สิ่งที่ตัวเองและผู้อื่นรับรู้ตรงกัน ยังไม่ตรงกับที่ทำในแบบทดสอบ Extended DISC เลย งงเป็นห่านตาโต
     เมื่อวานนี้ต้องไปเข้าอบรมเกี่ยวกับสไตล์ของคน สืบเนื่องจากการที่ผู้บังคับบัญชาต้องเข้าอบรมในหลักสูตร Intensive Coaching  อย่างเข้มข้น และลงฝึกจริงอีกหลายเดือน  ในโครงการนี้ทั้ง หัวหน้าและลูกน้องต้องทำแบบวัดประเมินสไตล์ของตัวเอง ด้วยแบบทดสอบ Extended DISC ซึ่งทำไปตั้งหนึ่งเดือนแล้วล่ะ เขาเอามาเฉลยในวันเข้าอบรมครั้งนี้ พร้อมบอกด้วยว่า หัวหน้าเราเป็นแบบไหน
     ช่วงเช้ามีการเล่นเกม ทำกิจกรรมหลายอย่างที่ทำให้คนในกลุ่มย่อยรู้จักกัน เพราะตอนช่วงบ่ายจะมีการอ่านด้วยสายตาว่าแต่ละคนเป็นสไตล์ไหน และตัวเองคิดว่าตัวเองเป็น สไตล์ไหน

 D-สีแดง Dominance มุ่งมั่นสำเร็จ โกรธง่าย หายเร็ว ตรง เปิดเผย คิดเร็ว คิดไกล

I-สีเหลือง Influence อารมณ์ดี ไม่ชอบความขัดแย้ง อยากทำให้คนอื่นมีความสุข ไม่เครียด เป็นพิธีกรในงานต่างๆ ได้

S-สีเขียว Steadiness เก็บความรู้สึก เป็นมิตร ขี้อาย จริงใจ ทำงานซ้ำๆ ได้ มีความจงรักภักดี อดทน ละเอียด

C-สีน้ำเงิน Compliance เคารพกฎระเบียบ ละเอียด เน้นที่มาของข้อมูล มีความคิดเชิงตรรกะ ชอบอยู่คนเดียว

     จากการวิเคราะห์ตัวเอง และเพื่อนในกลุ่มก็เห็นตรงกัน บอกว่าเราต้องเป็นพวก C หรือ S เราก็รีบเอาชื่อเราไปแปะในตารางช่อง C ทันที
     หลังจากที่ทุกคนในห้องนำชื่อของตัวเองไปแปะบนกระดานที่เป็นสี่เหลี่ยมแบ่งเป็นสี่ช่องเรียบร้อยแล้ว วิทยากรก็เปิดอีกกระดานหนึ่งที่เฉลยสไตล์ตามที่ทำแบบทดสอบไป  เสียงฮือฮา ร้องโอย โอย อื้อ อึงไปทั่วทั้งห้อง เพราะบางคนมี 2 สไตล์ หรือ 3 สไตล์ผสมกันอยู่ในหนึ่งคน แล้วแต่ว่าจะเน้นไปทางไหนมากกว่ากัน แถมยังพลิกโผอย่างไม่น่าเชื่อ จากขวาเป็นซ้าย จากซ้ายกลายเป็นขวา แม้แต่ตัวเองก็ไม่อยากเชื่อ
     ในฐานะที่ตัวเองพอมีความรู้เรื่องแบบวัดประเภทนี้อยู่บ้าง ลองวิเคราะห์ดูก็คิดว่า ลักษณะงานที่เราทำ หรือแม้แต่องค์กรที่เรามาอยู่ทำให้เราเปลี่ยนแปลงไปได้เหมือนกัน
     จากผลการทดสอบโดยส่วนตัว ที่ได้ออกมาเป็น I สีเหลืองเด่น 70% มี D สีแดงมาผสม 30% ไม่น่าเชื่อออกมาเป็นสีส้ม 555..... ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้  นั่นก็หมายถึงว่าจากเดิมที่เคยคิดว่าตัวเองเป็น specialist กลายมาเป็น generalist หรือคนที่มองภาพกว้างขึ้นแล้ว แม้ว่าสีเหลืองจะถูกมองว่าเป็นพวก หลั่น ล้า แต่พอมีสีแดงมาผสม ก็เลยเป็นพวกที่มีอิทธิพลชอบชักจูง โน้มน้าวผู้อื่นให้เปลี่ยนแปลง ชอบสรรหาความคิดใหม่ๆ อยากทำโน่นทำนี่ แต่ไม่ค่อยลงมือทำเอง
     สงสัยเหมือนกันว่าการมาอบรม Inno FA + ทำงานที่ต้องไปเปลี่ยนคนอื่น เลยทำให้เราต้องกลายมาเป็นสไตล์แบบนี้ หรือเปล่านะ แสดงว่าน่าจะพอไปได้ แต่ต้องระวังทำให้สมดุล ไม่งั้นจะกลายเป็นพวกพูดเยอะ แล้วยังไปกดดันคนอื่นอีก
     บทสรุปในวันนี้คือ วิธีการที่เราจะสื่อสาร หรือปรับตัว ถ้าเราอ่านออกว่าตัวเองเป็นไง คนที่เราทำงานด้วยเป็นอย่างไร แล้วพยายามมาปรับตัวเข้าหากัน จะช่วยให้ทำงานเป็นทีมได้ดี พูดคุยกันด้วยความเข้าใจที่ดีต่อกัน และลดความขัดแย้งไปได้มาก