"หอยไม่มีมือ ไม่มีตีน มีแต่ปาก ยังไม่อดตายเลย แล้วคนที่มีมือมีตีน จะอดตายได้อย่างไร" ปู่เย็นภาพนี้เพื่อนถ่ายส่งมาให้ในเยอรมันครับ คุณเห็นหอยตัวนี้แล้ว ดูซิครับ ทรหด อดทน ขนาดไหนครับ ขึ้นไปเกาะอยู่ได้อย่างไรหอยตัวนี้ น่าจะให้ปริญญาหอยทาก ผมไม่ทราบหรอกครับ ว่าเป้าหมายของเค้า อยู่ที่ตรงนั้นที่เห็น หรือเค้าจะไปให้ถึงยอด.... แต่สิ่งที่เค้ามาถึงจุดที่เห็น ก็น่าประทับใจหากความสูงของต้นไม้คือ เส้นทางของชีวิตคน.... หอยตัวนี้ก้าวมาถึงระดับไหนแล้วครับหากความสูงของต้นพืชต้นนี้คือเส้นทางการศึกษา การพัฒนาของชุมชน เราผู้เป็นคนกำลังอยู่ในระดับใด ขั้นตอนใด....มีหลายคนที่เจออุปสรรค และอ่อนแอ ท้อถอย ในเส้นทางชีวิต .... อยากรู้นักว่าหอยตัวนี้ คิดอย่างไร หากให้หอยมองคน....เราจะเอาปริญญาหอยทากจากภาพนี้ มาสอนชีวิตเราได้อย่างไรบ้างครับสู้ต่อไปครับ ปัญหาคือจุดเริ่มต้นของปัญญา แทน ห. ด้วย ญ. ปัญญาจะเกิด....ขอเป็นกำลังใจให้กับชีวิตทุกชีวิต และทุกองค์กร โดยเฉพาะ ครอบครัว และชุมชนเข้มแข็ง สร้างคนเข้มแข็งโดยเฉพาะปัญญา และพลังความคิด พลังสมอง ที่พร้อมไปด้วยพลังกาย และจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม....กราบขอบพระคุณครับเม้ง |

สวัสดีค่ะคุณเม้ง
....ขอบคุณสำหรับแง่คิดดีๆ ชอบรูปหอยทากนี้ ปกติจะไม่ค่อยชอบ อะไรที่ หยึ๋ยยๆๆ ... แต่อันนี้น่ารักดี :)
ขอบกุนกั๊บ
ผมเองก็คงเป็นหอยทาก ที่พยายามดิ้นรนสู้ชีวิต เดินช้าแต่มั่นคง :)
แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยไหวครับ สถานการณ์ข้างนอกมันรุนแรงเหลือเกิน ผมต้องมุดตัวอยู่ในเปลือกบ่อยๆ
ผมคิดว่าเปลือกมันน่าจะห่อหุ้มผมได้ครับ
หอยทากแบบผมไม่ย่อท้อหรอกครับ ...แต่ขอคลานช้าๆ
เป็นหอยทากหน่ะดีแล้วครับ เดินช้าแต่มั่นคง มีเปลือกที่เอาไว้ซ่อนลำตัวนุ่มๆ ภายใน แม้ว่าเปลือกจะสู้แรงกระแทกของรอยเท้ามนุษย์ไม่ได้ก็ตาม แต่ป๋มก็จะป้องกันอะไรบางอย่างได้กั๊บพี่เอก เดินไปด้วยกันนะกั๊บพี่เอก เราเป็นหอยทางที่ช่วยกันสร้างความอบอุ่นให้เกิดเป็นเครือข่ายหอยทากนะกั๊บ เพื่อปริญญาหอยทากในชุมชนเข้มแข็งกั๊บ
ขอบกุนกั๊บ
หอยทากเชียงใหม่ ส่งข่าวถึง หอยทากเยอรมัน
หากเรามองตามประเด็น
การศึกษา
ผมคิดว่าเราคุยเรื่องนี้กันมาบ่อยครั้งมากใน Gotoknow
สถาการณ์ยังร่อแร่ครับ การศึกษาเน้นธุรกิจ มากมหาวิทยาลัยเริ่มออกไปหาลูกค้าโดยการทำการตลาดมากขึ้นมีหลายๆหลักสูตรถึงกับโปรโมท แจกโน๊ตบุ๊ค แพคเก็จเที่ยวต่างประเทศ ใช้เงินในการลงทุนเรียนมากขึ้นคนที่ด้อยโอกาสอยู่แล้วยิ่งไม่มีโอกาสในการศึกษาที่เมืองไทยเลย
แต่ที่น่าดีใจคือชุมชนเกิดกระบวนการเรียนรู้มากขึ้นครับ เราเริ่มเห้ฯเครือข่ายดีๆเกิดขึ้นหลายๆจุด และกำลังเคลื่อนตัวอยู่ตอนนี้ เช่น เครือข่ายอินแปง เครือข่ายมหาชีวาลัย เป็นต้น
การพัฒนาชุมชน
เราให้ความสำคัญกับ วาทกรรมชุมชนเข้มแข็ง มากครับ เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ไขปัญหา แต่ก็ดูเหมือนชุมชนยังถูกกระทบด้วยนโยบายใหญ่ๆที่ลดทอนอำนาจ ถึงกับสูญเสียอำนาจของชนบทลง ชุมชนเข้มแข็งถูกทำให้แตกแยกด้วยการเมืองท้องถิ่นที่จำลองเอาการรูปแบบเมืองระดับประเทศลงไป..สถานการณ์แบบนี้ทำให้ชนบทอ่อนแอลงเรื่อยๆครับ
สรุปแล้วว่ายังไปไม่ถึงไหน...
หอยทากเชียงใหม่ ส่งข่าวให้หอยทากเยอรมันเท่านี้ก่อนนะครับ
หอยทากเยอรมัน ส่งข่าวถึง หอยทากเชียงใหม่
อิๆๆ วันไหนที่พี่แป๋วเจอหอยหรือสัตว์ที่เก่งๆ แบบนี้ ถ่ายรูปส่งมานะครับ ผมจะให้ปริญญาให้หมดเลยครับ เราให้ปริญญากับคนกันมามากแล้ว ลองให้กับสัตว์ ให้กับต้นไม้กันบ้าง จะเป็นไรไปครับ ดีไหมครับ....
ขอบคุณมากครับ
เรามีความหวังกันอยู่นะ
เมื่อ อา. 24 มิ.ย. 2550 @ 23:56
ชอบรูปและบันทึกที่เขียนจัง รวมทั้งความเห็นของทุกท่าน อดให้นึกไม่ได้ว่า ต้นทุนของการศึกษาปัจจุบันสูงจัง จบแล้วจะได้ค่าตอบแทนคุ้มค่าหรือเปล่้ายังไม่รู้ ขอโทษจบบัญชีมา อดคิดถึงกำไรขาดทุนไม่ได้ เนื่องจากมีลูกศิษย์จบและทำงานแล้วมาบอกลากลับบ้านเนื่องจากเงินเดือนกับค่าครอบชีพที่ได้ไม่พอกิน ค่ารถ ค่าที่พัก ค่าสังคม ต้องขอเงินแม่ทุกเดือน แม่เลยบอกกลับมาช่วยแม่ทำงานที่บ้านดีกว่า อดเปรียบเทียบกับเด็กคนงานที่บ้าน เงินเดือนน้อยกว่า กินอยู่เสร็จ พออยู่ได้ เลยไม่ค่อยแน่ใจว่าจะต้องเรียนมาก ๆ ด้วยต้นทุนแพง ๆ แล้วจะเหลือกำไรใ้ห้ตนเองเท่าไหร่ ว่าแล้วรู้สึกเรื่องหนัก..ไปหน่อยนะคะ
สวัสดีครับ สบายดีไหมครับ
ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ ว่าด้วยเรื่องการศึกษาแล้วนั้น ตอนนี้ เราก้าวไปสู่ยุคการศึกษาทางการธุรกิจเป็นสำคัญนะครับ เราเน้นกันในแบบนี้ครับ เราเลยต้องเจอปัญหากันต่อไปครับ.... มองการศึกษาเป็นการลงทุนครับ เรียนจบออกไปเพื่อหางานทำ เพื่อใช้หนี้ เพื่อถอนทุนคืนครับ...ไม่รู้ว่าชีวิตของแต่ละคนต้องการอะไรเป็นแนวทางครับ จริงๆ แล้วดีอยู่นะครับ ที่คนไทยมีโอกาสได้เรียนสูงๆ ได้ทำความเข้าใจศึกษาในเรื่องที่ยังไม่รู้ เพื่อเอาไปใช้ในการดำเนินชีวิตครับ แต่ว่าเป้าหมายของคนต่างๆ นาๆ สารพัดสารพันความเห็นครับ
มีหลายๆ เรื่องครับ ที่น่าคิดครับ เช่น ลองคิดถึงปัญหารถติดใน กทม.ดูครับ ลึกๆ แล้วเราจะพบว่าเพราะอะไร ปัญหานี้สามารถตอบปัญหาของบ้านเราได้เยอะพอสมควรครับ และเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศด้วยครับ การแห่เข้าเมือง ..... จาก กทม.เดิมมีคนเริ่มต้น ประมาณหนึ่งล้านคน กลายมาเป็น สิบกว่าเท่าตอนนี้ น่าคิด น่าทำวิจัยมากๆ ครับ
ผมเชื่อว่าการเรียนในชุมชน โดยเรียนรู้จากรากเหง้าของปู่ย่าตายาย น่าจะเป็นทางออกหนึ่งในการเลี้ยงชีพครับ แต่ชาวบ้านต้องนั่งนิ่งๆ ซักพักครับ แล้วคิดทบทวนลึกๆ ครับ ผมว่าคงได้ทางออก เพราะท้ายที่สุดแล้ว ชาวบ้านจะต้องช่วยเหลือตัวเองถึงจะอยู่ได้ครับ และไม่มีใครจะช่วยเหลือชาวบ้านได้ นอกจากตัวชาวบ้านได้ และตนเป็นที่พึ่งของตนที่เป็นทางออกที่สำคัญ ผมเชื่อว่าชาวบ้านฉลาดพอที่จะแก้ไขปัญหาหลายๆ อย่างแล้ววันหนึ่งคนในระดับข้าราชการจะต้องฟังชาวบ้าน แล้วต้องเข้าหาชุมชนเพื่อไปขอเรียนรู้จากชาวบ้าน มหาวิทยาลัย อาจจะอยู่ในชุมชนแทนครับ... เด็กอาจจะไปนั่งเรียนกับปราชญ์ชาวบ้านครับ โดยปราชญ์ จะมีหลายๆ ด้าน น่าจะมีคนคิดในการขยายหน่อปราชญ์ กันบ้างนะครับ เพื่อชุมชนเข้มแข็งครับ
กราบขอบพระคุณมากครับ
สวัสดีครับ
ทั้งหลาย
เข้ามาทักทาย รายงานตัว ช่วงนี้เกเรนิดหน่อย
สวัสดีครับพี่อัมพร
สวัสดีครับพี่เหลียง
กุทเท่นทากหอยทาก
(สวัสดีกลางวันครับหอยทาก)
ยินดีให้เกเรครับผม เกเรเพื่อสร้างปัญญา เกเรได้ครับ แต่อย่าเกเรสร้างปัญหา สร้างได้แต่ต้องใช้ปัญญาหอยทากในการแก้ไขเองนะครับ อิๆๆๆ
ขอบกุนกั๊บ
สวัสดีครับพี่อัมพร