คืนนี้ครบเรื่องชีวิตธรรมชาติในช่วงฤดูฝน นับตั้งแต่ลมกระโชกแรง อากาศอบอ้าว ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฝ่า ฝนตกปรอยๆ ถ้าเป็นพวกเก็บเห็ดเขาจะบอกว่าฝนตกหยิมๆ ความชื้น ความชุ่มฉ่ำตามมา เนื่องจากที่ผมอยู่ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ แม้แต่ร่องหลุมแอ่งกระทะเล็กๆที่จะเก็บน้ำฝนก็ไม่มี พื้นดินเป็นทรายทำให้น้ำซึมลงใต้ดินภายในวันสองวัน จึงเป็นปัญหาต่อการขยายพันธุ์สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ จำพวก กบ เขียด อึ่งอ่าง เราจึงต้องซื้อเพื่อนร่วมโลกเหล่านี้มาปล่อยในสวนป่าทุกปี ตั้งใจว่าปีนี้จะหาถังซีเมนต์มาฝังใส่น้ำไว้ให้อึ่ง กบเขียด มาวางไข่ แต่ก็นั่นแหละเราเลี้ยงหมู เป็ด ห่าน พวกนี้มักจะเข้าไปเล่นน้ำเฉยเลย
ผมอยู่โยงเฝ้าบ้านจึงเงียบสงบแต่ไม่สงัด เพราะมีเสียงอึ่งอ่างร้องรับกันทั้งคืน นานๆจะมีเสียงนกเค้าแมวร้องสลับ ที่จริงมีเสียงของแมลงกลางคืนนับหมื่นนับแสนเสียง เพียงแต่เป็นกลุ่มเสียงรวมๆกัน ไม่เด่นชัดเหมือนเสียงอึ่งที่ดังก้องราตรี ผมนอนสังเกตเสียงอึ่งที่ร้องรอบๆตัว แปลกตรงที่ว่าเสียงอึ่งไม่ได้ร้องแบบเหมารวม คล้ายกับว่าเขาจะจับเป็นคู่ร้องรับกัน ตัวหนึ่งร้องอึ่ง อีกตัวจะร้องอ่าง ชักสงสัยย่องออกไปนั่งฟังใกล้ๆ อึ่งพวกนี้จะมีประสาทสัมผัสที่เยี่ยมมาก เจ้าพวกที่อยู่ใกล้จะค่อยๆหรี่หลอดเสียงลงจนเงียบในที่สุด เจ้าพวกที่อยู่ไกลยังร้องเป็นปริศนาให้ข้องใจต่อไป ไม่รู้จะทำยังไงจึงกลับมานอนฟังเสียงอึ่งร้องเหมือนเดิม
เราไม่รู้รหัสธรรมชาติของอึ่งว่าร้องทำไม ถ้าคิดว่าร้องหาคู่ก็ไม่น่าจะใช้ คงมีเหตุผลอื่น เพราะร้องเป็นนานสองนานนับ4-5ชั่วโมง และก็รู้อยู่แล้วว่าคู่อยู่ตรงไหน จะมาทำเป็นร้อง”หลงเสียงนางอยู่ทำไม” อึ่งอาจจะร้องเพราะดีใจที่ได้น้ำฝนมาแช่ตัวเล่นก็เป็นได้ อีกประการเสียงร้องน่าจะเรียกศัตรูเช่นงูหรือสัตว์กลางคืนรวมทั้งคนด้วย ผมคิดวนเวียนก็ขบไม่แตกว่าอึ่งร้องเพราะวัตถุประสงค์ใด คอก็ไม่ยื่นยาวแต่เสียงดังมาก ร้องนานๆอย่างนี้ใช้พลังงานเยอะ แสดงว่าพลังงานในตัวอึ่งไม่ธรรมดาแน่นอน "ปลาหมอตายเพราะปาก อึ่งตายเพราะเสียงร้องตัวเอง"
ที่แปลกก็คือเวลาจะหยุดร้อง อึ่งทุกตัวจะหยุดร้องพร้อมกันในวินาทีเดียวกัน ไม่มีเสียงช้าเสียงยานเพื้ยนแม้แต่ตัวเดียว อึ่งทำยังไง หรือมีคอนดักเตอร์อึ่งเป็นการเฉพาะ นี่หมายถึงเสียงกลุ่มอึ่งที่อยู่ในบริเวณที่ผมนอนนะครับ เข้าใจว่าอึ่งจะตั้งวงร้องในรัศมีกลุ่ม การหยุดเลิกร้องจะทำกันในเฉพาะกลุ่ม อึ่งกลุ่มอื่นที่อยู่ไกลๆก็ยังได้ยินเสียงแว่วๆร้องอยู่ แต่ก็จะทยอยงดเสียงเป็นกลุ่ม เหมือนเราเดินไปปิดสวิทซ์ไฟฟ้าแต่ละแห่ง
ผมมีญาติและรู้จักคนชื่ออึ่งหลายคน แต่ที่ชื่นชมชื่นชอบมากคือน้าอึ่งอ๊อบ สนิทใจคุยกันได้ทุกเรื่องเหมือนรู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อน พอเสียงอึ่งธรรมชาติเงียบไป ก็กระหวัดนึกไปถึงเธอ ทำให้คิดเรื่องอึ่งร้องต่อไปอีก รึว่าอึ่งจะร้องเพราะอารมณ์ดี บรรยากาศดี ก็เลยร้องเพื่อเป็นสัญญาณบ่งบอกความร่าเริง หลังจากที่ชวนกันออกมาจากหลุมซ่อนตัว ผมสังเกตเห็นว่าอึ่งมักจะหลบอยู่ใต้ดินที่ร่วนซุย อุณหภูมิเย็นชื้นกว่าจุดอื่น อึ่งน่าจะเป็นสัตว์ประเภทจำศีล คือกินแมลงเต็มท้องแล้วก็นั่งหลับตาอยู่เงียบๆ เป็นการใช้ชีวิตที่สงบง่ายไม่ดิ้นรนอะไรมาก สุขภาพจิตสุขภาพกายน่าจะดีเยี่ยม เป็นตัวอย่างของวิถีชีวิตพอเพียงโดยแท้
สมัยที่ยังเป็นป่าดงคงความเป็นธรรมชาติ อึ่งจะขยายพันธุ์ได้แพร่หลาย ช่วงต้นฝนชาวบ้านจะจับอึ่งมาทำอาหาร อึ่งจะจับได้ง่ายเพราะอุ้ยอ้ายกระโดดช้าขาสั้น กระดุบไปทีละไม่กี่คืบไม่เหมือนกบเขียด เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นอึ่งตัวไหนผอมโซ ส่วนใหญ่อึ่งหน้าฝนจะมีไข่เต็มท้อง มีไขมันขดเป็นเกลียวขาวๆอยู่ในท้องด้วย อึ่งปิ้งย่างหรือต้มยำต้มโคล้งอึ่ง เขาจะไม่ผ่าท้องเอาไส้ออกเหมือนสัตว์อย่างอื่น เพราะไข่อึ่งที่อัดแน่นเต็มท้องจะทะลักไหลเลอะ ชาวบ้านเขาจึงนิยมทำอาหารกันทั้งตัว วิธีรับประทานอึ่งย่างร้อนๆเหลืองหอม เขาก็จะบิท้องออกเป็นคำๆจิ้มแจ่วรสเด็ด เคี้ยวไข่อึ่งมันๆรสชาติเฉพาะไปอีกแบบ นักชิมเขาจะรู้ว่าจุดเศษอาหารในท้องอึ่งอยู่ตรงไหน หยิบออกแล้วก็ชิมส่วนอื่นต่อไป ปริมาณอาหารจะเป็นไข่มากกว่าเนื้อ นี่คือจุดแปลกของอาหารที่ได้จากพ่อครัวหัวป่าก์
พ่อแม่ที่ตั้งชื่อลูกสาวว่าหนูอึ่ง น้องอึ่ง น่าจะมีสาเหตุบางประการ สำหรับน้องสาวคนสุดท้องผม มีที่มาของชื่อเพราะตัวอ้วนกลมกะปุ๊กลุกคล้ายอึ่ง คนไหนอุ้มก็เรียกอึ่ง ..อึ่งไป อึ่งมา.. ก็เรียกหนูอึ่งเสียเลย ชื่อเล่นที่จริงเป็นชื่อถาวรนะครับ ผมไม่เห็นใครขอเปลี่ยนชื่อเล่นสักคน
สาเหตุอีกประการหนึ่ง อาจจะมีที่มาจากหนูคนนั้นร้องเก่ง ร้องได้ยาวๆไม่เหน็ดเหนื่อยเหมือนอึ่ง ก็เลยโมเมตั้งชื่อให้เป็นหนูอึ่งเสียเลย ไม่ทราบว่าสมมุติฐานนี้ถูกต้องรึเปล่า คนชื่ออึ่งยกมือคัดค้านได้นะครับ เฮ้อ!!เรื่องชื่ออึ่ง ชื่อแป๋ว นิด หลิน อ้อย หรือชื่อแดงนี่ยังพอว่านะครับ แต่คนชื่อเล่นว่า“แป๊ด” นี่นึกไม่ออกว่าน่าจะมีสมติฐานมาจากอะไร? อิอิ..
ท่านครูบาที่เคารพ
กราบขอบพระคุณที่ส่งหนังสือมาให้ค่ะ..บทแรกที่เปิดอ่าน...ท่านครูบาคงเดาได้นะคะว่า อ่านบทของใครก่อน ถึงแม้ว่าจะถูกจัดไว้ข้างหลังเล่มก็ตาม....
อ่านแล้ว ย้อนมาอ่านบทอื่นๆข้างหน้า....ทุกบท มีสาระ มีน้ำหนัก มีประเด็น....แล้วก็พบว่า ที่บทท้ายอยู่ท้ายนั้นถูกต้องแล้ว...เพราะเป็นสิ่งได้สรุปหัวใจของเรื่องและเปิดกระโหลกเข้าไปเขย่าสั่นขั้วหัวใจของคนที่ยังมึนงง สับสน หรือหลงทางว่าจะเดินกันอย่างไรถึงจะทำให้อุดมศึกษาของไทย เพื่อคนไทย และแผ่นดินไทยอย่างยั่งยืน
และทำให้เห็นด้วยว่า อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคตที่กำลังจะเข้ารกเข้าพง(คอนกรีต) ไปกันใหญ่นั้น...เหมือนเด็กเล่นขายของกันขนาดหนัก...หากไม่ห้อยหัวลงพร้อมกันทุกคน...อุดมศึกษาไทยก็คงได้แต่ เด็ดยอดไม้มาเสียบแจกัน กันอยู่นั้นแล้ว..และมองไม่เห็นถึงรากกันสักที
ด้วยบทประจ๋อประแจ๋นั้นเองค่ะ ทำให้รู้สึกละอายใจมากทีเดียวว่า ตัวดิฉันยังไม่ได้ทำอะไรอีกมากมาย..และมองเห็นว่ามีอะไรอีกมากมายที่จะทำต่อไป....
ขอบพระคุณค่ะ....
ขออนุญาตเขียนลงไว้ในบันทึกนี้นะคะ....น้าอึ่งอ๊อบ คุณแป๊ด..คงไม่ว่ากันนะคะ
เรียน ครูบาสุทธินันท์ ที่เคารพ
ด้วยความเคารพ
อุทัย
กบ อึ่งอ่างร้องเพราะส่งเสียงบอกพระยาแถนครับครูครับ หน้านามาถึงแล้ว ชาวนาเตรียมตัว วัวควายเตรียมแรง กบ อึ่งอ่าง เขียด ทำหน้าที่ของเจ้าของ ทุกคนทำหน้าที่ของตน พระยาแถนก็อย่าขี้เกียจนะครับ เดี๋ยวไปบุกถึงเมืองฟ้าเมืองแถน
ขอบคุณที่ให้คำตอบในแง่ของตำนานประเพณี
อึ่งตัวนี้อ้วนสมใจแต่เล็กจึงได้ชื่ออึ่ง
ต่อท้ายด้วยอ๊อบเนื่องมาจากกระโดดเก่ง (รวมถึงโดดเวลาเรียนด้วย)
เวลาที่อึ่งตัวนี้จะร้องบ่อย ๆ ก็ต้อ
.....เวลาหิว.......
.....เวลาเหงา.....
.....เวลาเศร้า......
.....เวลา...อยากมีคู่....."ก๊าก"
.....สำหรับเวลาสนุกสนาน.....จะชอบมาเบิกบานใน G2K.....ค่ะ
.....
สวัสดีค่ะพ่อครูฯ
แล้วคืนนี้จะแวะมาเฉลยนะคะว่า ชื่อ แป๊ด นั้น มีที่ว่าว่าอย่างไร
สวัสดีค่ะครูบาสุทธินันท์
และคิดถึงเพื่อนที่รู้ใจเสมอค่ะ
พอดียากรู้ว่ามีคนชื่ออึ่งเยอะเปล่า เพราะก็ชื่ออึ่งเหมือนกัน สมัยเด็กแม่เล่าว่า กินเยอะแล้วตัวกลม คนมาเยี่ยมเลยบอกว่าตัวอ้วนเหมือนอึ่งอ่างเลย ให้ชื่ออึ่งเถอะ ก็เลยได้ที่มาเป็นชื่อนี้ค่ะ
แต่ไม่ค่อยยากจะบอกชื่อเล่นกับใครอายเค้า ทำไงให้มีความมั่นใจในชื่อนี้ค่ะ
อึ่ง