เปลือยความสุข (14) : เช้าชื่นของชีวิต

แต่กว่าจะพาเทวดาน้อยทั้งสองออกจากห้องได้ ก็ต้องยอมรับว่าลุ้นและลุ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่งตัวเสร็จก็จับจ่ออยู่หน้าจอทีวี พอเคลื่อนกายออกจากห้องก็ไม่พ้นต้องเกาะเกี่ยวจักรยานบ้างพอเป็นพิธี ผมและแฟนไหนต้องหอบอุปกรณ์ทำงาน ไหนต้องหิ้วกระเป๋าลูก ๆ ไหนต้องเร่งให้เดิน ไหนต้องเร่งให้วิ่ง ไหนต้องดุและไหว้วานให้เธอทั้งสองรีบเร่งแข่งกับเวลาที่ดูเหมือนจะวิ่งแซงเราห่างออกไปทุกขณะ




ทุกเช้า ครอบครัวของผมเต็มไปด้วยสีสันเสมอ โดยเฉพาะสีสันชีวิตที่ต้องงัดกลยุทธปลุกปั้นให้เจ้าตัวเล็กทั้งสองตื่นเช้าเพื่ออาบน้ำอาบท่า ปะแป้ง แต่งตัว กินข้าว และไปโรงเรียน



เราไม่มีเสียงนกเสียงไก่กู่เสียงปลุกเหมือนที่บ้านนอก (ตื่น ได้แล้วค้า…) มีก็แต่เสียงนาฬิกาปลุกจากเครื่องมือถือเท่านั้นที่ทำหน้าที่อันแสนซื่อตรงให้กับเรา จากนั้นเราก็จะเปิดทีวีช่องยูบีซีที่เป็นการ์ตูนเรียกน้ำย่อยให้ลูก ๆ ได้เงยคอขึ้นมาดู พร้อมกับชงนมขวดแจกจ่ายให้แต่ละคนได้ใช้เป็นกับแกล้มในการดูการ์ตูนไปพราง ๆ จากนั้นผมก็ต้องทำหน้าที่เป็น “ช้างก้านกล้วย” ให้ทั้งสองขึ้นนั่งบนหลังเพื่อไปอาบน้ำ โดยช้างนี้ต้องมาเกยรับถึงขอบเตียงเลยทีเดียว ไม่งั้นเทวดาตนน้อยทั้งสองก็แง่งอนและเรรวน บิดเบี้ยว ลากเรื่อยเวลาออกไปเรื่อย ๆ

สิ่งที่ผมต้องรับผิดชอบอยู่ประจำคือการอาบน้ำกับเจ้าแผ่นดิน ในขณะที่ลูกแปรงฟันผมก็ขัดสีฉวีวรรณให้กับน้องดิน เสร็จแล้วก็อุ้มมายังที่นอน เอาผ้าห่มคลุมพร้อมกับโอบกอดทำทีท่าให้ความอบอุ่นและแสนรักอย่างเต็มพิกัด รวมทั้งยังต้องบีบ ๆ นวด ๆ ให้กับแก จากนั้นถึงจะเข้าสู่ขั้นตอนของการแต่งองค์ทรงเครื่องต่อไป




ว่าด้วยการตื่นนอนนั้น เจ้าแผ่นดินผู้เป็นพี่ไม่ค่อยหนักอกหนักใจนัก แต่เจ้าจุกแสนซนนี่สิ แกมักมีข้อแม้โน่นนี่อยู่เสมอ กว่าจะนวยนาดออกจากที่นอนก็อ้างสารพัดเรื่องราว ทั้ง ๆ ที่เมื่อปีที่แล้วแกเป็นคนตื่นเช้า และเดินเข้าห้องน้ำเองอย่างว่าง่าย อาบน้ำเองโดยไม่ต้องพึ่งน้ำอุ่น หนาวเหน็บแค่ไหนก็ไม่เคยสะทกสะท้าน ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับผู้พี่ที่หนาวร้อนแค่ไหนก็ต้องอาบน้ำอุ่นสถานเดียว

ชีวิตภาคเช้ายุ่งอีรุงตุงนังพอสมควร, การขับเคี่ยวลูก ๆ แข่งกับเวลา ดูจะเป็นสีสันสำหรับเราสองคนมาก ปีนี้ลูก ๆ ไม่ยอมนั่งรถตู้ (แต่ก็ไม่เกี่ยวกับรถตู้ลักพาเด็ก) ดูเขาทั้งสองจะมีความสุขกับการที่พ่อ หรือแม่เป็นพลขับเทียวรับส่งด้วยจนเองเป็นที่สุด และนั่นคือปัญหาสำหรับเราที่ต้องไปส่งแล้วกลับมาให้ทันเวลาเข้างาน -

บางวันเด็กทั้งสองได้ทานข้าวเช้าที่บ้าน แต่บางวันก็เป็นชีวิตครอบครัวกลางถนนเต็มร้อย ซึ่งหมายถึงการกินข้าวในรถเลยนั่นแหละ ซึ่งอาหารที่ว่านั้นก็หนีไม่พ้น “หมูปิ้ง” ไม้ละ 3 บาท และโดยเฉลี่ยแล้ว คนพี่ทาน 2 ไม้ คนน้องทาน 3 – 4 ไม้เป็นอย่างต่ำ บางทีก็รวบไปทั้งหมดเลยก็มี



แต่กว่าจะพาเทวดาน้อยทั้งสองออกจากห้องได้ ก็ต้องยอมรับว่าลุ้นและลุ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่งตัวเสร็จก็จับจ่ออยู่หน้าจอทีวี พอเคลื่อนกายออกจากห้องก็ไม่พ้นต้องเกาะเกี่ยวจักรยานบ้างพอเป็นพิธี ผมและแฟนไหนต้องหอบอุปกรณ์ทำงาน ไหนต้องหิ้วกระเป๋าลูก ๆ ไหนต้องเร่งให้เดิน ไหนต้องเร่งให้วิ่ง ไหนต้องดุและไหว้วานให้เธอทั้งสองรีบเร่งแข่งกับเวลาที่ดูเหมือนจะวิ่งแซงเราห่างออกไปทุกขณะ

ครั้นพอถึงรถยนต์คู่ชีพ ทุกคนก็ประจำตำแหน่งอย่างเป็นอัตโนมัติ แผ่นดินนั่งคู่พลขับ เจ้าแดนไทนั่งหลัง แต่ก็ไม่วายโผล่หัวโล้นมาเป็นส่วนหนึ่งกับพ่อและพี่ชายเสมอ จากนั้นก็จะพลิกกายเคลื่อนตนอยู่อย่างต่อเนื่อง เว้นเสียแต่มีอะไรให้ขบเคี้ยวเท่านั้นแหละแกถึงจะเงียบและเงียบจริง ๆ เข้าทำนอง “นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นกิน ..!

จะว่าไปแล้วน้องแดนไทมีเสน่ห์ในเรื่องการกินเป็นอย่างมาก แกจะกินเยอะ กินเก่ง จัดการกับอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าได้อย่างถึงพริกถึงขิง -



ในเรื่องการตื่นนอนนั้น ระยะหลังนี้ดูเหมือนว่าน้องแผ่นดินดูจะว่านอนสอนง่ายกว่าเจ้าจุกอยู่มากโข “ปลุกให้ตื่น – เป็นตื่น” ส่วนเจ้าจุกนั้น ทันทีที่ปลุกให้ตื่นก็มีอันต้องพลิกกายขยับตนอยู่หลายตลบ จากนั้นก็ตามมาด้วยคำว่า “เดี๋ยว….”

สภาวะเช่นนี้ราวกับเป็นสงครามเล็ก ๆ หากแต่เป็นสงครามอันรื่นรมย์และเต็มไปด้วยความสุข เป็นสีสันของครอบครัวเล็ก ๆ ของเรา 4 ชีวิตที่ดำเนินไปในทุกเช้า

ช้าทุกเช้าเป็นเช้าชื่นของชีวิตผมเสมอ ระยะหลังผมพยายามทำให้หัวใจในตอนเช้าของผมรู้จักยิ้มให้กับชีวิต ก็ได้พฤติกรรม ท่วงท่าและลีลาการตื่นนอนของลูก ๆ นี่แหละเป็นสิ่งกระตุ้นให้หัวใจได้ฉีกยิ้มอยู่บ่อยครั้ง


นี่คือ ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผมที่เกิดขึ้นในเช้าชื่นของชีวิต ! แล้วท่านล่ะครับ มีเช้าชื่นแห่งชีวิตเป็นเยี่ยงใดบ้าง ?




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin

คำสำคัญ (Tags)#ลูก#แผ่นดิน#แดนไท#เปลือยความสุข คนของความรัก โลกและชีวิต#เช้าชื่นแห่งชีวิต#ปรีวาสนา

หมายเลขบันทึก: 105309, เขียน: 22 Jun 2007 @ 07:57 (), แก้ไข: 25 Dec 2015 @ 08:30 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 22, อ่าน: คลิก


ความเห็น (22)

  • เห็นแล้วน่าหยิกแก้มทั้งคู่ค่ะ (ช่างน่ารักน่าชังเสีนนี่)
  • ใช่ดูอาการแล้วคนโตน่าจะเลี้ยงสบาย ๆ แต่เจ้าน้องจุกท่าทางพี่แกเอาการอยู่นา แต่ไม่เป็นไรค่ะ คุณพ่อกิจการนักศึกษาเสียอย่าง สบายไป 8 อย่าง เลี้ยงและสร้างลูกเพื่อนเป็นร้อยเป็นพัน เลี้ยงลูกเองต้องได้ซิน่า
  • ให้กำลังใจนะน้อง............  น้องทำได้

เห็นด้วยกับคุณพี่อัมพรครับ

คุณพ่อนักกิจกรรมนักศึกษา เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ว่าด้วยสงครามที่น่ารักช่วงเช้า ด้วยคุณพ่อยังหนุ่ม เลยคิดถึงคุณพ่อ UMI ที่ ม.ทักษิณ ด้วย ท่านคงวุ่นเหมือนกันแบบนี้

วันหลังมีโอกาสคงได้เจอได้เล่นกับ หลานทั้งสองคนครับ

สวัสดีคุณแผ่นดินค่ะ

  • อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงสีสันแห่งความสุขของครอบครัวได้ดีทีเดียวเลยค่ะ...เป็นเช้าชื่นของชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น....พอหันมามองของพี่เอง ตอนเช้าไม่ค่อยจะมีสีสันเหมือนครอบครัวคุณแผ่นดิน  เนื่องจากวัยอาจจะต่างกันมังคะ 

    คุณลูกชาย  (อายุ  16 ) ลูกก็จะไปหาซื้อรับประทานกันกับกลุ่มเพื่อนๆ  ก่อนที่จะเข้าโรงเรียน  ก็ให้เรียนรู้การบริหารเวลา  และบริหารการเงินเอง 

  • บริหารเวลาเองเพราะต้องขับรถไปเรียนเอง

  • ต้องบริหารการเงินด้วย  เพราะพี่จ่ายให้เป็นรายเดือนที่รวมค่าน้ำมันด้วย  แต่ถ้าทางโรงเรียนมีกิจกรรมอะไรพิเศษที่มีค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายส่วนตัวประจำเดือน  แล้วเขาจ่ายไปก่อนก็ให้เอาบิลโรงเรียนมาเบิก  แต่ถ้าเขาไม่จ่ายไปเองก่อน  คือ  มาบอกพ่อ - แม่แล้วเอาสตางค์ไป  ก็ต้องเอาบิลมาให้พ่อ แม่  หลังจากที่ได้จ่ายไปแล้ว

  • ก็เป็นสีสันของครอบครัวกับการบริหารเด็กวัยรุ่นค่ะ .....จากในสมัยที่เขาเป็นเด็กๆเคยรับประทานอาหารมื้อเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อแม่  ก็จะกลับกลายเป็นคุยกับเพื่อนๆอยู่หน้าบ้าน  (โชคดีที่เพื่อนๆมาบ้านเราไม่ใช่ลูกเราไปบ้านเพื่อน)  พ่อ,  แม่   แม่  2  คนตายายก็จะต้องทานอาหารมื้อเย็นกันตามลำพัง...เพราะเรียกใครทานก็ไม่มีใครทานสักคน  ไม่รู้ว่าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้เขาไม่ทานข้าวกันหรือไง....แม่ก็จะจัดผลไม้ให้ซึ่งส่งไปเท่าไหร่ก็หมด...แต่ถ้าวันไหนไม่มีเพื่อนมา  (นานน๊านจะไม่มาซักที)  ก็โชคดีที่พ่อ,  แม่จะได้ทานข้าวกับลูก...
  • แต่ถ้าใน  1  สัปดาห์แล้วพบว่าเรายังไม่เคยทานอาหารมื้อเย็นด้วยกันเลย  แม่ก็จะขอเวลาเขาสักมื้อ  ขอเวลาให้ลูกได้ทานข้าวกับพ่อ,  แม่ก่อนแล้วค่อยคุยกับเพื่อนๆต่อ  ซึ่งลูกก็ยินยอมแต่โดยดีน่ะนะคะ....

  • พ่อ,แม่ต้องขอเวลาลูก....แบ่งเวลาให้พ่อ,แม่บ้างเน้อๆๆๆๆ....
เขียนเมื่อ 

ไอ้หัวจุก 555555  อยู่ในชุดนักเรียน ช่างดูน่าหยิก น่าหยอก น่ากวนมากๆเลย

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P

น้องแผ่นดินในวัย 5  ขวบรู้ภาษามากแล้ว  แต่ตอนเด็กกินยาก นอนยากพอสมควร  ขณะที่น้องแดนนั้น  นอนง่าย กินง่ายมาแต่ไหนแต่ไร  แต่สำคัญคือ ค่อนข้างจะเอาการน่าดูเลยครับ... ห้าว ห้วน .. อย่างน่าหยิก

บางทีคนเราประสบความสำเร็จกับการดูแลคนในสังคม  แต่ในครอบครัวก็ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า  ซึ่งผมก็ไม่ปรารถนาที่จะเจอภาพเหล่านี้กับตนเอง ...  พยายามอยู่มากในการที่จะไม่ให้พบเจอปัญหานี้  แต่ถ้าอนาคตต้องเป็นเช่นนี้ก็คงต้องทำใจ   แต่ยังไงก็ขอให้ได้ทำเต็มที่ไว้ก่อน ..

ขอบคุณนะครับสำหรับกำลังใจและความปรารถนาดีที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ คุณเอก
P

ยืนยันตามที่คุณเอกกล่าวไว้นะครับ  คือ สงครามที่น่ารักช่วงเช้า   และผมก็มีความสุขที่จะเผชิญกับห้วงบรรยากาศเช่นนั้น  รวมถึงวันนี้ยังอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับคุณพ่อ UMI ที่ ม.ทักษิณ

 

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P

จากข้อความในบันทึกที่แวะมาแลกเปลี่ยน,  ผมประทับใจเรื่องการดูแลลูกเป็นอย่างมาก  ฝึกให้เขาได้บริหารจัดการเรื่องเวลา  เหมือนกับให้เวทีทางการเติบโตของเขาอย่างเสรี บนพื้นฐานและกรอบของเหตุและผล  หรือกติกาที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม 

 

การที่ลูกโตขึ้นแล้วดูเหมือนว่าไม่ค่อยได้ทานข้าวกับพ่อและแม่นั้น  ผมเองก็รู้สึกเช่นนั้น  เพราะสภาพที่เจอทุกวันนี้เด็กวัยรุ่นจำนวนมากมายใช้ชีวิตช่วงเย็นอยู่ตามตัวเมือง ห้างร้าน หรือแม้แต่ร้านเน็ต  ไม่เห็นมีวี่แววว่าเอาเวลาตอนไหนกลับไปทานข้าวร่วมกับคนในครอบครัว

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก  และผมขอชื่นชมบรรยากาศและหลักของการอยู่ร่วมกันของอาจารย์  โดยเฉพาะการขอเวลาจากลูก ...  ผมดูว่าเป็นกติกาที่อบอุ่นมาก

 

ผมเคยตั้งใจจะกลับบ้านไปหาพ่อและแม่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ต่อครั้ง  แต่ก็ทำไม่ได้เสียทั้งหมด  กระนั้นก็ไม่สิ้นหวังที่จะทำ

 

ขอบพระคุณครับ

 

เขียนเมื่อ 

 สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน

... ชอบน้องจุกจังเลยค่ะ ... 

สังเกตุเห็นชุดนักเรียนของน้องแผ่นดิน ชุดที่มีผ้าขาวม้าคาดพุง ... เท่ห์และเป็นเอกลักษณ์ดีนะคะ ... ใช่ยูนิฟอร์มรึเปล่าคะ

ขอบคุณที่แบ่งปัน ภาพความสุขในครอบครัวค่ะ

เขียนเมื่อ 
น้องนุ้ย
P

เจ้าจุกในชุดนักเรียนเก๋ามาก  โดยเฉพาะไม่รู้อีท่าไหนชอบสะพานกระเป๋าแบบนี้มากเหลือเกิน  ไม่แน่ใจว่าทั้งโรงเรียนมีแกคนเดียวหรือเปล่าที่สะพานกระเป๋าแบบนี้  เพราะที่เห็น ๆ  ก็มีแต่เป้สะพานด้านหลังกันทั้งนั้นเลย....

เจ้าจุก .......

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P
poo 

ภาพที่ว่านี้  เป็นชุดที่ต้องใส่ไปโรงเรียนในวันศุกร์  เน้นพื้นบ้านอีสานออกแนวประยุกต์  ลูก ๆ ผมเรียกชุดนี้ว่าชุดตีกลอง   เพราะน้องดินชอบตีกลองยาวมาตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน   พอมาเข้าอนุบาลก็เลยพลอยเรียกชุดนี้ไปว่าชุดตีกลอง   และเรียกมาจนบัดนี้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง

 

 

เขียนเมื่อ 

เรื่องราวของหนูน้อยสองหนุ่มนี้ ได้อ่านกี่ครั้งก็ยังสนุกเหมือนเดิม อ่านไปยิ้มไปเพลินดีครับ...

น้องแผ่นดินกับน้องแดนไทยได้กลายเป็นบุคคลสาธารณะในสังคมแห่งนี้ไปแล้ว...

จะมีโอกาสสักครั้งมั้ยหนอที่จะได้เจอกันแบบตัวเป็น ๆ ...

ขอบคุณมากครับ...

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P

การมีโอกาสได้เล่าเรื่องคนของความรักในที่สาธารณะเช่นนี้   เป็นความสุขของคนเล่าเรื่องอย่างผม   และถึงแม้ว่าเรื่องเล่าดูจะเป็นโลกเงียบอันเป็นส่วนตัวของผมเองก็เถอะ    แต่ก็เชื่อว่า  ชาวบล็อกก็เป็นประหนึ่งญาติคนหนึ่งที่ผมไม่จำเป็นต้องลังเลที่จะสื่อสารเรื่องนี้ตามประสาคนคุ้นเคย ...

....

น้องแผ่นดินกับน้องแดนไทยได้กลายเป็นบุคคลสาธารณะในสังคมแห่งนี้ไปแล้ว.

.....

ขอบคุณมากครับ ..

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ...

  • เข้ามาเก็บเกี่ยวความสุขค่ะ......เปลือยความสุข...... ดูภาพก่อนเลยค่ะ......ชอบทุกภาพเลย....ดูแล้วยิ้มแก้มปริเชียว.....ยิ่งได้อ่านบันทึก.........ไม่ทราบจะบอกอย่างไร......ขออนุญาตชื่นชมด้วยคนน่ะค่ะ.........
  • ขอบคุณค่ะ

สวัสดีคุณแผ่นดินค่ะ

  • กลับมาอีกครั้งค่ะ...ก็มาดูแผ่นดิน  แดนไท  ช่างน่าหยิกแก้มยุ้ยๆ  น่าอุ้มตัวกลมๆ
  • ...........
  •  ชีวิตครอบครัวเป็นชีวิตที่ยิ่งใหญ่และละเอียดอ่อน  โดยเฉพาะกฎเกณฑ์ในการเลี้ยงลูกแต่ละช่วง  โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่น  ตึงไปก็ไม่ได้  หย่อนไปก็ไม่ดี  แล้วอย่างไรจึงจะดีนั้น  ก็อยู่ที่สภาวะการเลี้ยงดูของครอบครัวนั้นๆ  ว่าช่วงไหน  เหตุการณ์ใดที่ควรจะตึง  จะหย่อน  หรือจะเดินสายกลาง  จะแก้ปัญหา  หรือจะป้องกันก่อนที่ปัญหาจะเกิด  แต่ในบางครั้งปัญหาก็เกิดโดยที่พ่อ,  แม่  ก็ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้  ฯลฯ
 
  • สภาพที่คุณแผ่นดินพบเจอเด็กวัยรุ่นจำนวนมากมายใช้ชีวิตช่วงเย็นอยู่ตามร้านเน็ต  ตามห้างสรรพสินค้า  ตามจุดต่างๆในตัวเมือง  โดยไม่เห็นมีวี่แววว่าจะกลับไปทานข้าวร่วมกับคนในครอบครัวในเวลาไหนนั้น...พี่มีความคิดเห็นว่า  ในบางครั้งเด็กเหล่านั้นอาจจะมีปัญหา  ซึ่งจริงๆแล้วอาจจะไม่ใช่ปัญหา  แต่เด็กและพ่อ,แม่  หรือผู้ปกครองไม่หันหน้ามาพูดกันดีๆ  เด็กก็จะไปหาในสิ่งที่คิดว่านั่นคือความสุขของเขา  ก็เลยไปอยู่ตามสถานที่ต่างๆ  แน่นอนว่าเมื่อมืดค่ำแล้วเด็กจะไปไหน  เด็กก็ต้องกลับบ้าน  และเมื่อกลับบ้านก็จะถูกพ่อ,แม่ผู้ปกครองเอาแต่พร่ำบ่นก่นด่า....แน่นอนว่าพ่อ,  แม่ผู้ปกครองไม่ได้พร่ำบ่นก่นด่าด้วยความเกลียด  พ่อ,แม่ผู้ปกครองรักลูกทุกคน  เพียงแต่สื่อสารกับลูกไม่เป็น.......
 
  • เมื่อสมัยที่ลูกชายพี่ที่เรียนประถม มัธยม  3  ชีวิตของเขาก็จะอยู่ที่ร้านเกมในช่วงหลังเลิกเรียน  และวันเสาร์บางเสาร์  เช่นเดียวกัน  แต่ก็ต้องอยู่กันอย่างมีกติกา  โดยไม่ให้เขารู้ตัวว่าเขากำลังถูกพ่อ,แม่กำหนดให้อยู่ในกรอบที่พ่อ,  แม่  ต้องการ  ส่วนกติกาในสมัยนั้นมีอยู่ว่า....1)  เลิกเรียนแล้วให้ขึ้นรถไปหาพ่อก่อน  และต้องทำการบ้านที่ทำงานพ่อให้เรียบร้อยก่อนจึงจะไปร้านเกมได้  โดยที่พ่อไปส่งให้ที่ร้านเกม  หรือถ้าเพื่อนมารับก็ต้องบอกพ่อว่าจะไปร้านไหน....ส่วนการทบทวนวิชาที่เรียนในวันนั้นๆ  หรือวิชาที่ต้องเรียนในวันถัดไปก็ต้องกลับไปปฏิบัติตอนค่ำที่บ้าน....2)  ถ้าหากวันไหนต้องการเลยไปที่ร้านเกมเลยก็ต้องโทรบอกพ่อว่าอยู่ที่ร้านไหน  เพื่อที่พ่อจะได้ไปรับได้ถูก...แล้วก็กลับบ้านพร้อมพ่อ....3)  ค่าชั่วโมงในการเล่นเกมจะต้องไม่มีการขอเพิ่ม  เพราะฉะนั้นถ้าอยากเล่นเกมที่ร้านก็ต้องเก็บสตางค์จากค่าขนมของตัวเองเอาเอง......4)  เมื่อสมัยประถม  พี่ให้สตางค์ให้เป็นรายวัน  พอขึ้นมัธยมให้เป็นรายสัปดาห์  และปัจจุบันขึ้น  ปวช. ปี 1  ให้เป็นรายเดือน  5)  กติกาสำหรับพ่อ,  แม่  ก็คือ  ต้องปากหวานกับร้านเกมร้านเน็ต  เช่น  ให้เขาช่วยดูแลลูกเมื่อลูกไปเล่นเกมที่ร้านเขา....แล้วสิ่งที่พี่ได้ก็คือ  ทางเจ้าของร้านจะรายงานถึงพฤติกรรมของลูกให้เราได้รู้....สำหรับกติกาข้อ  5  นี้อาจจะดูบ้าๆบอๆ  เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่มีแต่ด่าว่าร้านเกม  หรือบางทีก็ตีลูก  ตบลูกหยิกลูก  ต่อหน้าเพื่อนๆลูก  ต่อหน้าสาธารณชน  ในร้านเกม  ซึ่งเด็กเขาก็อายสุดท้ายเขาก็ไปที่อื่น  ที่ไม่ใช่ร้านเกม  หรือบางทีก็สูบบุหรี่  ทีนี้หละทุกข์เกิดกับผู้ปกครองเพราะลูกไปไหนก็ไม่รู้  ลูกมีพฤติกรรมเป็นอย่างไร  เจ้าของร้านเกมเขาก็ไม่บอก  เพราะผู้ปกครองไปแสดงอิทธิฤทธิ์กับเขาไว้.....
  • ยังนะคะ  กติกายังไม่หมดแค่นี้ 
  • ยังมีกติกาของการเล่นเน็ตที่บ้านต่ออีกค่ะ...
  • กติกาการไปนั่งเล่นที่สถานีขนส่ง 
  • กติกาการไปห้างสรรพสินค้าหลังเลิกเรียน 
  • กติกาการใช้รถ 
  • ก็จะมีกติกาการให้และห้ามที่ไม่ให้ลูกมีความรู้สึกกดดัน  และรู้สึกว่าถูกห้าม...
  • ส่วนการให้และห้ามอย่างไรนั้นวิธีการของพ่อ,แม่แต่ละท่านก็คงจะแตกต่างกันไป...ส่วนของพี่จะเป็นเช่นไร                วันหน้าจะมา ลปรร.  ให้ได้ทราบกันค่ะ...
  • สำหรับกติกาการเลี้ยงลูกของพี่ที่แลกเปลี่ยนไว้ครั้งนี้ก็เพื่อเป็นวิทยาทานในการเลี้ยงลูกวัยรุ่น  ตามแบบฉบับของพี่ค่ะ

  • การที่คุณแผ่นดินตั้งใจจะกลับบ้านหาพ่อ,แม่อย่างน้อย 2  สัปดาห์ต่อครั้ง  แต่ก็ทำไม่ได้เสียทั้งหมดนั้น  ก็ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ  เป็นการตั้งเป้าหมายที่ดีค่ะ  ส่วนตัวของพี่เองนั้นตั้งเป้าหมายไว้ว่า ต้องไปหาแม่เดือนละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย  และก็จะได้ทุกเดือน เนื่องจากพี่มีเป้าหมายอื่นประกอบกันไว้ก็คือ  พ่อ แม่ ลูก  ต้องไปทำบุญที่วัด  อย่างน้อยเดือนละ  1  ครั้ง  เมื่อไปวัดแล้วก็จะได้เลยไปบ้านแม่ด้วย  (เดือนนี้ไปมาแล้วเมื่อวันที่  10  ค่ะ).....
        
เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ 
P

ด้วยความยินดีครับ...ชื่นชมได้เลย  หรือจะช่วยส่งเสียเลี้ยงดูก็ยิ่งดีไปใหญ่..

เด็กสองคน  วันหยุดวิ่งเล่นอยู่ในเวทีกิจกรรมของพี่นิสิต  เพราะผมมีภาระกิจต้องดูแล และไปร่วมกิจรรมเหล่านั้นอยู่เสมอ  ผมไม่ได้จ้างพี่เลี้ยง  ดังนั้นทุกวันหยุด  พวกเขาจึงอยู่ในบรรยากาศของนิสิตที่ทำกิจกรรมอย่างไม่ว่างเว้น

บางทีผมกำลังพูดอยู่บนเวที  ลุกก็วิ่งปร๋อเข้าไปหาเลยก็บ่อยครั้ง, ....

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

หลานทั้งสองน่ารักมากค่ะ ดูแล้วมีความสุขไปด้วยค่ะ

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P

การได้อ่านถ้อยคำของอาจารย์แล้ว,  ผมสัมผัสได้ถึงความเป็นกติกาที่ถูกสร้างขึ้นของคนในครอบครัวที่เป็นเหตุเป็นผล,  เป็นเรื่องเป็นราว,  มีช่องว่างระหว่างกันอย่างพอเหมาะ   และถือว่าเป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะพูดคุยกันได้  ทั้งในฐานะของคนในครอบครัว  หรือแม้แต่ในฐานะเสมือนครูที่ต้องสอนชีวิตให้กับลูก

ผมประทับใจกรณีการประสานับร้านอินเตอร์เน็ตในทำนองของการพึ่งพิงกันและกัน

การที่เรารู้จักกับเจ้าของร้านเน็ตฯ  ผมถือว่าสำคัญมาก  อย่างน้อยเราก็รู้ถึงสถานที่ที่แน่ชัดของจุดที่ลูกเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ ณ ที่ตรงนั้น  ไม่มีการพลัดหลง หรือหนีไปที่อื่น  ซึ่งเราจะมีทางร้านได้ช่วยดูแล เป็นหูเป็นตา  โดยกรณีนี้ผมถือว่าเป็นแนวคิดและกุศโลบายที่ดีมาก  และคงช่วยให้เราได้สบายใจขึ้นมากโข

ประเด็นสำคัญที่ผมกำลังคิดอยู่ในขณะนี้ก็คือ  การเลี้ยงลูกด้วย "โทรศัพท์"  บางคนอยู่คนละที่คนละแห่งกับลูก  ให้ลูกพักอาศัยในหอพัก  ทั้งในระดับมัธยมและอุดมศึกษา   โดยที่ผู้ปกครองไม่ค่อยมีเวลามาเยี่ยมเยียน  แต่ใช้การพูดคุยกันทางโทรศัพท์  แต่พอเอาเข้าจริง   เรื่องราวที่แท้จริงกลับไม่ปรากฏดังที่รับรู้รับฟังผ่านคลื่นโทรศัพท์  ,  ซึ่งมีทั้งที่รุนแรงและไม่รุนแรง  นั่นคือปรากฏการณ์จริงที่ผมพบเจอ  และได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการรับรู้และร่วมแก้ไขปัญหา

....

ผมขอบพระคุณในทัศนะและถ้อยคำอันเป็นประโยชน์ต่อการดูแลคนที่เรารัก ,  สังคมดูจะเปลี่ยนแปลงตนเราก้าวไม่ทัน  แต่ก็พยายามอย่างหนักหน่วงในการที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูก ๆ ...

...

ขอบพระคุณครับ

 

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P

ผมเข้าใจว่า เด็ก ๆ  เป็นสีสันของโลก  ... 

....

 

เขียนเมื่อ 
ขออภัยครับ ...ขออนุญาต (ต่อ)
P

เมื่อครู่ผมนึกอะไรไม่ออก ,  เนื่องจากเป็นช่วงที่กำลังปลื้มปิติกับการผ่านเข้ารอบของนิสิต มมส  ในการประกวดเต้นระดับดุมศึกษา (สงครามเท้าไฟ ช่อง 5) ..  ฟังคำสัมภาษณ์พวกเขาแล้ว  น้ำตาปิ่มไหล  เพราะไปด้วยความทุลักทุเลมาก,  รวมตัวกันลำบาก, ชุดก็เพิ่งเสร็จ,  มาซ้อมกันทั้งคืน  ซ้อมแม้กระทั่งจะออกมาแข่งก็ยังต้องซ้อม

ฟังดูผมก็เลยตื้นตันไปกับพวกเขา..

....

ส่วนเรื่องลูก ๆ นั้น,  เขาทั้งสองเป็นความมหัศจรรย์ของชีวิต  และเป็นผู้นำพาสิ่งอันดีงามมาสู่ตัวผม   ผมอยากเลี้ยงดูให้เขาเติบใหญ่อย่างมีอนาคต,  เรียนไม่เก่งไม่เป็นไร  ขอเพียงอย่าเป็นปัญหาของสังคมก็พอแล้ว -

....

ขอบพระคุณครับ

เขียนเมื่อ 

ตามมาอ่านค่ะ...ขะเขียนเล่า สงครามน้อย ทุกเช้าของตัวเองให้ฟัง...ก็จะเหมือนลอกกันเนอะ...มีความสุขค่ะ...ความสุขที่ได้เห็นอีก 2

เขียนเมื่อ 

กดแป้นเร็วไปอีกแล้ว....มีความสุขที่เห็นเมล็ดพันธ์ของเรางอกงาม..

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ 
P

ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมเยียน -

ผมเองก็อยากฟังเรื่องทำนองนี้จากพี่เมตตาเช่นกัน,  การเติบโตของเด็ก ๆ  ผมเชื่อเหลือเกินว่า  พ่อและแม่จะจดจำในทุก ๆ จังหวะของชีวิตได้อย่างแจ่มชัด