ฆราวาสปกครองสงฆ์ (อีกนัยหนึ่ง)

ต่อไปฆราวาสจะปกครองสงฆ์... ผู้เขียนได้ยินสำนวนนี้มานานแล้ว แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้พูดคนแรก หรือเป็นเรื่องที่ถูกทำนายไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่... ต่อมาความเห็นของพระเถระบางรูปก็เริ่มพูดว่า เดียวนี้ฆราวาสปกครองสงฆ์ ... นั่นคือ ความเห็นที่บ่งชี้ว่า คำกล่าวนี้กำลังจะเป็นจริง ...

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนก็ได้รับการขยายความจากพระเถระบางรูปอีกนัยหนึ่ง ซึ่งเป็นประเด็นที่สะท้อนสังคมสงฆ์ตอนนี้ได้ดี... และเนื่องจากวันนี้ กฎหมายรัฐธรรมนูญในประเด็นพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ไม่ผ่าน .... จึงใคร่จะนำเรื่องนี้มาเล่าผสมผสานกันไป......

.....

ตามนัยเดิม ฆราวาสก็คือชาวบ้านมีอำนาจเหนือพระสงฆ์ในการปกครอง ซึ่งชาวบ้านในที่นี้ อาจจำกัดวงให้แคบอยู่ ๒ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มข้าราชการ และกลุ่มคณะกรรมการวัด

การจัดตั้งวัด การขอวิสุงคาม การของบประมาณบางอย่างเพื่อบำรุงวัด ฯลฯ... ประเด็นเหล่านี้ จะต้องอาศัยราชการ ซึ่งทางราชการอาจอนุมัติ ดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว หรือปล่อยปละ วางเฉย .... นั่นคือ อำนาจเหล่านี้อยู่ที่ข้าราชการซึ่งเป็นชาวบ้าน อยู่เหนือพระสงฆ์หรือวัด ทำให้เกิดมีการแสวงหาผลประโยชน์ทางอ้อมในทางที่มิชอบ มากบ้างน้อยบ้าง ... พระผู้ปกครองบางรูปเห็นแก่พระศาสนาก็ยินยอมบางอย่าง .... ประเด็นเหล่านี้มีแน่นอน เพียงแต่ไม่ค่อยจะมีใครนำมาเปิดเผยให้ปรากฎเท่านั้น

บางวัด การจัดการวัดอยู่ที่คณะกรรมการทั้งหมด พระสงฆ์ภายในวัดไร้อำนาจ... คณะกรรมการเหล่านั้น บางแห่งก็มีนอกมีในอยู่กับวัด หรือบางคนก็อาจต้องการอำนาจ.... เรื่องราวทำนองนี้ก็สงเคราะห์ได้ว่าฆรวาสปกครองสงฆ์ ได้เช่นเดียวกัน

........

อีกนัยหนึ่งก็คือ ฆราวาสในที่นี้มิใช่ชาวบ้านผมยาว นุ่งกางเกง ใส่เสื้อลาย แต่เป็นอลัชชีห่มเหลืองนี้แหละ ... กลุ่มนี้แม้ขาดจากความเป็นพระแล้วก็ไม่ลาสิกขาไปตามวินัย ยังคงเกาะตำแหน่ง ตั้งเป็นแก็งครอบงำการปกครองคณะสงฆ์ มีการกีดกันพระสงฆ์น้ำดี มิให้เข้าสู่แก่นอำนาจ ....

นี้คือ ฆราวาสปกครองสงฆ์ (อีกนัยหนึ่ง) ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าเป็นจริงเช่นเดียวกัน และส่วนมากก็รับรู้อยู่ เพียงแต่ว่า ขาดประจักษ์พยาน หรือหลักฐานที่จะทำลายการจัดตั้งเป็นระบบของอลัชชีทำนองนี้ได้...

........

ผู้เขียนอยู่วัดมาเกิน ๒๐ ปี อยู่มาทั้งบ้านนอก ในป่า ในเมือง ทั้งวัดสำนักปฏิบัติ และสำนักเรียน .... พานพบพระสงฆ์ที่เสียสละเพื่อพระศาสนา และทุ่มเทเพื่อศาสนามาก็มิใช่น้อย...

ยืนยันได้ว่า ทั้งพระสงฆ์ดี และอลัชชีชั่ว มีอยู่ทุกกลุ่มสังคมที่ผู้เขียนอยู่มา.....

เฉพาะประเด็นต้องการปกป้องพระศาสนา โดยยกพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ก็มีบางส่วนที่ยอมอุทิศตัวเองเพื่อการณ์นี้ และมีบางส่วนที่รับจ้างมา.... หรือมีการเมืองระดับชาติอยู่เบื้องหลัง (ประเด็นหลังนี้ผู้เขียนไม่ทราบ และไม่แน่ใจ)

........

สรุปว่า ยังไม่เคยเจอหรือเคยเห็น ชาวบ้านซึ่งเป็นนักการเมืองระดับสูง หรือพระชั้นปกครองระดับกรรมการมหาเถรฯ ออกมาเสนอแนวคิด หรือเคลื่อนไหวเพื่อจะแก้ปัญหาพระศาสนาเหล่านี้เลย........

ผู้เขียนรู้สึกว่า ท่านเหล่านั้น ทั้งที่เป็นชาวบ้านและพระสงฆ์ เล่นไปตามกระแส ทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองให้มั่นคง และเพื่อให้อำนาจตัวเองและบริวารสูงส่งหรือยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้น เท่านั้น

.......

โดยปกติ... ผู้เขียนมักสงวนท่าที ไม่ค่อยเขียนเรื่องทำนองนี้ วันนี้เล่าย่อๆ เพื่อสะท้อนบางสิ่งบางอย่าง เผื่อว่าใครจะมีปัญญาบารมีเพียงพอเพื่อแก้ไขสิ่งเหล่านี้บ้าง.......