ศูนย์ประยุกต์และบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (www.mat.mahidol.ac.th)  เริ่มจัดตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๔๑๙  ทำให้ผมชื่นชมว่า   บรรพบุรุษของเรามีความสามารถในการมองการณ์ไกลยิ่ง

          มองในมุมหนึ่ง  ศูนย์ประยุกต์ฯ ทำหน้าที่ค้นหาและต่อยอด IC  (Intellectual Capital) ของมหาวิทยาลัย   เพื่อสร้างมูลค่าและคุณค่า (Value)  โดยที่ขณะนี้ IC มี ๒ แบบ

               ๑. ความรู้ทางวิชาชีพหรือวิชาการที่มีความชัดเจนแม่นยำ บริการวิชาการแบบนี้  เป็นบริการวิชาการที่ดำเนินการโดย  "ใช้ความรู้"
               ๒. ความรู้ด้านการวิจัย  เพื่อการสร้างความรู้ใหม่หรือสิ่งใหม่   บริการวิชาการแบบนี้  เป็นบริการวิชาการผ่านการ  "สร้างความรู้"

          บริการวิชาการแบบแรกเป็น low risk, low return  ค่อนข้างจะเป็น  "การใช้แรงงานทางวิชาการ"

          บริการวิชาการแบบหลังเป็น high risk, high return  เป็นการแสวงหาโอกาสใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่  หรือวิธีการใหม่  เป็นบริการวิชาการที่เรายังจะต้องพัฒนาทักษะอีกมาก   รวมทั้งจะต้องมีการพัฒนาสังคมไทยทั้งสังคม ให้เห็นคุณค่าของ  "นวัตกรรม"   โดยหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน รวมทั้งธุรกิจเอกชน  จะต้องช่วยกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้

          น่าชื่นชม  ที่ สกอ. ได้สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยต่างๆ จัดตั้งหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจขึ้น   โดยของมหาวิทยาลัยมหิดลใช้ชื่อว่า MUBI (Mahidol University Business Incubator)  เพื่อทำงานบริการวิชาการในรูปแบบที่ ๒ นั่นเอง

          รายได้ของศูนย์ฯ ในช่วงต้นๆ ได้จากการให้บริการตรวจร่างกายผู้จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ  เกิดรายได้ถึงปีละกว่า ๑๐๐ ล้านบาท  คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี  มีรายได้อันดับ ๑ ของประเทศจากการตรวจร่างกายนี้  เพราะทำเลดี คือ อยู่ใกล้กระทรวงต่างประเทศ  ซึ่งเป็นจุดให้บริการทำหนังสือเดินทาง

          แต่ตอนนี้ข้อได้เปรียบ (ทางธุรกิจ) เปลี่ยนไป   รัฐบาลเปลี่ยนระเบียบเปิดช่องให้โรงพยาบาลที่ไม่ใช่โรงเรียนแพทย์ให้บริการตรวจร่างกายได้ และสถานที่ให้บริการทำหนังสือเดินทางก็ย้ายไปอยู่ที่ถนนแจ้งวัฒนะ  ข้อได้เปรียบทางธุรกิจจึงเปลี่ยนไป รายได้ตกฮวบ  เป็นบทเรียนที่ดีในเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด

          บริษัท ร่วมทุนสตางค์ จำกัด  เป็นกลไกของบริการวิชาการประเภทที่ ๒ ที่มหาวิทยาลัยมหิดลจัดตั้งขึ้น  ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ  และธนาคารส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม   เพื่อเข้าไปลงทุนตั้งบริษัทที่ทำธุรกิจต่อยอดจากความรู้หรือเทคโนโลยีที่นักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลสร้างขึ้น ตัวอย่างของบริษัทที่ตั้งขึ้น คือ

  • International Bio Service Co., Ltd   ให้บริการทดสอบยา เกี่ยวกับ bio-equivalence  โดยร่วมมือกับคณะเภสัชศาสตร์, ศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา, คณะเวชศาสตร์เขตร้อน และคณะวิทยาศาสตร์
  • International Drug Development Co., Ltd  ให้บริการด้าน clinical trail ที่หลากหลาย  โดยใช้ IC ทั้งในมหาวิทยาลัยมหิดล และส่วนอื่นๆ ของประเทศไทย
  • Polychaetec Co., Ltd  เป็นบริษัทร่วมทุน ๖ ฝ่าย   หุ้นสำคัญมากจากบริษัท Seabait Ltd ของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ ที่มีเทคโนโลยีในการผลิตอาหารเลี้ยงเพรียง  ซึ่งเป็นอาหารกุ้งอีกต่อหนึ่ง   บริษัท Polychaetec ทำธุรกิจพัฒนาเทคนิคการเลี้ยงและเพาะพันธุ์กุ้ง

          ฟังการนำเสนอแล้ว  ผมเกิดความคิดว่า คุณูปการของศูนย์ประยุกต์ฯ ที่ยิ่งใหญ่อีกอย่างหนึ่ง คือ การจัดการเพื่อดึงเอาความรู้ความสามารถของสมาชิกของมหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อสร้างรายได้ ทั้งที่เป็นรายได้ของตัวบุคคล  และของหน่วยงาน  โดยที่รายได้ของบุคคลจะเกิดจากการทุ่มเททำงานให้แก่หน่วยงานนั้นเอง   ไม่ต้องเสียเวลาเสียสมองไปหารายได้พิเศษ

          หรือกล่าวใหม่  บุคคลที่เป็นสมาชิกของมหาวิทยาลัยมหิดล มีรายได้พิเศษจากการทำงานด้านประยุกต์วิชาการที่จัดการโดยมหาวิทยาลัย  รายได้ประจำ+รายได้พิเศษสูงเพียงพอที่จะมีชีวิตสุขสบาย ไม่ต้องดิ้นรนทำงานที่ ๒, ๓, ๔ .....

          ผมฝันที่จะเห็นความสำเร็จนี้  แม้จะต้องใช้เวลายาวนานเป็น ๑๐-๒๐ ปี   แต่ก็จะมีคุณูปการใหญ่หลวงต่อบ้านเมือง

          รายละเอียดของศูนย์ประยุกต์ฯ อ่านได้ที่นี่

วิจารณ์   พานิช
๒๗ มิ.ย. ๕๐