ยุทธศาสตร์การใช้คนใน สามก๊ก (๒)

  “การใช้คนต้องไม่สงสัย ถ้าสงสัยไม่ใช้” ซุนเซ็กกล่าวกับขุนพลขณะรอคอยให้ไทสูจู้ไปนำทหารมาร่วมเพื่อตั้งตัวเป็นใหญ่ “ในแคว้นกันตั๋ง" ซึ่งเป็นการสืบทอดความคิดของพ่อ คือ ซุนเกี๋ยน

 หลังจากที่รบกันถึงร้อยกระบวนท่า ซุนเซ็กชอบใจในความห้าวหาญ และ ความสามารถของ ไทสูจู้ คิดที่จะเกลี้ยกล่อมเพื่อมาทำการใหญ่ต่อไป หลังจากที่กองทหารสามารถจับไทสูจู้ได้แล้ว ซุนเซ็กได้ปล่อยตัวไทสูจู้ และ ไทสูจู้ก็ให้สัจจะที่จะไปนำกองทหารมาสวามิภักดิ์ เวลาเที่ยงตรง ซึ่งในที่สุดไทสูจู้ก็พากองกำลังในสังกัดมาสวามิภักดิ์ และ ซุนเซ็กได้ให้ จิวยี่ เฉลยปริศนา ดังนี้ครับ

๑.วีรบุรุษหากพบผู้มีผู้มีฝีมือทัดเทียม นับเป็นความสุขในชีวิต

๒.การครองแผ่นดิน(หากจะครองกันตั๋ง)ต้องครองคนก่อน

๓.คนถูกคอกันนั่งดื่มสุรา มีความสุขยิ่งนัก   “ผมตีความว่า คนซี้กัน โสกัน มันส์ครับ”

การใช้คนใน “สามก๊ก” ตอนนี้มีคุณค่า ในเรื่องการบริหาร “คน” หลายประการนอกเหนือจากที่    จิวยี่  “เฉลยปริศนา” ยังมีเรื่อง

๑.การรักษาสัจจะ

๒.การตรงต่อเวลา

๓.การสืบทอดอุดมการณ์ของบรรบุรุษที่ต้องการตั้งตัวเป็นอิสระ

 โดยสรุป "ตอนนี้ ผมใช้ในการสอน ป.โท เรื่อง HRM ได้ผลค่อนข้างดี เพราะ ให้ AAR หลังจบชั่วโมงทันที ทุกครั้ง"

 หลายท่านอาจไม่รู้จักซุนเซ็ก จริงๆแล้วเป็นผู้ที่มีลักษณะดี จิตใจกว้างขวาง มีความรู้ ความสามารถ ( Competency) รู้จักเลือกที่จะใช้คน หาคนที่มีความห้าวหาญ เช่น ไทสูจู้ แต่น่าเสียดาย ที่ตายตั้งแต่อายุยังน้อย แค่ ๒๖ ปี ซึ่งน่าเสียดายครับ

JJ