ก้าวสู่ปีที่ 2 ขององค์กรชุมชนนราธิวาส มุ่งสร้างเศรษฐกิจชุมชนเชื่อเพื่อนบ้าน โดย พอช.

เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดนราธิวาส ได้ร่วมกันจัดประชุมสามัญประจำปีเป็นครั้งแรก ที่วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส มีตัวแทนองค์กรชุมชนในจังหวัดมาร่วมประชุมกันราว 200 คน นายยรรยง สาและ ประธานเครือข่ายผู้สูงอายุ จ.นราธิวาส เล่าให้ฟังว่า การจัดประชุมในครั้งนี้ก็เพื่อสรุปบทเรียนการทำงานในรอบปีที่ผ่านมา หลังจากได้รวมกันเป็นเครือข่ายองค์กรชุมชนในระดับจังหวัดมาได้ 1 ปี และต้องหาแนวทางร่วมกันในการขับเคลื่อนงานพัฒนาด้านต่างๆ ขององค์กรชุมชนในจังหวัดก้าวต่อไป

    ย้อนหลังเกี่ยวกับพัฒนาการขององค์กรชุมชนในนราธิวาสว่า องค์กรชุมชนในจังหวัดได้ขับเคลื่อนงานกันมาราวปี 2542 โดยแต่ละองค์กรชุมชนมีการเชื่อมกันเป็นเครือข่ายเชิงประเด็น เช่น เครือข่ายประมงพื้นบ้าน ที่มีนักพัฒนาองค์กรเอกชนมาหนุนเสริม เครือข่ายชุมชนเทือกเขาบูโด ที่ทำงานเรื่องปัญหาที่ทำกิน เครือข่ายกองทุนชุมชน ที่มีสำนักงานกองทุนทางสังคม (SIF) ที่มุ่งเน้นเครือข่ายองค์กรศาสนา เครือข่ายประชาสังคม ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันการเรียนรู้และประชาสังคม แต่ก็ไม่ได้มีการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ การบริหารจัดระบบฐานข้อมูลยังไม่ชัดเจน ขาดการสื่อสารสู่สาธารณที่จะทำให้สังคมยอมรับ


ในปี 2545 เป็นปีแรกที่องค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชนในจังหวัดได้เชื่อมโยง ทำงานประสานกัน ที่เรียกว่า คณะประสานงานองค์กรชุมชนจังหวัดนราธิวาส มีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ช่วยหนุนเสริม ซึ่งคณะที่เกิดขึ้น ถือเป็นกลไกประสานและเชื่อมโยงองค์กรต่างๆ ได้ชัดมากขึ้น แม้ว่าเราจะประสบปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ การดำเนินกิจกรรมอยู่บ้างก็ตามประธานเครือข่ายผู้สูงอายุ กล่าว


แม้จะมีปัญหาต่างๆ ทั้งปัจจัยภายนอกและภายในองค์กรชุมชนเกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่ในปีต่อมา กลุ่มผู้อาวุโสและผู้ใหญ่ใจดีที่เป็นแกนหลักก็ได้ชวนคิดชวนคุยกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ลูกหลานที่ด้อยประสบการณ์ว่า ถ้าเรา...องค์กรชุมชนไม่เคลื่อน แล้วใครจะมาสานงานต่อ จนในที่สุดการจัดขบวนทัพขององค์กรชุมชนในจังหวัดจึงได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ทำให้วันนี้มีคนใจเต็มร้อยมาร่วมกันทำงาน จนการพัฒนาขององค์กรชุมชนเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากคนทำงานในคณะประสานงานองค์กรชุมชนที่เดิมมีเพียง 10 คน เพิ่มขึ้นเป็น 20 คน จนปัจจุบันมีนับร้อยคน ภายใต้คณะทำงานทั้งหมด 8 ประเด็น มีองค์กรชุมชนไม่น้อยกว่า 40 องค์กร รวมถึงมีภาคีทั้งภาครัฐและเอกชนที่ยินดีให้การหนุนเสริมอีกหลายหน่วยงาน
จังหวะก้าวต่อไปของคนนราธิวาส
หลังจากสรุปการทำงานในขวบปีที่ผ่านมาแล้ว ก็ได้มีการกำหนดทิศทางการทำงานขององค์กรชุมชนในจังหวัดต่อไป ซึ่งปีนี้จะเน้น 2 เรื่องหลัก คือ

1)  การจัดการกลไกการทำงานของเครือข่ายให้ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ

2)  การสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อให้องค์กรชุมชนในจังหวัดมีความเป็นเอกภาพ มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับของสังคม

โดยได้จัดโครงสร้างการทำงานใหม่ภายใต้ ชื่อ สภาที่ปรึกษาองค์กรประชาชนจังหวัดนราธิวาส โดยมีกรอบการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก คือ 1.ด้านศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา องค์ความรู้และเยาวชน ดำเนินการในนาม สถาบันพระยาระแงะ 2.ด้านเศรษฐกิจ-ธุรกิจชุมชน องค์กรการเงินชุมชน สินเชื่อเพื่อการพัฒนา ดำเนินการในนามสภาพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนทักษิณารักษ์-นราธิวาส 3.สำนักงานเลขาสภาที่ปรึกษาองค์กรประชาชน ที่ดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์ กองทุนสวัสดิการคนทำงาน ผู้สูงอายุและที่อยู่อาศัย


โครงสร้างใหม่ขององค์กรชุมชนนราธิวาส
สภาพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนทักษิณารักษ์-นราธิวาส(สศช.ท.)
วิสัยทัศน์ พลังชุมชน สร้างเสริมเศรษฐกิจ เพิ่มคุณภาพชีวิต ธุรกิจพึ่งตนเอง
มีบทบาทหน้าที่ในการเป็นแกนกลางในการพัฒนา การประสานและการเชื่อมโยง สนับสนุนองค์กรชุมชนเป็นเจ้าของทุนทั้งระบบ มีการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง และจัดทำแผนการดำเนินงานภายใต้กรอบของสภาฯ

ยุทธศาสตร์สำคัญ 6 ด้าน คือ 1.การเชื่อมโยงกับเครือข่ายในระดับจังหวัด กลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ องค์กรชุมชนภาคใต้ด้านข้อมูล กระบวนการเรียนรู้และผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมถึงการเชื่อมโยงกับมาเลเซียเพื่อขยายตลาด และการเชื่อมโยงกับภาคีพัฒนาทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน
2.ด้านการพัฒนาศักยภาพ โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การพัฒนาด้านการบริหารจัดการ การรับรองสถานภาพและคุณภาพสินค้า(ฮาลาล-ฮารอม) ในกระบวนการผลิตทั้งระบบ 3.ด้านข้อมูล ประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ โดยการพัฒนาระบบสารสนเทศ ศูนย์ข้อมูลเครือข่ายองค์กรชุมชน ศูนย์ข้อมูลการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย รวมถึงการพัฒนาระบบการประชาสัมพันธ์ 4.ด้านกองทุนกลาง มีเป้าหมายที่จะจัดตั้งกองทุนกลาง หรือสถาบันการเงินองค์กรชุมชน เพื่อรองรับการสนับสนุนเครือข่ายในการดำเนินกิจกรรม โครงการให้มีประสิทธิภาพ และจัดตั้งกองทุนสวัสดิการ เพื่อเป็นหลักประกันคุ้มครองและดูแลขบวนการพัฒนา โดยมีพื้นฐานของการพึ่งตนเอง และ 6.การพัฒนาบุคคลากร


สถาบันฟื้นฟูภูมิปัญญาและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นพระยาระแงะ(สถาบันพระยาระแงะ)
สถาบันพระยาระแงะเป็นองค์กรการศึกษาเรียนรู้สาธารณะกุศล ภายใต้การกำกับดูแลและสนับสนุนของเครือข่ายองค์กรชุมชนนราธิวาส มีเจตนารมณ์ เพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการอนุรักษ์และสืบทอด การจัดการเรียนการสอนและฝึกวิชาชีพแก่ประชาชน เพื่อตอบสนองความมั่นคงปลอดภัยในทุกมิติของมนุษย์ โดยการประสานงานกับบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรศาสนา หน่วยงานรัฐและภาคเอกชน ในการสนับสนุนให้สังคมชุมชนเกิดเครือข่ายแห่งการเรียนรู้ ที่จะก่อให้เกิดสันติสุขแก่ชุมชนและสังคมโดยรวม การจัดการศึกษาทางเลือกอย่างเป็นองค์รวม เพื่อให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ เข้าใจ ค้นพบความเป็นจริงของชีวิต ศักยภาพตนเอง อิสรภาพภายในและความรักในมนุษย์และเพื่อนร่วมโลก การอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมดีงามของชุมชนเพื่อสืบทอดสู่คนรุ่นหลัง สถาบันพระยาระแงะนี้ถือเป็นสถานศึกษาและศูนย์การเรียนรู้ทางเลือกของชุมชน
นี่คือ โครงสร้างใหม่ขององค์กรชุมชนนราธิวาส ที่หลายคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่แหละ...เห็นภาพแล้วว่าเราจะเดินกันอย่างไร ไปทางไหน แต่อย่างไรก็ตาม หากการจัดทัพครั้งใหม่นี้ยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของพื้นที่ องค์กรชุมชนเหล่านี้ก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการของเพื่อนพ้องสมาชิกในจังหวัด


ปลัดจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมาร่วมงานด้วย บอกว่า การรวมกลุ่มขององค์กรชุมชน เป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้เกิดพลังในการเคลื่อนงานพัฒนา ซึ่งจังหวัดนราธิวาสต้องการให้องค์กรชุมชนนั้นมีความเข้มแข็ง เพื่อให้เป็นแรงสำคัญในการพัฒนาจังหวัดสู่ความเจริญ
ความไม่สงบในจังหวัดเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้จังหวัดล้าหลังไปอีก 5 ปี หากองค์กรชุมชนได้รวมตัวกันเช่นนี้ เชื่อแน่ว่าอีกไม่นานจังหวัดของเราจะกลับสู่ภาวะปกติ และเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว และผมอยากให้องค์กรชุมชนที่เข้มแข็งแล้ว ได้ลงไปช่วยเหลือองค์กรอื่นๆ ในระดับหมู่บ้าน ที่ยังไม่เข้มแข็งด้วยปลัดจังหวัด กล่าว


นี่คือ ความเคลื่อนไหวของขบวนการพัฒนาในจังหวัดที่อยู่ใต้สุดแดนสยาม ซึ่งเราคงต้องเอาใจช่วยองค์กรชุมชนคนนราธิวาส ให้เขามีกำลังใจ ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ และเดินไปข้างหน้าตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อให้เขาได้ทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในจังหวัดของเขาต่อไป