พลิกโฉมโครงสร้างค่าตอบแทนข้าราชการใหม่ กำหนด career path ชัดเจน ผู้บริหารระดับสูงเงินเดือนเหยียบแสน นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยหน้า เงินเดือนบวกเงินประจำตำแหน่งสูงกว่าเจ็ดหมื่น ปริญญาตรีเริ่มต้น 9,320 บาท เปิดช่องต่ออายุราชการได้อีก 5 ปี คาดผ่านการพิจารณา สนช. และประกาศใช้ได้ต้นปี 2551

แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีมติผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) 3 ฉบับเกี่ยวกับระเบียบข้าราชการ ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน ร่าง พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ และร่าง พ.ร.บ.เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง โดยคาดว่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติ (สนช.) เร็ว ๆ นี้เพื่อให้ประกาศใช้ในต้นปี 2551  โดยกฎหมายใหม่ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม จะมีการกำหนดเส้นทางเติบโตของข้าราชการทุกระดับไว้ชัดเจน (career path) ต่อไปข้าราชการไม่ต้องวิ่งเต้นเพื่อเป็นอธิบดีแล้ว นั่งทำงานตรงไหนถ้ามีความรู้ความสามารถก็สามารถรับค่าตอบแทนที่สูงเทียบเท่ากับผู้บริหารระดับสูงในองค์กร และเชื่อมั่นว่าอัตราค่าตอบแทนตามกฎหมายใหม่นี้จะจูงใจให้ข้าราชการอยู่ในระบบราชการยาวนานขึ้น เพราะในระดับบริหารเงินเดือนบวกเงินประจำตำแหน่งสูงเหยียบแสน และที่สำคัญการปรับเปลี่ยนนี้จะสอดคล้องกับระบบการบริหารงานบุคคลตามหลักการบริหารราชการแนวใหม่ที่มุ่งให้ข้าราชการแต่ละคนมีผลสัมฤทธิ์สูงในงานวิชาชีพ มีความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ของตนเองได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนสายอาชีพไปดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารจึงจะมีความก้าวหน้าได้ เพราะมิเช่นนั้นแล้วระบบราชการจะต้องสูญเสียบุคลากรวิชาชีพที่สำคัญ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรในสายงานที่ขาดแคลน เช่น แพทย์ วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ ฯลฯ อย่างไม่มีวันสิ้นสุดแหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า การบริหารราชการแนวใหม่จะไม่เน้นที่สายการบังคับบัญชาโดยติดกับระดับตำแหน่งอีกต่อไป แต่จะยึดผลงานและผลสัมฤทธิ์ของงานของตัวข้าราชการเป็นหลัก เปิดโอกาสผู้ปฏิบัติงานมีความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ไปตามผลงานและผลสัมฤทธิ์ของแต่ละบุคคล ซึ่งระบบราชการใหม่จะลดช่วงชั้นของตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญเหลือเพียง 4 สาย (band) คือ ตำแหน่งประเภทบริหาร ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ตำแหน่งประเภทวิชาการ และตำแหน่งประเภททั่วไป ในตำแหน่งวิชาการมีอัตราเงินเดือนเทียบ เคียงกับข้าราชการระดับซี 3-11 ระดับปฏิบัติการเงินเดือนเริ่มต้นที่ 9,320-21,360 บาท ระดับชำนาญการ เงินเดือนบวกเงินประจำตำแหน่ง 17,270-38,130 บาท     ระดับชำนาญการพิเศษ 25,860-52,710 บาท ระดับผู้เชี่ยวชาญ 34,760-67,370 บาท ระดับผู้ทรงคุณวุฒิ 44,580-77,460 บาท  ตำแหน่งอำนวยการ มีอัตราเงินเดือนเทียบเคียงกับข้าราชการระดับ 8-9 ระดับต้น 27,930-64,200 บาท ระดับสูง 37,450-67,470 บาท  ตำแหน่งผู้บริหาร มีอัตราเงินเดือนเทียบเคียงกับข้าราชการระดับ 9-11 ระดับต้น 61,320-76,360 บาท ระดับสูง 72,620-84,920 บาท ส่วนตำแหน่งทั่วไป มีอัตราเงินเดือนเทียบเคียงกับข้าราชการซี 1-8 ระดับปฏิบัติ อัตราเงินเดือนเริ่มต้น 5,460-17,490 บาท ระดับชำนาญงาน 8,000-26,440 บาท ระดับอาวุโส 12,730-39,640 บาท ระดับทักษะพิเศษ 16,490-57,470 บาท นอกจากนั้นแล้ว ยังได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพและการสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการให้มีความชัดเจนขึ้น โดยกำหนดให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาอย่างมีคุณธรรมและเที่ยงธรรม  สำหรับข้าราชการที่ประพฤติตนอยู่ในจรรยาบรรณมีระเบียบวินัยและปฏิบัติราชการอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บังคับบัญชาจะต้องพิจารณาเลื่อนเงินเดือนให้ตามควรแก่กรณี เพื่อให้การปฏิบัติราชการเกิดผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติภารกิจอย่างแท้จริงที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่ง คือ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ขยายระยะเวลารับราชการอีก 5 ปีให้กับข้าราชการประเภทวิชาการระดับผู้เชี่ยวชาญ ระดับผู้ทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโส ระดับทักษะพิเศษ หลังครบกำหนดเกษียณอายุแล้ว <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">ประชาชาติธุรกิจ  25  มิถุนายน  50</p>