที่เป็นเป้าหมาย     และคอยทำความเข้าใจคุณค่าของเป้าหมายนั้น     ที่เป็นคุณค่าร่วมกันของสมาชิกของ "ระบบนิเวศน์"

          ที่จริงชื่อของบันทึกนี้น่าจะผิด     เพราะไม่ใช่แค่คิด     แต่ต้องทำด้วย     และจุดใหญ่อยู่ที่การลงมือทำ      ในลักษณะของการจัดการระบบนิเวศน์     ที่ "จัดการแบบไม่จัดการ"      แต่เป็นการเชื่อมโยง "ความหมาย" หรือ "คุณค่า" ร่วมกัน ของสมาชิกในระบบ    ที่ผมเรียกว่า เป็นการทำงานแบบเชื่อมโยงเครือข่าย

          เวลานี้ผมเป็นนักเรียนวิชาเชื่อมโยงเครือข่ายของระบบนิเวศน์     เรียนวิชาจากการปฏิบัติจริง     สนุกอย่าบอกใคร

วิจารณ์ พานิช
๒๓ มิ.ย. ๕๐