ในที่สุด ความพยายามของคนพิการก็ประสบความสำเร็จ จากข้อเรียกร้องที่ขอให้คนพิการมีความเท่าเทียมกับคนทั่วไป โดยบรรจุคำว่า “ ความพิการ ” ในมาตรา ๓๐
พร้อมทั้งขอให้คนพิการซึ่งมีข้อจำกัดที่หลากหลายได้มีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสวัสดิการ สิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะและความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ โดยปรับคำว่า “ ได้รับ ” ในมาตรา ๕๓ เป็น “เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จาก ”
          ข้อเรียกร้องดังกล่าวได้รับการตอบสนองจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีมติให้ มาตรา ๓๐ และ มาตรา ๕๓ มีข้อความ
ดังต่อไปนี้

 
2007-06-15-1819

มาตรา ๓๐ บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน

ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน

การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอัน ไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้

มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม

มาตรา ๕๓ บุคคลซึ่งพิการหรือทุพพลภาพ มีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสวัสดิการ สิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะและความช่วยเหลืออื่นที่เหมาะสมจากรัฐ

บุคคลวิกลจริตย่อมได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ

ข้อมูลจาก มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย คลิกที่นี่