เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร <h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt">เรื่องที่ 1</h2>
การปรับอัตราเงินบำรุงการศึกษาและค่าเล่าเรียนใหม่
ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค0409.5 / ว169 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2550
เรื่อง ประเภทและอัตราเงินบำรุงการศึกษาและค่าเล่าเรียน ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 เป็นต้นไป
สรุปสาระสำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม คือ ประเภท และอัตราเงินค่าเล่าเรียนในสถานศึกษาเอกชน
1. สถานศึกษาเอกชนประเภทสามัญศึกษาปรับเพิ่มเฉพาะค่าธรรมเนียมการเรียนทุกระดับการศึกษา
2. สถานศึกษาเอกชนประเภทอาชีวศึกษา ปรับเพิ่มเฉพาะค่าธรรมเนียมการเรียนในประเภทวิชาหรือสายวิชาของหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช. ) หรือ เทียบเท่า <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt">เรื่องที่ 2</h1><p> ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ กค.0409.5 / ว 182 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2550 เรื่องซ้อมความเข้าใจ เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการ เกี่ยวกับการศึกษาของบุตร เห็นควรซ้อมความเข้าใจว่า เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรในสถานศึกษาของทางราชการที่นำมาเบิกได้ต้องเป็นเงินประเภทต่าง ๆ ที่สถานศึกษาได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าสังกัดให้เรียกเก็บ ทั้งนี้ ไม่รวม ค่าปรับพื้นฐาน ค่าปฐมนิเทศ เงินบริจาค และค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการบริหารและดำเนินงานของสถานศึกษา เช่นค่าจ้างบุคลากรของสถานศึกษา ค่าซ่อมแซมหรือบำรุง ค่าจัดสอบ ค่าน้ำดื่ม ค่าไฟฟ้า/น้ำประปา ค่าห้องเรียนปรับอากาศ ฯลฯ กรณีมีข้อสงสัยให้ประสานกับสถานศึกษานั้นโดยตรง
เรื่องเงินบำรุงการศึกษาของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดูรายละเอียดได้ ตามหนังสือสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานด่วนที่สุด ที่ศธ. 04002/64 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม2550
สามารถเปิดดูรายละเอียดดังกล่าวเพิ่มเติมได้ที่www.cgd.go.th </p>
กฎหมาย ระเบียบ
เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร
ขอบคุณที่มอบความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับระเบียบเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรนะครับ
เกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการศึกษาบุตร ถ้าให้ความสับสน ตัวไหนเบิกได้ ตัวไหนเบิกไม่ได้ น่าจะมีการพัฒนารูปแบบการเบิก การจ่ายเหมือนหรือในลักษณะเดียวกันระบบสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล เพื่อป้องกันการตีความ และเบิกผิดหลักเกณฑ์ ครับ
เงินสวัสดิการการศึกษาบุตรของข้าราชการฯ ดูจะเป็นปัญหา แต่เมื่อมองไปยังประชาชนทั่วไปที่ต้องรับภาระค่าเล่าเรียนบุตร ยิ่งมีปัญหามาก เพราะนอกจากค่าเล่าเรียนแล้ว ยังมีอื่น ๆ อีกจิปาฐะ ที่ต้องจ่าย ถ้าเป็นไปได้รัฐควรจัดสวัสดิการเรื่องการศึกษาให้พลเมืองในประเทศไม่ต้องรับภาระเรื่องนี้อีก หรือถึงรับก็ให้น้อย ๆ หน่อย ให้สมกับยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข เพราะค่าใช้จ่ายภาครัฐนอกจากจะมีไว้กระตุ้นเศรษฐกิจในเรื่องงบลงทุนแล้ว ยังควรพิจารณาเรื่องการกระจายรายได้ ความเท่าเทียมกันในสังคมอีกด้วยครับ
วอนมาเพื่ออยากเห็นสังคม ประเทศชาติมีการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป