หลังจากที่หน่วยงานของผมอยู่ในช่วงของสูญญากาศของผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 50 ซึ่งอาจเรียกว่า วิกฤต ก็ได้ หมายถึง สถานการณ์ที่แตกต่างจากปกติ หรือทั่วไป ไม่ได้หมายถึงมีอะไรเลวร้ายนะครับ กับคำว่า วิกฤต

ถ้าพูดคำว่าวิกฤต หลายๆคนพยายามมองในแง่ดีคือคำพูดที่ติดตลาด สร้างวิกฤตให้เป็นโอกาสแต่ก็ไม่มีใครขยายความเพิ่มเติม หรือแนะนำที่ชัดเจน ว่าทำกันอย่างไรที่จะสร้างสร้างวิกฤตให้เป็นโอกาส น่าจะมีคู่มือการปฏิบัติงานเรื่องนี้โดยเฉพาะ คงจะดีนะครับ

แต่เมื่อวานและวันนี้ ผมพบว่าเราไม่ต้องสร้างวิกฤตให้เป็นโอกาสก็ได้ มันมาเองครับ มาตามเสียงโทรศัพท์สายภายในมหาวิทยาลัย

เรื่องก็มีอยู่ว่าช่วงนี้หลายหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยกำลังอยู่ในช่วงเริ่มที่จะทำความเข้าใจ สร้างความตระหนักให้กับบุคลากรเรื่องของการประกันคุณภาพ ในช่วงที่จะเริ่มรอบปีการศึกษาใหม่นี้ 

แน่นอนว่าหลายๆหน่วยงานก็ติดต่อมายังหน่วยงานของผมซึ่งเป็นหน่วยงานกลางด้าน QA นี้อยู่แล้ว ขอบุคลากรไปให้ความรู้เบื้องต้นด้านการประกันคุณภาพ ถ้าปกติแล้วมีหัวหน้าหน่วยงานอยู่ด้วย ก็ต้องเป็นท่านที่จะต้องไป แต่ในช่วงของสุญญากาศนี้ ประกอบกับความต้องการอย่างเร่งด่วนของหน่วยงานที่ขอมา ต้องมีใครซักคนที่ต้องไปแทน ผลสรุปคือ

เมื่อวาน (28 กค 50)

  • กองอาคารสถานที่ ขอให้ผมไปช่วยให้ความรู้ QA ให้กับบุคลากรของกองฯ ช่วงกลางเดือนกรกฎา และขอ 2 รอบ 2 วันเพราะคนเยอะ
  • สำนักคอมพิวเตอร์ ขอให้ผมไปช่วยให้ความรู้ QA มีเวลาให้ 3 ชม. ต้นเดือนสิหานี้

วันนี้ (29 กค 50)

  • ผอ.กองวิจัยฯ เดินเข้ามาที่ห้องขอให้ผมช่วยไปเล่า ไปให้ความรู้แก่บุคลากรของกองฯ สำหรับเวลาจะทำหนังสือมาอีกครั้ง

บอกตรงๆว่าผมทำงานด้านนี้มาโดยตลอดตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าทำงาน อยู่เบื้องหลังเป็นส่วนมาก โอกาสที่จะได้ออกไปเป็นวิทยากรแบบบินเดี่ยวอย่างนี้ไม่เคยมี อย่างมากก็ไปช่วยเป็นผู้ช่วยวิทยากรในงานเล็กๆกับหัวหน้า แต่ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ผมจะได้พัฒนาตัวเอง จากช่วงที่คิดว่าเป็นวิกฤต

และวันจันทร์หน้าก็คาดว่าจะมีข่าวดีสำหรับหน่วยงานของผมอีกเรื่องแน่ๆครับ จะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งครับ

KPN