การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งปกติ แต่การเปลี่ยนแปลงที่ฐานรากของชุมชนโดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการผลิตที่อาจทำให้องค์ประกอบการพึ่งตนเอง หรือฐานการอบู่อย่างพอเพียงสั่นคลอน ก็อาจจะทำให้นโยบายการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงไม่บรรลุวัตถุประสงค์ได้

หากมีคนถามท่านว่าภาพชนบทอีสานวันนี้เป็นอย่างไร ผู้บันทึกคิดว่าบางท่านคงนึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดูดีขึ้น เห็นมีรถปิคอัพวิ่งหนาตาขึ้นในหมู่บ้าน เห็นวัยรุ่น วัยเรียน ขี่รถมอเตอร์ไซด์มากขึ้น เห็นวัยรุ่นหอบถุงพลาสติกเดินออกมาจากห้างสรรพสินค้าใหญ่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เห็นวัยรุ่นและผู้นำชุมชนใช้มือถือ... แต่ผู้บันทึกเห็นอีกแบบหนึ่งครับ 

ข้าวยังเป็นพืชหลักของชาวบ้าน จะน้ำท่วม ฝนแล้ง การเมืองจะวุ่นวายหรือร้อนแรงปานใด เมื่อเข้าเดือนหก ทุ่งนาที่ผ่านแล้งมาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นนาข้าวทันที นาดอนปลูกข้าวไร่ นาลุ่มปลูกข้าวนาดำ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปนานแล้วก็คือข้าวพันธุ์พื้นบ้านพื้นเมืองเกือบหายไปหมดสิ้นแล้ว เหลือแต่ข้าว กข.หมายเลขต่างๆ เพราะนโยบายเปลี่ยนแปลงพันธุ์ข้าวของราชการเราด้วยความหวังดี 

 หลายหมู่บ้านใช้วิธีหยอดและหว่านข้าวมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่สำคัญคือ ไม่มีแรงงาน หรือแรงงานไม่พอและทวีความรุนแรงการขาดแคลนแรงงานมากขึ้น นี่หมายความว่าแรงงานในชนบทที่เคยเอามื้อเอาแรงกันนั้นหายเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมมากขึ้นอย่างที่หลายท่านกล่าวถึงมาบ้างแล้ว ผู้บันทึกขอยืนยันจากการสัมภาษณ์ชุมชนมาในการทำงานสำรวจชุมชนที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ 

การขาดแคลนแรงงานนี้จะกระทบฐานการผลิตในชุมชนอย่างใหญ่หลวงในอนาคตซึ่งเริ่มขึ้นแล้วในปัจจุบันและจะทวีความรุนแรงมากขึ้น กระทบอะไรบ้าง ท่านลองทำนายดู ผู้บันทึกมีเพื่อนเป็นพ่อค้าขายข้าวบอกว่าปีนี้ราคาข้าวเหนียวแพงเป็น 2-3 เท่าของปีก่อนและข้าวเหนียวคืออาหารหลักของพี่น้องอีสานโดยเฉพาะคนจนที่ต้องซื้อข้าวกิน ต้องแบกภาระหนักลงไปอีก... 

เราพบสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนว่ามีบางหมู่บ้านไม่ได้ปลูกข้าวเลยแต่ปลูกพืชไร่พืชสวน และไม้ผลกันเต็มพื้นที่ เช่น หมู่บ้านตามชายเขื่อนน้ำพุง จังหวัดสกลนคร ชาวบ้านจะขายพืชผลจากสวนไปซื้อข้าวมาบริโภค... 

วัว เป็นสัตว์เศรษฐกิจและยังคงเป็นกระปุกออมสินของชาวบ้านต่อไปอีกนาน หลายครอบครัวมีวัวเลี้ยง ในกรณีครอบครัวที่ศึกษานั้นพบว่าทุกครอบครัวมีวัวอย่างน้อยที่สุด 1 คู่ 

อ้อย และมันสำปะหลัง ยังเป็นพืชไร่ที่ชาวบ้านยังคงปลูก  แต่เมื่อรัฐบาลชุดที่ผ่านมาสนับสนุนโครงการยางพาราในท้องถิ่นอีสาน และราคายางแผ่นพุ่งขึ้นสูงมากๆอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ผลกระทบคือพื้นที่ปลูกอ้อยลดลงมากเกือบร้อยละ 30 ของพื้นที่ที่เคยปลูกส่งผลให้โรงงานน้ำตาลต่างๆต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธีส่งเสริมเกษตรกรปลูกอ้อย 

การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งปกติ แต่การเปลี่ยนแปลงที่ฐานรากของชุมชนโดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการผลิตที่อาจทำให้องค์ประกอบการพึ่งตนเอง หรือฐานการอบู่อย่างพอเพียงสั่นคลอน ก็อาจจะทำให้นโยบายการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงไม่บรรลุวัตถุประสงค์ได้... ผู้ที่รับผิดชอบมักจะไปป่าวประกาศเพียงอย่างเดียวว่า จงทำครอบครัวให้พอเพียง..แต่ไม่ได้ช่วยคิด ไม่ได้ช่วยใช้เงื่อนไขของระบบการบริหารมาแก้ปัญหาฐานราก นโยบายของรัฐก็จะเป็นเพียงลมที่พัดผ่านมาเท่านั้น..