ถ้าจะทำดี ไม่ต้องอ้างใคร ไม่ต้องรอวันไหน ทำดีเพราะมันดีในตัวของมัน และทำได้ทุกวินาที แม้ลมหายใจวูบหนึ่ง อย่างน้อยที่สุด ก็คิดดีได้

กระแสการทำความดีเพื่อในหลวงกำลังมาแรง อันนี้ต้องยอมรับว่าใครๆก็เห็นดีงามไปหมด แล้วทำไมผมถึงมาเขียนบันทึกที่ดูจะค้านกับอารมณ์ของสังคมอย่างนี้

 เวลากล่าวพาดพิงถึง เบื้องสูง อย่างนี้  หาเรื่องใส่ตัวหรือเปล่า? 

ตัวผมมีความเคารพเทอดทูนองค์เหนือหัวเป็นอย่างมาก พระองค์ท่านงดงามในทุกจริยวัตร ทั้งยังได้เป็นผู้นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาต้านทานกับหายนะจากลัทธิบริโภคนิยมที่กำลังฉุดประเทศของเราให้จมดิ่งสู่หุบเหวแห่งความโลภที่ไร้ก้นบึ้ง 

วานนี้ ผมได้รับอีเมล์ที่ส่งต่อมาจากเพื่อนของเพื่อนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆของเพื่อน อีกที เนื้อหารวมๆมีว่า ให้เราย้อนมองดูตัวเองกัน ว่าที่เราใส่เสื้อเหลือง สายข้อมือสีเหลือง แล้วบอกใครต่อใครว่ารักในหลวงนั้น ในทางปฏิบัติ คือการทำความดี เราได้ทำจริงๆหรือทำแต่ปาก  ผมอ่านแล้วก็คิด ความจริงก็คิดเงียบๆมานานแล้ว ก็เลยคิดให้ดังขึ้น นำมาลงเป็นบันทึกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 

ด้วยความจงรักภักดีในพระองค์ท่าน และไม่ได้มุ่งหวังให้แม้ใครสักคนตีความหมายเนื้อหาที่ผมเขียนนี้ไปในทางที่ไม่ดี ผมอยากจะยกเอาหลักวิธีการทำดีที่ผมใช้อยู่มาเล่าสู่ เพื่อให้เห็นมุมมองของการทำดีในอีกแง่มุม  

ผมคิดว่า การทำดี เพื่อให้ส่งผลบุญแก่ใครที่เรานับถือ ไม่ได้เป็นสิ่งเสื่อมเสียอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามันจะใช้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้เรา กล้าหาญที่จะทำดี ส่วนตัวผม เวลาจะทำดี ไม่ค่อยคิดหรอกครับว่าจะทำเพื่อใคร เช่น เวลาเจอคนประสบอุบัติเหตุ ไม่ต้องคิดว่าจะทำถวายในหลวง หรือทำอุทิศแก่พ่อ แม่ ครู อาจารย์ แต่รีบไปช่วยเลย ไม่ต้องมาเสียเวลาคิดมากมาย 

  • ทำดี ก็เพื่อให้คนที่ประสบทุกข์พ้นทุกข์ นี่สำคัญ ไม่ใช่ทำดีเพื่อคนอื่นๆที่เป็นบุคคลที่อยู่ห่างจากเหตุนั้น 
  • ทำดี เพราะเห็นประโยชน์ของการทำดี และเห็นโทษของการละเว้นหรือเพิกเฉยต่อโอกาสที่จะทำดี อันนี้น่าจะเป็นหัวใจของการทำดีนะ 
  • ถ้าจะว่าไป ตามหลักคิดแบบเซน ยิ่งลึกลงไปใหญ่ คือทำดีเพื่อทำดี คือไม่เอาจิตไปยึดว่าทำแล้วต้องได้อย่างนั้นอย่างนี้  เรียกว่า ทำดีแล้ว อย่า ถือดีเพราะถือแล้วมันหนัก เครียด ทำดีแล้วต้องปล่อยวาง ภาษาพุทธท่านว่า อุเบกขา”  

ผมพบคนดีจำนวนไม่น้อย ทำดีแล้วชอบถือดี คือยึดถือในสิ่งที่ทำไปว่าเป็น ตัวกูของกูนี่ ท้ายสุดทำดีเลยไม่ได้ดี เพราะคิดไม่ถูกทาง  

เช่นกันกับการที่เราทำดี แล้วเอา ดีไปให้คนนั้นคนนี้ นี่ก็ทำให้คนนั้นยิ่งต้องแบกดีที่เรานำไปให้ หนักขึ้นๆ นี่ทุกข์ระทมมาก เพราะต้องรักษา ดีเอาไว้ ซ้ำร้าย ทุกคนก็จะอ้างว่า ทำดีเพื่อคนๆเดียวกัน บางทีก็ ดีแตกใส่กัน อันนี้ คนที่เป็นศูนย์กลางนั้น ก็ยิ่งทุกข์ทรมานใจมาก 

นอกจากนี้ ถ้าเราเอาวางเงื่อนไขของการทำดีว่าทำเพื่อคนอื่นแล้ว ถ้าคนๆนั้นเปลี่ยนแปลงไป เช่น เสียชีวิต หรือทำให้เราไม่ชอบใจ เราก็อาจจะไม่ทำดีอีก เพราะการทำดีของเราไปขึ้นอยู่กับ "เขา"  

ถ้าจะทำดี ไม่ต้องอ้างใคร ไม่ต้องรอวันไหน ทำดีเพราะมันดีในตัวของมัน และทำได้ทุกวินาที แม้ลมหายใจวูบหนึ่ง อย่างน้อยที่สุด ก็คิดดีได้  

เหตุปัจจัยฉะนี้ ผมรักในหลวง จึงไม่ทำดีเพื่อในหลวง แต่ทำดีเพราะมันดี (ตัดคำว่า เพื่อออกไป เพราะไม่ให้ใจไปยึดกับผลที่จะได้รับ) 

อันนี้ เป็นหลักคิดส่วนตัวผม  เรื่องการทำดี ฝากไว้คิดต่อนะครับ