วิทยากร เชียงกูล เป็นนักเขียนที่มีผลงานหนังสือมายาวนานกว่า 40 ปี หลายคนรู้จัก เคยได้ยินชื่อ เคยอ่านผลงานของท่าน รวมทั้งคุณนิด ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ซึ่งติดตามผลงานอย่างต่อเนื่องและมีโอกาสได้ไปพบกับนักเขียนในดวงใจท่านนี้มาแล้ว และตั้งใจที่จะไปพบท่านอีก โดยอยากจะรวบรมคนที่สนใจและติดตามผลงานของวิทยากร เชียงกูล จนเกิดแนวคิดตั้งชมรมศึกษาผลงานอาจารย์วิทยากร ขึ้น


เมื่อตั้งเป็นชมรมฯ และเริ่มต้นหาสมาชิก คุณนิดต้องทึ่งเมื่อได้รู้จักกับน้องต๊อดตี้ นิสิตตาบอดที่สนใจอยากเข้าร่วมชมรมฯ นี้ด้วย (นิสิตตาบอดจาก DSS มมส กับโอกาสเดินตามความฝัน+แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการสัมผัสกับนักเขียนไทย "วิทยากร เชียงกูล" )  จนคุณนิดได้โทรแจ้ง อ.วิทยากรด้วยความดีใจ และท่านได้ส่งหนังสือ และไฟล์ผลงานมาให้ ซึ่งคุณนิดได้ส่งต่อให้พี่หนิง (อ้วน) เพื่อนำไปสู่การรับรู้ของน้องต๊อดตี้ นิสิตพิการ ในการได้อ่านผลงานและข้อเขียนของ อ.วิทยากร เชียงกูลต่อไป

การได้รับรู้ว่ามีใครติดตามผลงานบ้าง เป็นกำลังใจที่สำคัญของนักเขียน จนนำมาสู่การตั้งชมรมฯ เพื่อเปิดช่องทางในการเข้าถึง+แลกเปลี่ยน+พบปะกับ อ.วิทยากร เชียงกูล

ปรากฏการณ์เล็กๆนี้ ได้สะท้อนแง่มุมบางอย่าง ดังนี้

  1. ค่าเฉลี่ยการอ่านหนังสือของคนไทนส่วนใหญ่ อ่านหนังสือปีละไม่กี่บรรทัดเท่านั้น ทั้งๆที่มีโอกาสได้อ่านอย่างสะดวก ต่างจากคนตาบอดที่ต้องขวนขวายได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพื่อที่จะได้อ่านหนังสือเล่มที่คนปกติไม่ชอบที่จะอ่าน
  2. คนตาบอดที่อยากอ่าน คงอยากสลับร่างกับคนปกติ เพื่อที่จะได้อ่านหนังสือได้สมใจอยากมากขึ้น
  3. นิสิตตาบอดกลับรู้จักวิทยากร เชียงกูล ในขณะที่คนตาดีหลายคนกลับไม่รู้จัก แสดงถึงความสนใจ การใฝ่เรียนรู้ของคนไทย
  4. ผลงานของนักเขียนนามวิทยากร เชียงกูล ที่มีเนื้อหาเฉพาะด้าน ซึ่งหลายคนไม่รู้จัก ไม่เคยอ่าน แต่นักเขียนท่านนี้มีทัศนะการมองโลกที่รอบด้าน ให้โอกาส เติมความรู้โดยส่งหนังสือ + ไฟล์มาให้ได้อ่าน ถึงแม้ว่า ผลลัพธ์สุดท้ายน้องต๊อดตี้จะชื่นชอบ ประทับใจในผลงานเขียนหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นคือ การมอบความรู้ + แนวคิดต่างหาก
  5. คุณค่าของบันทึกนี้ มิใช่ทำหน้าที่ในทำนอง "ป๋าดัน" เพราะไม่ว่าจะเขียนมากมายแค่ไหน ก็ไม่มีผลต่อน้องต๊อดตี้มากนัก แต่สิ่งที่ได้คือ แรงบันดาลใจ + ข้อคิด + มุมมองใหม่ๆของคนอ่านที่จะทำให้ขบคิดอะไรบางอย่างได้บ้าง