อาจารย์บีแมนหน้าเปื้อนยิ้มอยู่เสมอ แสดงถึงเป็นคนอารมณ์ดี จากการที่อยู่กับผึ้งมา20กว่าปีบ่มเพาะจิตใจให้สงบเยือกเย็น อาจารย์เล่าว่า..ทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับผึ้งจะต้องทำด้วยความอ่อนโยน เป็นการฝึกสติและสมาธิอย่างดีเยี่ยม ถ้าคนเลี้ยงผึ้งทำตัวเอะมะเทิ่งรับรองโดนผึ้งต่อยแหลก

  

(อาจารย์ผึ้ง กับ อาจารย์หม่อนไหม บรรยายให้นักศึกษาฟัง) 

ผึ้งเป็นแมลงที่ดุแต่ชอบความสุภาพ อาจารย์เล่าว่าถ้าเราใจเย็นทำมือเบาๆ เราจะเอามือเปล่าค่อยๆกวาดแม่ผึ้งออกจากรังได้ มีคราวหนึ่งไปตีผึ้งกับเพื่อน เอาถุงคลุมรังผึ้งได้ไม่มิดชิด ทำให้ผึ้งทหารหลุดออกมาไล่ต่อยเพื่อนที่วิ่งหนีไปคนเดียว ส่วนอาจารย์ยืนเงียบๆผึ้งบินผ่านไม่ทำอันตรายอะไร  

  Dscf0001+%28small%29

อาจารย์เล่าเรื่องการเลี้ยงผึ้งในรูปแบบต่างๆ ฉายภาพแสดงชนิดและประเภทของผึ้งแต่ละตัวว่าทำหน้าที่อย่างไร แล้วตอบปัญหา เช่น การพิสูจน์น้ำผึ้งแท้หรือของปลอม ในช่วงบ่ายมีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้น ผึ้งหลวงรังใหญ่ข้างบ้าน ได้ทิ้งรังเมื่อคืนนี้ ลมได้สอยรังผึ้งตกมาค้างกับกิ่งไม้ นักศึกษาไปสอยมาให้อาจารย์บีแมนนำมาเป็นสื่อการสอนคืนนี้

 

รู้สึกแปลกใจไหมครับ ทำไมผึ้งหลวงถึงทิ้งรังใหญ่ในวันที่อาจารย์ผึ้งเดินทางมาที่นี่ พูดแล้วจะหาว่าคุย ที่นี่นะครับ..แม้แต่ผึ้งยังให้ความร่วมมือ อาจารย์บีแมนได้ตัดเอารังที่มีตัวอ่อนติดอยู่ นำกลับไปฝากเลี้ยงในรังผึ้งพันธุ์ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร  

ครูของเราอีกท่านหนึ่ง ได้แก่แม่นิ่มนวล จันทรุญ ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเรื่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในชุมชน แม่อยู่ที่ศูนย์นวัตกรรมไหมมหาวิทยาลัยมหาสารคาม แม่บอกว่าคนอีสานทอผ้าไหมสวยสู้ของภาคอื่นไม่ได้ เพราะชาวบ้านยังไม่พัฒนาวิชาการความรู้วิธีการย้อมและทอผ้าไหม ทำให้ขายไม่ได้ราคา เรื่องนี้บ่งบอกว่าคนอีสานสนใจเรียนรู้ช้ากว่าคนภาคอื่น เท็จจริงอย่างไรคนอีสานตอบตัวเองก็แล้วกัน

การทำงานแบบอิงระบบ เป็นหลักการหนึ่งของมหาชีวาลัยอีสาน จะเห็นว่าถ้าเราเชิญวิทยากรระดับเซียนขี่นกกระเรียน เช่น ดร.วรภัทร์ ดร.แสวง คุณทวีสิน อาจารย์สมพิศ อาจารย์บีแมน อาจารย์ขจิต ดร.สวัสดิ์ ดร.วนิดา แม่นิ่มนวล แทบไม่ต้องพูดถึงค่าใช้จ่าย ซึ่งเราไม่มีงบประมาณเชิญท่านอยู่แล้ว ถ้าพูดถึงเวลายิ่งปิดสนิทเข้าไปอีก เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ท่านเหล่านี้จะมีเวลาว่างตรงกัน แต่ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นใน2-3วันนี้ ทุกท่านได้มาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเราอย่างน่าอัศจรรย์