วิธีทำงานอิงระบบ การเชื่อมโยงพันธมิตรวิชาการ และการจัดการความรู้แบบKM.ธรรมชาติ เป็นแนวทางในการดำเนินงานของมหาชีวาลัย ทำให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ ทั้งตัวเราเองและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พบเห็นความจริงใหม่ๆ โดยเฉพาะช่องโหว่ของโครงการนี้ ที่เอาชาวบ้านมาอบรมแล้วให้กลับไปมือเปล่า คนที่ไม่มีศักยภาพก็กลับไปนอนเอามือก่ายหน้าผาก คนที่มีความพร้อมความสนใจก็อาจจะนำความรู้ไปทำอะไรได้บ้าง แต่ก็อ่อนแรงเต็มที
ในส่วนที่เราทำงานวิจัยร่วมกับพันธมิตรวิชาการ เช่น การเลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงหมูเหมายซาน การเลี้ยงโค ปลูกหญ้า การปลูกสมุนไพร ปลูกป่าไม้ ปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ศูนย์ฯต้องดำเนินการประสานงานเอง ต้องเก็บเล็กผสมน้อย เช่น บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด สนับสนุนถังน้ำ เรานำมาทำแท็งค์เพื่อการส่งน้ำระบบพ่นฝอยให้กับแปลงเกษตร หรือการที่มีนักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ นักวิจัย (ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ดร.แสวง รวยสูงเนิน ดร.สวัสดิ์ ธรรมบุตร ดร.วนิดา กำเนิดเพชร ดร.ขจิต ฝอยทอง ดร.ศักดิ์พงศ์ หอมหวน อาจารย์บีแมน อาจารย์สมพิศ ไม้เรียน คุณทวีสิน ฉัตรเฉลิมวิทย์ และคณะจากบริษัท Sun Food) มาเยี่ยมในระหว่างที่เราฝึกอบรม ท่านเหล่านี้เราได้เรียนเชิญให้วิทยาทานแก่ผู้เข้ารับการอบรม ทำให้วิสัยทัศน์กว้างไกล เข้าข่ายร่วมด้วยช่วยกันสร้างสนามแม่เหล็กความรู้ได้อย่างมีคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ ตรงกับข้อเท็จจริงที่ว่า “ใครมาช่วยมหาชีวาลัยอีสาน ก็เหมือนกับท่านได้มาทำความดีถวายในหลวง”
เพื่อให้เห็นกระบวนการสืบทอดความรู้ที่เป็นรูปธรรม เราเกิดความคิดว่าน่าจะสร้างชุดความรู้ที่เหมาะสมกับเกษตรกรขึ้นมาใหม่ เพราะความรู้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน บางเรื่องค้างเก่าจนเน่าแล้ว บางเรื่องเก้ๆกังๆ บางเรื่องไม่เอาไหนเลย ควรสังเคราะห์ใหม่เพื่อที่จะตอบคำถามว่า ถ้าชาวบ้านจะประกอบการในเรื่องเหล่านี้ เขาต้องดำเนินการภายใต้ชุดความรู้อะไร ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ เป็นอย่างไร
เราค้นพบศักยภาพในตัวผู้นำชุมชนว่ามีอยู่มากมาย ถ้าเรารองรับได้และมีการยกเครื่องให้มีประสิทธิภาพกว่านี้ จะลดการปีนบันไดน้อยขั้นลงได้มาก การต่อยอดจากสิ่งครัวเรือนต่างๆทำอยู่แล้ว เช่น เขาเลี้ยงโค ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงกบ เลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก ไปดูไปเสริมว่าเขาควรจะเพิ่มเติมอะไร เราชอบพูดกันว่า หมู เห็ด เป็ด ไก่ ถ้าจะเสริมเรื่อง4ตัวนี้ลงไป ควรจะทำแค่ไหนมีวิธีให้เขาเลือกอย่างไร หรือการปลูกต้นไม้ในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นตัวบ่งบอกความยั่งยืนอย่างเหมาะสมระดับครัวเรือน จะทำกันอย่างไร
การใช้วัฒนธรรมประเพณี เข้ามาออกแบบการฝึกอบรมอย่างผสมกลมกลืน ทำให้ได้ศักยภาพในตัวคนมาสร้างชีวิตชีวาได้อย่างสนุกแบบมีสาระ กลอนลำ คำสอย คำผญา ความสามารถเฉพาะตัวเป็นจุดเด่นหนึ่งในกระบวนการทั้งหมด ผสานกับเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้งานเผยแพร่ออกไปทั่วโลก ในระหว่างการอบรม ดร.ขจิต ฝอยทอง ทดลองถ่ายทอดภาพและเสียงขึ้นอินเตอร์เน๊ท นอกจากนี้ยังมีผู้เข้ารับการอบรมหลายรายที่เป็นโฆษกวิทยุ เป็นดีเจในรายการต่างๆ เมื่อได้รับความรู้ไปแล้วได้นำไปเผยแพร่ออกอากาศ..สมาชิกที่เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู นักศึกษา อสม. ตำรวจ ผู้นำชุมชน เกษตรตำบล อบต. ได้นำความรู้ไปถ่ายทอดปากต่อปาก เป็นการกระจายตัวความรู้อย่างเป็นรูปธรรม ตรงกับข้อกำหนดของเราที่ว่า..รู้แล้วต้องอธิบายได้
มหาชีวาลัยอีสานไม่เชื่อว่าจะใช้น้ำลาย มาพัฒนากระบวนการเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เกษตรกรได้ รัฐฯต้องการจะพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่ตัวโครงการตัวศูนย์เรียนรู้ยังไม่พอเพียงทั้งชุดความรู้ และความชัดเจนในระบบบริหารจัดการเท่าที่ควร ทำได้ครึ่งๆกลางๆ มันก็ไม่ต่างกับหุงข้าวแล้วใส่น้ำลงในหม้อช้อนเดียว ความอ่อนด้อยของการฝึกอบรมในโครงการต่างๆที่ทำแบบคุยอยู่บนอากาศ จะบ่มเพาะศรัทธาสีเทาให้กับชาวบ้านมากขึ้น
คำว่า..มาเพื่อเอาเบี้ยเลี้ยง มาเพราะถูกเกณฑ์มา อบรมเพราะมีใบสั่ง อบรมเพราะอยากได้งบประมาณ ทำเล่นๆอบรมเล่นๆให้มันจบๆไป กระบวนการเหล่านี้ก็จะนำไปสู่การอบรมเศรษฐกิจพอเพียงแบบเด็กเล่นขายของ ถ้าเราไม่ตระหนักว่า งานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสภาพที่ไม่พร้อมนั้นเป็นสิ่งยาก ไม่ใช่จะโมเมชั่นมาแล้ว ผนึกกำลังกันโมเมชั่นต่อไป ควรคำนึงถึงคุณภาพมากกว่าปริมาณ ถ้าคิดว่างานนี้ไม่ง่ายและไม่ใช่การโฆษณาหาเสียง ก็ควรพิจารณาอย่างจริงจัง และควรถามตัวเองว่าเรากำลังทำอะไรในปีทองที่คนไทยจะทำอะไรถวายพระประมุขของชาติ จะน้อมถวายอะไร!! ถึงจะคู่ควรกับบทบาทหน้าที่ในฐานะพสกนิกรของพระองค์
ท่านครูบาฯครับ
ผมเฝ้าติดตามและรอวันจะมีส่วนร่วมทั้งการเป็นผู้ให้และผู้รับ กับมหาชีวาลัยฯแห่งนี้ครับ ในตัวผมก็พอจะมีสิ่งที่สั่งสมมาหลายสิบปี ที่พิสูจน์แล้วว่าแก้ปัญหาได้ และติดดิน เรื่องเกี่ยวกับการประยุกต์เครื่องมือเครื่องใช้ทางเทคโนโลยี ที่เหมาะแก่ชาวบ้าน ชนิดที่เข้าข่าย ประหยัด และพอเหมาะ พอเพียงนั่นแหละครับ
อีกประการหนึ่ง ผม "ยอม" กลับเข้ามาช่วยงานบริหาร ในคณะศึกษาศาสตร์ เป็นรองคณบดี(รอบที่ 4 แล้ว) อีกครั้งหนึ่ง มีนักศึกษาสายครูอยู่ในมือจำนวนไม่น้อย หากไม่มีอะไรกีดขวางมากนัก คงได้ใช้พื้นที่ และชีวิต-วิญญาณ ของท่านและหมู่ญาติ ร่วมกันสร้างกุศล โดยให้โอกาส คนที่จะไปเป็นครูของชาติ เหล่านั้นได้มาสัมผัส เรียนรู้ โลกจริง โลกใหม่ แห่งการเรียนรู้ที่ แท้จริง ไร้มายา และการหลอกลวง คือที่มหาชีวาลัยฯ ที่ผมเองก็ไม่เคยไป แต่แอบบอกใครต่อใคร ถึงคุณค่า ราวกับว่าไปมาแล้วสักสิบครั้ง
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
สวัสดีค่ะ ครูบา
แวะมาเยี่ยมคารวะ ชื่นชมในความตั้งใจดีๆ ที่จะช่วยกันทำเพื่อสังคม ประเทศชาติของเราค่ะ เป็นโชคดีของคนแถบนี้จริงๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะ
ดีครับ ครูบาฯ
มาเพราะใบสั่ง พวกล่ารายชื่อไปเบิกงบประมาณ
มาแต่ เดินๆ บ่นๆ "ไม่เห็นจะมีอะไร" พวก จับความรู้ไม่เป็น
มาดูหลายๆวัน เพราะ กระบสนการบ่มเพาะความคิด เรียนรู้ ใช้เวลาครับ มาดูแบบลวกๆไม่ได้ แบบ สุกี้ยากี้ เพราะ ความรู้ ต้อง อบ กันนานๆ แบบ ถ่าน แบบเห็ด
ดูแล้ว ก็ กลับเอาไปทำ หรือ จะให้ดี ทำ แบบครูบาฯ แล้วมาดู เช่น ที่ ปูนฯ เรามี Learning camp ที่ ทวีสินดูแล หรือ การพัฒนา Innovation facilitator หรือ ที่ Sunfood (ข้าวมันไก่โกซัน) ก็มี Learning camp
เราไม่ได้ คิด จะมาดูว่า ครูบา ฯ ทำอะไร แต่ เรามา เกี่ยวเกี่ยว กระบวนการ วิธีคิด แรงบันดาลใจ ภาคี เปิดหู เปิดตา เปิดใจ ฯลฯ เอาไป ประยุกต์ใช้ ที่ หน่วยงานของเรา
เราประทับใจครูบา ฯ ใน อุปนิสัยการเรียนรู้ วิธีคิด กระบวนการเรียนรู้ การเป็น"ยอดโค้ช" ของท่าน
เราดู ครูสมพรสอนลิงมาแล้ว เราก็มาเจอแบบครูบาฯ
สิ่งที่จะถวายในหลวงได้ คงมีมากมาย คือ มีสติ และ ลงมือทำ เข้าถึงเรื่อง อยู่อย่างพอเพียง ไม่ใช่ เข้าสมอง
ผมคงพยายาม ทำ ไร่ร่มธรรม เป็นสถานที่สอนธรรมะ
และ อาจจะ ยืมที่ ครูบา ฯ พาคน มาบวชอยู่กับงาน ทำงานไปพัฒนาสติไป "ภายในดูจิต ภายนอกทำงาน" สมดุลควบคู่ขนานไปพร้อมๆกัน
ประทับใจครูบา ฯ ใน อุปนิสัยการเรียนรู้ วิธีคิด กระบวนการเรียนรู้ การเป็น"ยอดโค้ช" ของท่าน
ขอสนับสนุนท่าน คนไร้กรอบ
แม้เป็บเพียงช่วงสั้น ๆ ที่ได้สัมผัส มหาชีวลัยอีสาน ก็ประทับใจมากครับ...คงมีโอกาสได้มาอีก
สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ สร้างแรงบันดาลใจในการยึดแนวทางนี้ ต้องบอกว่าทำเพื่อในหลวง ปัจจุบันคิดเสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้ ขอทำเพื่อในหลวงของเรา ยึดถือมาตลอด ครับ
และเมื่อ 2 สิ่งมาอยู่กันที่สวนป่านี้ เลยไม่น่าสงสัยเลยครับ ที่จะสามารถสร้างความศรัทธาและแรงบันดาลใจให้ผมมากขนาดไหน
ทุกครั้งที่มาที่สวนป่า เหมือนมาอยู่บ้าน รักทีนี่เข้าเต็มเปา ครับ คงได้มีโอกาสสร้างสรร อะไรให้กับที่สวนป่าได้มากยิ่งๆขึ้น ต่อๆไป เป็นแน่ครับ ล่าสุดที่มาอยู่ที่สวนป่า(27-29 มิ.ย.50) เป็นช่วงเวลาที่ไม่สคริปท์ ไม่ใครมากำหนดเวลาต้องทำอะไรเมื่อไร แต่มันก็ผ่านไปด้วยคุณค่า การเรียนรู้ และความรักและเอื้ออาทร จริงๆครับ ท่านใดสนใจเข้าไปอ่านบันทึกของผมได้ครับ ตามlink ข้างล่างนี้ครับ
วันที่ 1 , วันที่ 2