ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๐ มีการนำเสนอเชิงนโยบาย เรื่อง "การพัฒนาสำนักคอมพิวเตอร์ เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศด้าน ICT ของมหาวิทยาลัยมหิดล" ซึ่งผมคิดว่าเขาตั้งชื่อผิด จริงๆ แล้วเราควรคิดการณ์ใหญ่กว่านั้น ต้องมุ่งพัฒนาความเป็นเลิศด้าน ICT ของสังคมไทย
ซักถามกันอยู่นาน จึงรู้ว่าต้องการเปลี่ยนฐานะไปเป็นคณะ โดยแยกภาควิชาคอมพิวเตอร์ออกมาจากคณะวิทยาศาสตร์ มารวมกับสำนักคอมพิวเตอร์ เป็นคณะ ICT (ชื่อจริงยังไม่ได้ตั้ง)
คณะนี้ต้องมี ๒ ขา คือ บริการกับวิชาการ วิชาการเราไม่ค่อยห่วง แต่ขาบริการในส่วนบริการภายในมหาวิทยาลัยมหิดล มีคนห่วงว่ายังไม่ได้ศึกษา gap ในฐานะ service provider จึงต้องมีการปรึกษาหารือเพื่อเสนอเป็นโครงการที่ชัดเจนต่อไป
เอกสารข้อเสนอในการประชุม อ่านได้ที่นี่
วิจารณ์ พานิช
๒๐ มิ.ย. ๕๐
ฟังดูหรูหรามากครับ แต่คุณภาพการให้บริการด้าน IT ของ MUCC เป็นอย่างไร? ไม่ทราบว่ามีการสำรวจความคิดเห็น (อย่างจริงใจ) หรือไม่? ผมคิดว่าทั้งอาจารย์ศุภชัย และอาจาย์เจริญศรีน่าจะ Take Course ITIL และ Customer Services ก่อน ผมคิดว่าเรามีการฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการน้อยเกินไป จากการเสนอของ MUCC ว่าดูแลอะไรบ้าง แต่ไม่ได้บอกว่า คณะต่างๆ ยินดีให้ MUCC ดูแลแค่ไหน ถึงแม้ว่าเป็นนโยบายของมหิดล แต่การที่คณะต่างๆ ถูกบังคับให้ใช้บริการ MUCC นั้นทำให้ MUCC ไม่เคยคิดและไม่จำเป็นต้องคิดที่จะพัฒนาบริการของตัวเองให้ดีขึ้น นอกจากนี้ก็จำเป็นและไม่ทำที่จะรับฟังปัญหาเพื่อนำไปปรับปรุงบริการของตัวเอง แถมยังคิดค่าบริการแสนแพง แพงกว่าใช้บริการจากบริษัทเอกชน นอกมหาวิทยาลัยเป็นเท่าตัว หากถามถึงความคุ้มค่าในการรับ เป็น บาทต่อ Performance ก็นับว่าต่ำมาก แต่ก็ยังโครงการใช้เงินขยายสายการบริการไปอีกมาก ทั้งที่ของเดิมก็ทำได้ไม่ดี ปัญหาคือสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงอย่างมหิดลนั้น จะรับฟังความคิดเห็นจากเสียงสะท้อนจากผู้อื่นหรือไม่ หรือจะพิจารณาโดยองค์ประกอบที่ไม่ครบถ้วนขาดความเป็นจริง
เมื่อวานรองอธิการบดีฝ่ายเอื้ออำนวยทางวิชาการ ได้เชิญคณะฯ ที่มีการเรียนการสอนด้านคอมพิวเตอร์มาหารือกันถึงความร่วมมือระหว่างคณะฯ ในเรื่องการเรียนการสอน งานวิจัย และบริการวิชาการ ในที่ประชุมประกอบด้วยวิทยาลัยนานาชาติ ซึ่งมีหลักสูตร Computer Science นานาชาติ คณะสิ่งแวดล้อมที่มีหลักสูตร IT ของสิ่งแวดล้อม และวิศวฯ ซึ่งมีหลักสูตรเทคโนโลยีการจัดการระบบสารสนเทศ ซึ่งการเรียนการสอนไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเพราะมีบัณฑิตวิทยาลัยดูแลมาตรฐานอยู่ ส่วนงานวิจัยน่าจะมีความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น ซึ่งในที่ประชุมต่างเห็นพ้องต้องกันว่า Collaboration ระหว่างหน่วยงานสามารถเกิดขึ้นได้ทันที โดยไม่เกี่ยวกับการตั้งหน่วยงานใหม่ ส่วนตัวดิฉันเองซึ่งเป็นประธานหลักสูตร IT ของคณะวิศวฯ และสอนวิชาสังคมไทยและนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความเห็นว่า เรื่องนโยบาย น่าจะมาจากความเข้าใจในเรื่องพื้นฐานความต้องการของ Community หรือ User Requirement มากกว่าจะเป็นระบบที่สร้างขึ้นมาแล้วไม่มีใครสามารถเข้าใจได้ และปราศจากผู้เข้าไปใช้งาน และท้ายสุดต้องขอร้องให้ไปช่วยใช้งาน นอกจากนั้น นโยบายทางด้านสารสนเทศนี้ จำเป็นต้องเกิดจาก COP เพียงชุดปฏิบัติการนั้นไม่เพียงพอต่อการสร้างนโยบายที่ดี เพราะเป็นเรื่องการสื่อสารระหว่างมนุษย์ที่มีความแตกต่างหลากหลาย ต้องเข้าถึงหัวใจจึงจะสื่อสารกันเข้าใจได้ และงานด้านนี้ก็เหมือนกับ การตัดเย็บเสื้อผ้าให้กับองค์กร ไม่ใช่ตัดองค์กรให้เข้ากับเสื้อผ้า ถึงจะสามารถตอบโจทย์ 3A (Availability Accessibility Affordability) และ E-Society ได้จริง ๆ ซึ่งหลายประเทศทำได้แล้วในราคาไม่แพง และไม่ต้องสิ้นเปลืองงบ training มหาศาล เพียงแต่ต้องเข้าถึงหัวใจของมนุษย์และวีถีชีวิตของคนในองค์กรให้ได้เท่านั้น ซึ่งวิชาบางวิชาน่าจะแทรกซึมเข้าไปทุกหน่วยงาน มากกว่าการรวมศูนย์ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ซึ่งหากมหิดลจะเป็นผู้นำเรื่องนี้ในระดับประเทศ หรือระดับโลก ดิฉันมีความเห็นว่าน่าจะเริ่มต้นด้วยการสร้าง Community of Practice ซึ่งเป็นคนที่เข้าใจวิถีของ User ในมหิดลที่มีความหลากหลาย ผู้ design ระบบเป็นเพียงคณะใดคณะหนึ่งไม่น่าเพียงพอ และมหิดลก็มีคนทำงานด้านนี้ในแต่ละคณะไม่น้อยเลยค่ะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> จารุพรรณ กุลดิลก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> 19 ก.ค. 50</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>
ในฐานะผู้ใช้บริการระบบเครือข่ายสาระสนเทศของมหาวิทยาลัยมหิดล ผมอยากให้ประเด็นในการพิจารณาต่างๆไว้ดังนี้
1 MUCCเป็นผู้ให้บริการระบบสารสนเทศของมหาวิทยาลัยมหิดลมาตลอดเวลา 10กว่าปีนั้นน่าจะมีการพัฒนาระบบโครงสร้างและการเื้อื้ออำนวยต่อผู้ใ้ช้งานได้มาก และมีิอิสระอยู่แล้วมิใช้หรือ เหตุใดจึงจะต้องรวมหลักสูตรต่างๆเพื่อจัดตั้งเป็นคณะ
2 จำเป็นหรือที่จะต้องมีคณะจึงจะทำให้ การจัดการระบบสารสนเทศของมหาวิทยาลัยดีขึ้น และอย่างไร
3 การที่รวมหลักสูตรที่มีอยู่แล้วและพยายามจัดตั้งเป็นคณะจะมีประโยชน์อย่างไร ในเมื่อทุกหลักสูตรก็สามารถดำเนินกิจกรรม พันธกิจของหลักสูตรตนเองได้ดีอยู่แล้ว
้
4 การพัฒนาระบบสารสนเทศนั้นเพื่อให้ผู้ใช้บริการ (end user) ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และตอบสนองความต้องการของประชาคมชาวมหิดล ซึ่งน่าจะมีการสำรวจอย่างจริงจังให้เห็นประโยชน์และเป็นที่ต้องการของประชาคมจริงๆ
หลักสูตร การเรียนการสอนของอาจารย์ยังต้องถูกประเมินโดยนักศึกษา MUCC ให้บริการระบบเครือข่ายสารสนเทศมานานแล้ว ถึงเวลาหรือยังที่จะสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่งานอื่นๆ