"คลัง" จี้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังตัวเลขเบิกงบต่ำมาก สศค. ชง "ฉลองภพ" ลดภาษีอุตสาหกรรม 150 รายการเหลือ 0%   ก่อนดันเข้า ครม. 3 ก.ค.นี้  คาดศุลกากรสูญแค่  6-7  ร้อยล้าน   ไม่สะเทือนรายได้รวม  "อำพน"  ฟุ้ง  กำลังซื้อเริ่มกระเตื้อง "พาณิชย์" พอใจตัวเลขส่งออกโต 12.5% ยันไม่เพิ่มเป้า รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง  เปิดเผยว่า  การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550 ถือว่าค่อนข้างต่ำ มีการเบิกจ่ายเพียง 28.6% ของกรอบเงินลงทุนทั้งหมดในปีนี้     ที่ตั้งไว้  3.3  แสนล้านบาท  ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง  (สศค.) เห็นว่าควรมีการติดตามการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจอย่างใกล้ชิด  ส่วนการเบิกจ่ายของรัฐบาล 8 เดือนแรก เบิกจ่ายได้แล้ว 57.9% ของกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่าย 1.562 ล้านล้านบาท ก่อนหน้านี้ นายสมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สศค.ระบุว่า ถึงสิ้นปีนี้ มั่นใจว่าการเบิกจ่ายภาครัฐจะเป็นไปตามเป้า 93% ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินฉีดลงสู่ระบบเศรษฐกิจรวม 2.15 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย จากการเบิกจ่ายของรัฐบาลจำนวน 1.45 ล้านล้านบาท และงบเหลื่อมปีอีก 1.2 แสนล้านบาท      การเบิกจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 2.98 แสนล้านบาท และการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจอีก 2.8 แสนล้านบาท นายสมชัยกล่าวว่า  สศค. ได้เสนอให้นายฉลองภพ  สุสังกร์กาญจน์  รมว.คลัง  พิจารณาปรับโครงสร้างพิกัดอากรขาเข้าศุลกากร  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการในกลุ่มปัจจัยการผลิตที่ยังไม่มีการผลิตในประเทศไทย  กว่า  150 รายการ โดยเสนอลดพิกัดอากรขาเข้าจาก 1-30% เป็น 0% เช่น แผ่นแก้วที่เสริมด้วยลวด หลอดไฟฟ้าแบบดิสชาร์จ คาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ "ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมยานยนต์ หอการค้า กระทรวงพาณิชย์ แล้ว โดยมองว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์จากการปรับโครงสร้างพิกัดภาษีครั้งนี้ จะมีทั้งอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมปิโตรเคมี  อุตสาหกรรมยานยนต์  อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกรมศุลกากรจะสูญเสียรายได้ประมาณ 600-700 ล้านบาท แต่คงไม่ทำให้รายได้ของกรมศุลกากรในปีนี้ต่ำกว่าเป้า เพราะใกล้จะสิ้นปีงบประมาณแล้ว" นายสมชัยกล่าว สำหรับความคืบหน้าการปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบนั้น  นายศุภรัตน์  ควัฒน์กุล  ปลัดกระทรวงการคลัง จะเรียกประชุมครั้งสุดท้ายในวันที่ 12 ก.ค.นี้ เพื่อสรุปเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ดี ยังไม่มั่นใจว่า เรื่องดังกล่าวจะได้รับความเห็นชอบภายในช่วงรัฐบาลนี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายจะตัดสินใจนำมาใช้

นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี  เครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจ 2-3 ตัว เร่งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบสำหรับผลิตเพื่อส่งออก  เป็นสัญญาณที่ดีต่อการลงทุนในอนาคต นอกจากนี้ ยังพบว่าการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอเร่งตัวขึ้นเช่นกัน ดังนั้น เชื่อว่าการขยายตัวเศรษฐกิจในช่วงต่อไปจะเติบโตดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา "อำนาจซื้อเริ่มขยายตัวแล้ว แต่ยังไม่เร่งมาก  ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายก็เหมาะสม  เหลือแต่การปรับตัวของตลาดเงินเท่านั้น  ดังนั้น ช่วงนี้ จะเริ่มเห็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจหลาย ๆ  แห่งปรับประมาณการเศรษฐกิจเติบโตสูงขึ้น" นายอำพนระบุนายการุณ กิตติสถาพร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แนวโน้นการส่งออกครึ่งปีหลังมีโอกาสเติบโตสูงขึ้น แต่กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าการเติบโตการส่งออกที่ระดับเดิม 12.5%ไทยโพสต์  29  มิ.ย.  50