Conductor และคนอื่นๆ
เมื่อคืนเน็ตล่มเป็นระยะๆ จึงมิได้ให้ความเห็นกลับไป ก็ขออภัยมาด้วย ได้แต่เพียง เจริญพร เพื่อเป็นเครื่องแสดงออกบางอย่างเท่านั้น....
อ้างถึงความเห็นของคุณโยม Conductor อีกครั้ง เฉพาะย่อหน้าสุดท้าย....
สงฆ์เป็นพหูพจน์ใช่ไหมครับ ถ้าเป็นเอกพจน์ใช้คำว่าภิกษุ สังฆกรรมไม่สามารถทำได้ด้วยภิกษุรูปเดียว ผมคิดว่าพุทธบัญญัติข้อนี้เป็นไปเพื่อให้สงฆ์ตักเตือนกันเอง และหาก(ฉันน)ภิกษุรูปใดละเมิดพระวินัย ก็ให้ถอนสิกขาบท หรือลงพรหมทัณฑ์
ข้อความนี้ มีบางประเด็นที่เป็นคำถาม และบางประเด็นที่ใคร่จะชี้แจง.....
ประเด็นแรกเป็นคำถามว่า คำว่า สงฆ์ เป็นพหูพจน์หรือไม่ ? .... ตอบว่า สงฆ์ เป็นได้ทั้งเอกพจน์ และพหูพจน์ โดย เอกพจน์เขียนว่า สงฺโฆ ...ส่วน พหูพจน์เขียนว่า สงฺฆา .............
แต่คำว่า สงฆ์ จัดเป็น สมุหนาม หมายถึง เป็นคำที่บ่งถึง กลุ่ม กอง พวก หมู่ คณะ เหล่า ฯลฯ ประมาณนี้.... มิใช่คำที่เป็น เอกนาม ซึ่งบ่งชี้ หนึ่งเดียว หรือเฉพาะคนเดียว .... ทำนองนี้
...............
ประเด็นที่ใคร่ชี้แจง คือ การให้ถอนสิกขาบท และ การลงพรหมทัณฑ์...
การให้ถอนสิกขาบท เป็นการอนุญาติไว้โดยพระพุทธเจ้าว่า ถ้าประสงค์จะถอนสิกขาบทเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้ .... แต่พระอานนท์ไม่ทูลถามว่าสิกขาบทเล็กน้อยคืออะไรบ้าง... ดังนั้น จึงมีมติในการสังคายนาครั้งแรกว่า ไม่ถอน ..... ผู้สนใจลองไปค้นดูเรื่องราวตอนปฐมสังคายนา
การลงพรหมทัณฑ์ เป็นวิธีการที่พระอานนท์ทูลถามว่าจะปฏิบัติต่อพระฉันนะอย่างไร... พระพุทธบอกว่าให้ลงพรหมทัณฑ์ กล่าวคือ การไม่ว่ากล่าว ไม่ตักเตือน ไม่สนใจโดยประการทั้งปวง ... ทำนองนี้
เพิ่มอีกนิดเฉพาะเรื่องพระฉันนะ... กล่าวคือ นายฉันนะเคยตามเสด็จตอนฟ้าชายสิทธัตถะออกบวช (ทรงผนวช) ต่อมาเมื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า นายฉันนะก็มาบวชอยู่ด้วยในภายหลัง... เมื่อบวชแล้ว พระฉันนะ ถือตัวว่าเป็นขาใหญ่ เด็กเส้น ลูกน้องคนสนิทที่เก่าแก่.. ไม่ฟังใคร ชอบทับถ่มผู้อื่น ทำนองว่า.... ตอนนี้มาอ้างว่า เราชื่อสารีบุตร เราชื่อโมคคัลลานะ ... แต่ในคราวพระลูกยาเธอออกบวช ใครบ้างที่ตามเสด็จมา มีแต่เราคนเดียว.... ประมาณนี้
เรื่องนี้สร้างความระอาต่อพระภิกษุ-สามเณรทั่วไป พระพุทธเจ้าตรัสห้ามไว้หลายครั้งแล้ว แต่พระฉันนะก็คงทำตัวเหมือนเดิม ดังนั้น พระอานนท์ จึงทูลถามเรื่องนี้.....
..............
สรุปว่า ประเด็นการถอนสิกขาบท และการลงพรหมฑัณฑ์ไม่เกี่ยวข้องกันเลย....
เจริญพร