ได้รับการติดต่อมาจากท่าน ศ.ดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์ ให้โอกาสไปร่วมการประชุมชี้แจงโครงการวิจัยปฏิบัติการเรื่อง การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาท้องถิ่นและภาษาไทยเป็นสื่อ : กรณีการจัดการศึกษาแบบทวิภาษา (ภาษาไทย-มลายูถิ่น) ในโรงเรียนเขตพื้นที่สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนนั้นก็ตอบตกลงท่านไปแล้วครับ แต่ต่อมาเริ่ม งานอื่นเริ่มมาเพิ่ม กำลังจะลังเลใจว่าจะไปได้หรือเปล่า

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ลังเล คือ คิดว่าประโยชน์ที่จะได้จริงๆ จากการไปอาจจะไม่มากนัก เนื่องจากผมไม่ได้เป็นหน่วยปฏิบัติงานตามโรงเรียน และที่สำคัญผมยังไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับการใช้อักษรไทยในการเขียนภาษามลายูถิ่นสักเท่าไร (เพราะสมัยที่เรียนที่มอ. ผมว่าระเบียบการเขียนที่ใช้สำหรับภาษามลายูถิ่นในการเขียนด้วยอักษรไทยทั้งจาก มอ.ใช้เอง หรือที่ ม.ทักษิณ ใช้ อ่านยาก ซึ่งผมก็เลยได้เสนอโครงการวิจัยระบบการเขียนมลายูถิ่นด้วยอักษรยาวี ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ)

ในทัศนคติส่วนตัว มองว่าถ้าเป็นภาษามลายูต้องน่าจะด้วยอักษรยาวีครับ

แต่จากที่อาจารย์สุวิไลต้องการให้ผมเข้าร่วมครั้งนี้เป็นอย่างมาก (ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบว่าทำไม) โดยท่านโทรศัพท์ติดต่อมาหลายรอบมากครับ(แต่ไม่ติด) อันนี้ยังไม่นับกับที่ทางเจ้าหน้าที่ติดต่อมาด้วย ผมก็เลยคิดว่าต้องไป

ท่านอาจต้องการให้ผมนำเสนอมุมมองที่แตกต่างออกไปก็ได้ จริงๆ เท่าที่ทราบมีปรมาจารย์ทางด้านภาษามลายูถิ่นไปกันหลายคนแล้วครับ (ออ. ผมไม่ใช่ปรมาจารย์ทางนี้นะครับ) 

แล้วเมื่อได้รับหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการจากศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรในภาวะวิกฤต ของม.มหิดล ยิ่งรู้สึกว่าต้องเข้าร่วมแน่เลย เพราะทีมงานของท่านอาจารย์สุวิไล เล่นเอารูปถ่ายผม แปะไว้หน้าแผ่นพับแนะนำโครงการเลย

ผมชอบการทำงานของท่านอ.สุวิไลครับ เพราะท่านอ่อนโยนต่อความขัดแย้ง และรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง นักวิจัยหน้าใหม่อย่างผมก็ได้รับคำแนะนำดีๆ จากท่านมากครับ

ก็เลยสรุปง่ายๆ ว่า ให้ยุ่งยังไงก็ไปครับ