ปลัดคลังเผย 6 ปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องระมัดระวังปัจจัยภายนอกด้วย อย่างไรก็ตามยังเชื่อเศรษฐกิจโตเกิน 4% นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจัยบวกที่สามารถช่วยกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังให้สามารถเติบโตได้เกิน 4% นั้นมี 6 ปัจจัยหลักด้วยกัน คือ  1. การคลี่คลายของสถานการณ์ทางการเมือง หากสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายเร็วความเชื่อมั่นก็กลับมาเร็ว ซึ่งช่วงเดือนที่ผ่านมาได้มีมติยุบพรรคการเมืองและล่าสุดภาครัฐประกาศให้มีการเลือกตั้งเร็วขึ้นจากเดิม ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติในเรื่องของความเชื่อมั่น เพราะความชัดเจนที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  2.ภาคการส่งออก ที่เชื่อว่าการส่งออกยังขยายตัวอยู่ในระดับดี  3. ภาคการนำเข้าที่ยังขยายตัวดี และหากขยายตัวดีต่อไปเช่นนี้ก็จะส่งผลดีต่อภาคการผลิตภายในประเทศด้วย  4. การกระตุ้นรายจ่ายของภาครัฐบาล  5.ภาคการลงทุน  และ 6.การนำเข้าสินค้าทุน รวมไปถึงเศรษฐกิจโลกก็ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ซึ่งมองว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวดีกว่าที่คาดไว้ โดย 11 ประเทศคู่ค้าหลักของไทย อาทิ จีน เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวันฯลฯ มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูง ยกเว้นสหรัฐอเมริกา สำหรับปัจจัยลบที่ยังต้องจับตาดูอย่างต่อเนื่องนั้น ประกอบด้วย ค่าเงินบาท ที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ราคาน้ำมันดิบ ที่คาดว่าจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง โดยสาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งระหว่างประเทศคู่ค้าน้ำมันด้วยกัน ความผันผวนทางการเงินในภูมิภาคยังมีอยู่ต่อเนื่อง ความกังวลและการขาดความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยของ นักลงทุนที่ยังคงมีอยู่  และปัจจัยสุดท้าย คือ ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ถ้ายิ่งทวีความรุนแรงขึ้น      ก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยยังมีพื้นฐานดีและมีปัจจัยบวกหลายตัวที่จะเข้าที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่งในปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัวได้สูงกว่า 4%

สยามรัฐ 23 มิ.ย. 50