ทุกเช้า– ครอบครัวของผมเต็มไปด้วยสีสันเสมอ โดยเฉพาะสีสันชีวิตที่ต้องงัดกลยุทธปลุกปั้นให้เจ้าตัวเล็กทั้งสองตื่นเช้าเพื่ออาบน้ำอาบท่า ปะแป้ง แต่งตัว กินข้าว และไปโรงเรียน
เราไม่มีเสียงนกเสียงไก่กู่เสียงปลุกเหมือนที่บ้านนอก (ตื่น ได้แล้วค้า…) มีก็แต่เสียงนาฬิกาปลุกจากเครื่องมือถือเท่านั้นที่ทำหน้าที่อันแสนซื่อตรงให้กับเรา จากนั้นเราก็จะเปิดทีวีช่องยูบีซีที่เป็นการ์ตูนเรียกน้ำย่อยให้ลูก ๆ ได้เงยคอขึ้นมาดู พร้อมกับชงนมขวดแจกจ่ายให้แต่ละคนได้ใช้เป็นกับแกล้มในการดูการ์ตูนไปพราง ๆ จากนั้นผมก็ต้องทำหน้าที่เป็น “ช้างก้านกล้วย” ให้ทั้งสองขึ้นนั่งบนหลังเพื่อไปอาบน้ำ โดยช้างนี้ต้องมาเกยรับถึงขอบเตียงเลยทีเดียว ไม่งั้นเทวดาตนน้อยทั้งสองก็แง่งอนและเรรวน บิดเบี้ยว ลากเรื่อยเวลาออกไปเรื่อย ๆ
สิ่งที่ผมต้องรับผิดชอบอยู่ประจำคือการอาบน้ำกับเจ้าแผ่นดิน ในขณะที่ลูกแปรงฟันผมก็ขัดสีฉวีวรรณให้กับน้องดิน เสร็จแล้วก็อุ้มมายังที่นอน เอาผ้าห่มคลุมพร้อมกับโอบกอดทำทีท่าให้ความอบอุ่นและแสนรักอย่างเต็มพิกัด รวมทั้งยังต้องบีบ ๆ นวด ๆ ให้กับแก จากนั้นถึงจะเข้าสู่ขั้นตอนของการแต่งองค์ทรงเครื่องต่อไป



ว่าด้วยการตื่นนอนนั้น เจ้าแผ่นดินผู้เป็นพี่ไม่ค่อยหนักอกหนักใจนัก แต่เจ้าจุกแสนซนนี่สิ แกมักมีข้อแม้โน่นนี่อยู่เสมอ กว่าจะนวยนาดออกจากที่นอนก็อ้างสารพัดเรื่องราว ทั้ง ๆ ที่เมื่อปีที่แล้วแกเป็นคนตื่นเช้า และเดินเข้าห้องน้ำเองอย่างว่าง่าย อาบน้ำเองโดยไม่ต้องพึ่งน้ำอุ่น หนาวเหน็บแค่ไหนก็ไม่เคยสะทกสะท้าน ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับผู้พี่ที่หนาวร้อนแค่ไหนก็ต้องอาบน้ำอุ่นสถานเดียว
ชีวิตภาคเช้ายุ่งอีรุงตุงนังพอสมควร, การขับเคี่ยวลูก ๆ แข่งกับเวลา ดูจะเป็นสีสันสำหรับเราสองคนมาก ปีนี้ลูก ๆ ไม่ยอมนั่งรถตู้ (แต่ก็ไม่เกี่ยวกับรถตู้ลักพาเด็ก) ดูเขาทั้งสองจะมีความสุขกับการที่พ่อ หรือแม่เป็นพลขับเทียวรับส่งด้วยจนเองเป็นที่สุด และนั่นคือปัญหาสำหรับเราที่ต้องไปส่งแล้วกลับมาให้ทันเวลาเข้างาน -
บางวันเด็กทั้งสองได้ทานข้าวเช้าที่บ้าน แต่บางวันก็เป็นชีวิตครอบครัวกลางถนนเต็มร้อย ซึ่งหมายถึงการกินข้าวในรถเลยนั่นแหละ ซึ่งอาหารที่ว่านั้นก็หนีไม่พ้น “หมูปิ้ง” ไม้ละ 3 บาท และโดยเฉลี่ยแล้ว คนพี่ทาน 2 ไม้ คนน้องทาน 3 – 4 ไม้เป็นอย่างต่ำ บางทีก็รวบไปทั้งหมดเลยก็มี



แต่กว่าจะพาเทวดาน้อยทั้งสองออกจากห้องได้ ก็ต้องยอมรับว่าลุ้นและลุ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่งตัวเสร็จก็จับจ่ออยู่หน้าจอทีวี พอเคลื่อนกายออกจากห้องก็ไม่พ้นต้องเกาะเกี่ยวจักรยานบ้างพอเป็นพิธี ผมและแฟนไหนต้องหอบอุปกรณ์ทำงาน ไหนต้องหิ้วกระเป๋าลูก ๆ ไหนต้องเร่งให้เดิน ไหนต้องเร่งให้วิ่ง ไหนต้องดุและไหว้วานให้เธอทั้งสองรีบเร่งแข่งกับเวลาที่ดูเหมือนจะวิ่งแซงเราห่างออกไปทุกขณะ
ครั้นพอถึงรถยนต์คู่ชีพ ทุกคนก็ประจำตำแหน่งอย่างเป็นอัตโนมัติ แผ่นดินนั่งคู่พลขับ เจ้าแดนไทนั่งหลัง แต่ก็ไม่วายโผล่หัวโล้นมาเป็นส่วนหนึ่งกับพ่อและพี่ชายเสมอ จากนั้นก็จะพลิกกายเคลื่อนตนอยู่อย่างต่อเนื่อง เว้นเสียแต่มีอะไรให้ขบเคี้ยวเท่านั้นแหละแกถึงจะเงียบและเงียบจริง ๆ เข้าทำนอง “นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นกิน ..!
จะว่าไปแล้วน้องแดนไทมีเสน่ห์ในเรื่องการกินเป็นอย่างมาก แกจะกินเยอะ กินเก่ง จัดการกับอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าได้อย่างถึงพริกถึงขิง -

ในเรื่องการตื่นนอนนั้น ระยะหลังนี้ดูเหมือนว่าน้องแผ่นดินดูจะว่านอนสอนง่ายกว่าเจ้าจุกอยู่มากโข “ปลุกให้ตื่น – เป็นตื่น” ส่วนเจ้าจุกนั้น ทันทีที่ปลุกให้ตื่นก็มีอันต้องพลิกกายขยับตนอยู่หลายตลบ จากนั้นก็ตามมาด้วยคำว่า “เดี๋ยว….”
สภาวะเช่นนี้ราวกับเป็นสงครามเล็ก ๆ หากแต่เป็นสงครามอันรื่นรมย์และเต็มไปด้วยความสุข เป็นสีสันของครอบครัวเล็ก ๆ ของเรา 4 ชีวิตที่ดำเนินไปในทุกเช้า
เช้าทุกเช้าเป็นเช้าชื่นของชีวิตผมเสมอ ระยะหลังผมพยายามทำให้หัวใจในตอนเช้าของผมรู้จักยิ้มให้กับชีวิต ก็ได้พฤติกรรม ท่วงท่าและลีลาการตื่นนอนของลูก ๆ นี่แหละเป็นสิ่งกระตุ้นให้หัวใจได้ฉีกยิ้มอยู่บ่อยครั้ง
นี่คือ ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผมที่เกิดขึ้นในเช้าชื่นของชีวิต ! แล้วท่านล่ะครับ มีเช้าชื่นแห่งชีวิตเป็นเยี่ยงใดบ้าง ?
เห็นด้วยกับคุณพี่อัมพรครับ
คุณพ่อนักกิจกรรมนักศึกษา เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ว่าด้วยสงครามที่น่ารักช่วงเช้า ด้วยคุณพ่อยังหนุ่ม เลยคิดถึงคุณพ่อ UMI ที่ ม.ทักษิณ ด้วย ท่านคงวุ่นเหมือนกันแบบนี้
วันหลังมีโอกาสคงได้เจอได้เล่นกับ หลานทั้งสองคนครับ
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สวัสดีคุณแผ่นดินค่ะ</p>
อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงสีสันแห่งความสุขของครอบครัวได้ดีทีเดียวเลยค่ะ...เป็นเช้าชื่นของชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น....พอหันมามองของพี่เอง ตอนเช้าไม่ค่อยจะมีสีสันเหมือนครอบครัวคุณแผ่นดิน เนื่องจากวัยอาจจะต่างกันมังคะ
คุณลูกชาย (อายุ 16 ) ลูกก็จะไปหาซื้อรับประทานกันกับกลุ่มเพื่อนๆ ก่อนที่จะเข้าโรงเรียน ก็ให้เรียนรู้การบริหารเวลา และบริหารการเงินเอง
บริหารเวลาเองเพราะต้องขับรถไปเรียนเอง
ต้องบริหารการเงินด้วย เพราะพี่จ่ายให้เป็นรายเดือนที่รวมค่าน้ำมันด้วย แต่ถ้าทางโรงเรียนมีกิจกรรมอะไรพิเศษที่มีค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายส่วนตัวประจำเดือน แล้วเขาจ่ายไปก่อนก็ให้เอาบิลโรงเรียนมาเบิก แต่ถ้าเขาไม่จ่ายไปเองก่อน คือ มาบอกพ่อ - แม่แล้วเอาสตางค์ไป ก็ต้องเอาบิลมาให้พ่อ – แม่ หลังจากที่ได้จ่ายไปแล้ว
แต่ถ้าใน 1 สัปดาห์แล้วพบว่าเรายังไม่เคยทานอาหารมื้อเย็นด้วยกันเลย แม่ก็จะขอเวลาเขาสักมื้อ ขอเวลาให้ลูกได้ทานข้าวกับพ่อ, แม่ก่อนแล้วค่อยคุยกับเพื่อนๆต่อ ซึ่งลูกก็ยินยอมแต่โดยดีน่ะนะคะ....
</span>
ไอ้หัวจุก 555555 อยู่ในชุดนักเรียน ช่างดูน่าหยิก น่าหยอก น่ากวนมากๆเลย
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>น้องแผ่นดินในวัย 5 ขวบรู้ภาษามากแล้ว แต่ตอนเด็กกินยาก นอนยากพอสมควร ขณะที่น้องแดนนั้น นอนง่าย กินง่ายมาแต่ไหนแต่ไร แต่สำคัญคือ ค่อนข้างจะเอาการน่าดูเลยครับ… ห้าว ห้วน .. อย่างน่าหยิก</p><p>บางทีคนเราประสบความสำเร็จกับการดูแลคนในสังคม แต่ในครอบครัวก็ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า ซึ่งผมก็ไม่ปรารถนาที่จะเจอภาพเหล่านี้กับตนเอง … พยายามอยู่มากในการที่จะไม่ให้พบเจอปัญหานี้ แต่ถ้าอนาคตต้องเป็นเช่นนี้ก็คงต้องทำใจ แต่ยังไงก็ขอให้ได้ทำเต็มที่ไว้ก่อน ..</p><p>ขอบคุณนะครับสำหรับกำลังใจและความปรารถนาดีที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง</p>
สวัสดีครับ คุณเอก <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ยืนยันตามที่คุณเอกกล่าวไว้นะครับ คือ สงครามที่น่ารักช่วงเช้า และผมก็มีความสุขที่จะเผชิญกับห้วงบรรยากาศเช่นนั้น รวมถึงวันนี้ยังอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับคุณพ่อ UMI ที่ ม.ทักษิณ </p><p> </p>
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จากข้อความในบันทึกที่แวะมาแลกเปลี่ยน, ผมประทับใจเรื่องการดูแลลูกเป็นอย่างมาก ฝึกให้เขาได้บริหารจัดการเรื่องเวลา เหมือนกับให้เวทีทางการเติบโตของเขาอย่างเสรี บนพื้นฐานและกรอบของเหตุและผล หรือกติกาที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การที่ลูกโตขึ้นแล้วดูเหมือนว่าไม่ค่อยได้ทานข้าวกับพ่อและแม่นั้น ผมเองก็รู้สึกเช่นนั้น เพราะสภาพที่เจอทุกวันนี้เด็กวัยรุ่นจำนวนมากมายใช้ชีวิตช่วงเย็นอยู่ตามตัวเมือง ห้างร้าน หรือแม้แต่ร้านเน็ต ไม่เห็นมีวี่แววว่าเอาเวลาตอนไหนกลับไปทานข้าวร่วมกับคนในครอบครัว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก และผมขอชื่นชมบรรยากาศและหลักของการอยู่ร่วมกันของอาจารย์ โดยเฉพาะการขอเวลาจากลูก … ผมดูว่าเป็นกติกาที่อบอุ่นมาก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมเคยตั้งใจจะกลับบ้านไปหาพ่อและแม่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ต่อครั้ง แต่ก็ทำไม่ได้เสียทั้งหมด กระนั้นก็ไม่สิ้นหวังที่จะทำ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ขอบพระคุณครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>
สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน
... ชอบน้องจุกจังเลยค่ะ ...
สังเกตุเห็นชุดนักเรียนของน้องแผ่นดิน ชุดที่มีผ้าขาวม้าคาดพุง ... เท่ห์และเป็นเอกลักษณ์ดีนะคะ ... ใช่ยูนิฟอร์มรึเปล่าคะ
ขอบคุณที่แบ่งปัน ภาพความสุขในครอบครัวค่ะ
น้องนุ้ย <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>เจ้าจุกในชุดนักเรียนเก๋ามาก โดยเฉพาะไม่รู้อีท่าไหนชอบสะพานกระเป๋าแบบนี้มากเหลือเกิน ไม่แน่ใจว่าทั้งโรงเรียนมีแกคนเดียวหรือเปล่าที่สะพานกระเป๋าแบบนี้ เพราะที่เห็น ๆ ก็มีแต่เป้สะพานด้านหลังกันทั้งนั้นเลย….</p><p>เจ้าจุก …….</p>
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ภาพที่ว่านี้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไปโรงเรียนในวันศุกร์ เน้นพื้นบ้านอีสานออกแนวประยุกต์ ลูก ๆ ผมเรียกชุดนี้ว่าชุดตีกลอง เพราะน้องดินชอบตีกลองยาวมาตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน พอมาเข้าอนุบาลก็เลยพลอยเรียกชุดนี้ไปว่าชุดตีกลอง และเรียกมาจนบัดนี้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง </p><p> </p><p>
</p>
เรื่องราวของหนูน้อยสองหนุ่มนี้ ได้อ่านกี่ครั้งก็ยังสนุกเหมือนเดิม อ่านไปยิ้มไปเพลินดีครับ...
น้องแผ่นดินกับน้องแดนไทยได้กลายเป็นบุคคลสาธารณะในสังคมแห่งนี้ไปแล้ว...
จะมีโอกาสสักครั้งมั้ยหนอที่จะได้เจอกันแบบตัวเป็น ๆ ...
ขอบคุณมากครับ...
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>การมีโอกาสได้เล่าเรื่องคนของความรักในที่สาธารณะเช่นนี้ เป็นความสุขของคนเล่าเรื่องอย่างผม และถึงแม้ว่าเรื่องเล่าดูจะเป็นโลกเงียบอันเป็นส่วนตัวของผมเองก็เถอะ แต่ก็เชื่อว่า ชาวบล็อกก็เป็นประหนึ่งญาติคนหนึ่งที่ผมไม่จำเป็นต้องลังเลที่จะสื่อสารเรื่องนี้ตามประสาคนคุ้นเคย …</p><p>….</p><p>น้องแผ่นดินกับน้องแดนไทยได้กลายเป็นบุคคลสาธารณะในสังคมแห่งนี้ไปแล้ว.</p><p>…..</p><p>ขอบคุณมากครับ ..</p>
สวัสดีค่ะ...
สวัสดีคุณแผ่นดินค่ะ
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ด้วยความยินดีครับ…ชื่นชมได้เลย หรือจะช่วยส่งเสียเลี้ยงดูก็ยิ่งดีไปใหญ่..</p><p>เด็กสองคน วันหยุดวิ่งเล่นอยู่ในเวทีกิจกรรมของพี่นิสิต เพราะผมมีภาระกิจต้องดูแล และไปร่วมกิจรรมเหล่านั้นอยู่เสมอ ผมไม่ได้จ้างพี่เลี้ยง ดังนั้นทุกวันหยุด พวกเขาจึงอยู่ในบรรยากาศของนิสิตที่ทำกิจกรรมอย่างไม่ว่างเว้น</p><p>บางทีผมกำลังพูดอยู่บนเวที ลุกก็วิ่งปร๋อเข้าไปหาเลยก็บ่อยครั้ง, ….</p><p> </p>
สวัสดีค่ะ
หลานทั้งสองน่ารักมากค่ะ ดูแล้วมีความสุขไปด้วยค่ะ
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>การได้อ่านถ้อยคำของอาจารย์แล้ว, ผมสัมผัสได้ถึงความเป็นกติกาที่ถูกสร้างขึ้นของคนในครอบครัวที่เป็นเหตุเป็นผล, เป็นเรื่องเป็นราว, มีช่องว่างระหว่างกันอย่างพอเหมาะ และถือว่าเป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะพูดคุยกันได้ ทั้งในฐานะของคนในครอบครัว หรือแม้แต่ในฐานะเสมือนครูที่ต้องสอนชีวิตให้กับลูก </p><p>ผมประทับใจกรณีการประสานับร้านอินเตอร์เน็ตในทำนองของการพึ่งพิงกันและกัน</p><p>การที่เรารู้จักกับเจ้าของร้านเน็ตฯ ผมถือว่าสำคัญมาก อย่างน้อยเราก็รู้ถึงสถานที่ที่แน่ชัดของจุดที่ลูกเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ ณ ที่ตรงนั้น ไม่มีการพลัดหลง หรือหนีไปที่อื่น ซึ่งเราจะมีทางร้านได้ช่วยดูแล เป็นหูเป็นตา โดยกรณีนี้ผมถือว่าเป็นแนวคิดและกุศโลบายที่ดีมาก และคงช่วยให้เราได้สบายใจขึ้นมากโข</p><p>ประเด็นสำคัญที่ผมกำลังคิดอยู่ในขณะนี้ก็คือ การเลี้ยงลูกด้วย “โทรศัพท์” บางคนอยู่คนละที่คนละแห่งกับลูก ให้ลูกพักอาศัยในหอพัก ทั้งในระดับมัธยมและอุดมศึกษา โดยที่ผู้ปกครองไม่ค่อยมีเวลามาเยี่ยมเยียน แต่ใช้การพูดคุยกันทางโทรศัพท์ แต่พอเอาเข้าจริง เรื่องราวที่แท้จริงกลับไม่ปรากฏดังที่รับรู้รับฟังผ่านคลื่นโทรศัพท์ , ซึ่งมีทั้งที่รุนแรงและไม่รุนแรง นั่นคือปรากฏการณ์จริงที่ผมพบเจอ และได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการรับรู้และร่วมแก้ไขปัญหา</p><p>….</p><p>ผมขอบพระคุณในทัศนะและถ้อยคำอันเป็นประโยชน์ต่อการดูแลคนที่เรารัก , สังคมดูจะเปลี่ยนแปลงตนเราก้าวไม่ทัน แต่ก็พยายามอย่างหนักหน่วงในการที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูก ๆ …</p><p>…</p><p>ขอบพระคุณครับ</p><p> </p>
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ผมเข้าใจว่า เด็ก ๆ เป็นสีสันของโลก … </p><p>….</p><p> </p>
ขออภัยครับ …ขออนุญาต (ต่อ) <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>เมื่อครู่ผมนึกอะไรไม่ออก , เนื่องจากเป็นช่วงที่กำลังปลื้มปิติกับการผ่านเข้ารอบของนิสิต มมส ในการประกวดเต้นระดับดุมศึกษา (สงครามเท้าไฟ ช่อง 5) .. ฟังคำสัมภาษณ์พวกเขาแล้ว น้ำตาปิ่มไหล เพราะไปด้วยความทุลักทุเลมาก, รวมตัวกันลำบาก, ชุดก็เพิ่งเสร็จ, มาซ้อมกันทั้งคืน ซ้อมแม้กระทั่งจะออกมาแข่งก็ยังต้องซ้อม</p><p>ฟังดูผมก็เลยตื้นตันไปกับพวกเขา..</p><p>….</p><p>ส่วนเรื่องลูก ๆ นั้น, เขาทั้งสองเป็นความมหัศจรรย์ของชีวิต และเป็นผู้นำพาสิ่งอันดีงามมาสู่ตัวผม ผมอยากเลี้ยงดูให้เขาเติบใหญ่อย่างมีอนาคต, เรียนไม่เก่งไม่เป็นไร ขอเพียงอย่าเป็นปัญหาของสังคมก็พอแล้ว -</p><p>….</p><p>ขอบพระคุณครับ</p>
กดแป้นเร็วไปอีกแล้ว....มีความสุขที่เห็นเมล็ดพันธ์ของเรางอกงาม..