ในหลักสูตรการเรียนระดับบัณฑิตศึกษา ป.โท ป.เอก กำหนดระยะเวลาศึกษาไว้ชัดเจน อย่างที่ มมส.ให้ระยะเวลาศึกษา 5 ปี ปริญญาโทเรียน 2 ปี หากยังไม่จบก็สามารถที่จะรักษาสภาพนิสิต และพยายามเรียน หรือทำวิจัยให้เสร็จในระยะเวลา 5 ปี หากไม่จบ คือ พ้นสภาพนิสิต ออกจากระบบ
หลายคนมาเรียน และทำงานไปด้วย เวลาในแต่ละวัน ถือว่า ไม่พอ ถึงจะแบ่งเวลาก็ยังไม่พออยู่ดี ทำให้หลายคน เรียนจบช้า ยิ่งแบ่งเวลาจากภาระกิจปกติ ทำให้สมาธิในการเรียน การทำวิจัยมีจำกัด หากเป็นคนที่มีสมาธิสั้นยิ่งเกิดปัญหาทันที เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนเกือบจะครบ 5 ปี หลายคนที่กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาเอก พึ่งจะทำวิจัยไปได้เพียงครึ่งเดียว หลายคนพึ่งจะเริ่มต้นทำวิจัย ดังนั้น เมื่อครบ 5 ปี นิสิตบางคนจึงต้องหลุดออกจากระบบไปอย่างน่าเสียดาย
มีแนวคิดจะแก้ไขระเบียบของมหาวิทยาลัย ขยายระยะเวลาให้เป็น 6 ปี เพื่อช่วยเหลือนิสิตปริญญาเอก-โทให้เรียนจบ โดยการต่อเวลาเพิ่มให้อีก แต่ข่าวว่าสภามหาวิทยาลัยไม่อนุมัติ ดังนั้น คนที่ยังไม่จบและเป็นนิสิตมาจะครบ 5 ปี ต้องเร่งให้จบภายในระยะเวลาที่เหลืออยู่ให้ได้
ประเด็นน่าคิด
นิสิตปริญญาโทที่เรียนจบตามหลักสูตรภายใน 2 ปี และปริญญาเอกภายใน 4-5 ปี เป็นผลมาจากความมุ่งมั่น การบริหารจัดการเวลา ทรัพยากร ศักยภาพของตนเอง ต้องตัดสินใจเลือกที่จะทำอย่างหนึ่ง และอย่างอื่นพักรอไว้ก่อน
- หลายครั้งที่ขยายระยะเวลาออกไป ยิ่งเกิดการผัดวันประกันพรุ่งมากขึ้น เมื่อใกล้เส้นตายหรือกำหนดเวลาส่ง หลายคนจะเกิดความกระตือรือร้น
- หลายคนมองว่า คนที่จบช้า หรือไม่จบตามหลักสูตร เป็นผลมาจากการแบ่งเวลาไม่ลงตัว ไม่รับผิดชอบ ฯลฯ แต่ในความเป็นจริง ต่างคนต่างรับผิดชอบหลายเรื่อง หนักเบาต่างกันไป ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องเรียนอย่างเดียว
- หนทางชีวิตไม่ได้มีแค่ทางเดียว มีทางเลือกอื่นอีกมากมาย
- แค่มีโอกาสได้เรียน ไม่ว่าจะจบหรือไม่ ก็ได้รับประสบการณ์ ความรู้และรู้จักเพื่อน มิตรภาพใหม่ๆแล้ว
- คนที่พบอุปสรรค ความล้มเหลว ความยากลำบาก สิ่งเหล่านั้นจะช่วยหล่อหลอมให้เป็นคนที่อดทน เข้มแข็ง หนักแน่นมากกว่าเดิม (หรือไม่ก็ท้อถอย ยอมแพ้ไปเลย)
.