คุณกานต์ ยืนยง เป็นมือ IT ชั้นยอดของเมืองไทยผู้ทำ "ไกรวัล Linux" ซึ่งเป็น Linux ภาคภาษาไทยรายแรกๆ ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยยังไม่มีใครในประเทศไทยรู้จัก Linux
ปัจจุบันคุณกานต์แม้ยังทำงานด้านวิศวกรรมสื่อสารแต่เริ่มผันตัวเข้ามาทำงานด้านสังคมศาสตร์โดยปัจจุบันคุณกานต์เป็นนักศึกษาปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และมีวิญญาณของลูกศิษย์ อ.ป๋วย อย่างเต็มตัวทีเดียว
คุณกานต์ ทำเว็บไซต์ "พลวัต" (http://palawat.com/)
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ประชาไทว่า เว็บไซต์ "พลวัต" ในขณะนี้เข้าไม่ได้แล้ว คุณกานต์ดูเหมือนกำลังย้ายเว็บไปต่างประเทศ และเว็บชั่วคราว http://palawat.wordpress.com/ ก็เข้าไม่ได้เช่นกัน
บทความหนึ่งที่มีในเว็บไซต์ "พลวัต" ที่ผมเห็นด้วยอย่างมาก คือบทความที่ถามหาความรับผิดชอบของกลุ่มคน "รู้ทันทักษิณ" ที่สมัยรัฐบาลก่อนหน้านี้ออกมาแสดงความเห็นใหญ่โตในเรื่องต่างๆ แต่ปัจจุบันกลับเงียบเฉย มิหนำซ้ำบางคนได้ดิบได้ดีและใช้อำนาจบาตรใหญ่อย่างน่าสะพึงกลัว
ผมจำได้ว่ามีคนหนึ่งเขียนหนังสือเป็นชุดเลยว่า "รู้ทัน" นี่ล่ะ แถมมีรายการทีวีกับช่องทีวีผ่านดาวเทียมเจ้าหนึ่งที่เจ้าของสนับสนุนให้ใส่ไข่ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย แต่ปัจจุบันบุคคลนั้นกลืนน้ำลายในสิ่งที่ตัวเองพูดและใช้อำนาจที่ตัวเองได้รับกลั่นแกล้งบุคคลต่างๆ ที่ตัวเองไม่ชอบอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าจะกลับทำในสิ่งที่ตัวเองกว่าหาคนอื่นภายในเวลาไม่ถึงข้ามปี
ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ไม่น่าเชื่อเลยว่าเวลาสั้นๆ กลับพิสูจน์คนได้เร็วขนาดนี้
สำหรับกลุ่ม "รู้ทัน" กลุ่มอื่นๆ กรุณารู้ไว้ด้วยว่าคนกำลังจับตาท่านอยู่นะครับ บุคคลที่ท่านเห็นว่าไม่มีพิษไม่มีภัย บุคคลที่ท่านเห็นว่าเป็นนักเรียนนักศึกษาดีแต่แต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ไปวันๆ ปลุกระดมเท่าไหร่ก็ไม่ช่วยท่านทำงานการเมืองนั้น ที่จริงแล้วเขามีความคิดและคิดได้ลึกซึ้งมาก เขาฉลาดพอที่จะขี้เกียจเพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือของใครครับ
ในช่วงที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสคุยกับคนรุ่นใหม่จำนวนหลายคนทีเดียว และได้รู้ว่าคนเหล่านี้ "ลุ่มลึกในความคิด" มาก และ "งำประกายฉลาดลึก" อย่างที่ทำให้ผมรู้สึกว่าความคิดผมตื้นไปถนัดใจ
ก่อนหน้านี้ผมเคยนึกว่าประเทศไทยจะไร้ความหวัง แต่มีคนหลายคนช่วยเปลี่ยนความคิดของผมครับ
สำหรับคุณกานต์ ผมขอเป็นกำลังใจให้คุณกานต์ครับ ผมชื่นชมความกล้าหาญของคุณกานต์ที่ต่อสู้กับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่ม "รู้ทัน" ซึ่งใช้อำนาจอย่างไม่เกรงกลัวใครทั้งนั้นในขณะนี้
ผมเชื่ออย่างยิ่งว่า "พลวัต" จะต้องยืนยงอยู่ต่อไปครับ
ช่วงนี้คือช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ เพราะประวัติศาสตร์ของประเทศไทยกำลังจะพลิกหน้าใหม่ การเปลี่ยนแปลงย่อมจะมีความเจ็บปวดเกิดขึ้นบ้าง อย่างที่เกิดในวันนี้ แต่วันนี้จะเป็นวันที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ครับ
ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ ....
เข้ามาเยี่ยม...
อ่านบันทึกของอาจารย์แล้ว นึกถึงคำไว้อาลัยของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น...) ซึ่งลิขิตไว้ในหนังสืออนุสรณ์งานศพของสมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์....) บัดนี้ทั้งสองรูปมรณภาพหมดแล้ว
เจ้าประคุณฯ เล่าว่า ในสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ ท่านทั้งสองยังเป็นพระมหาหนุ่มๆ ... ท่านมหาฟื้นและเพื่อนๆ คุยว่า ต่อไปเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วบ้านเมืองคงจะสงบสุข... ทำนองนี้
ท่านมหาธีร์แย้งว่า ต่อไปมัน (คณะราษฎร์) จะต้องทะเลาะกัน รบกันอีก... หลายคนไม่เห็นด้วย แต่ท่านมหาธีร์ก็ยืนยันว่าจะต้องทะเลาะกันแน่นอน...
ต่อมา เหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่ท่านมหาธีร์ให้ความเห็นไว้...
เจ้าประคุณสมเด็จฯ (ฟื้น) ยกย่องเจ้าประคุณสมเด็จฯ (ธีร์) ว่าเป็นผู้คงแก่เรียน รู้ประวัติศาสตร์การเมืองยิ่งกว่าท่าน... ซึ่งสมัยนั้น เมืองไทยยังไม่ค่อยมีผู้รู้เรื่องทำนองนี้...
ไม่แน่ใจว่าตรงกับประเด็นที่อาจารย์เล่ามาหรือไม่ ... แต่อาจสรุปได้ว่า ประวัติศาสตร์มักซ้ำรอย แม้จะไม่ซ้ำรอยเดิม แต่ก็ไม่ได้หนีห่างไปจากเดิม... ประมาณนั้น
เจริญพร
ผมเห็นด้วยกับพระอาจารย์ครับ
เรากำลังจะเห็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทย
แต่เนื้อความยังเป็นเหมือนเดิมครับ เมื่อไหร่เราจะข้ามพ้นรูปแบบเช่นนี้ไปได้เสียทีก็ไม่รู้ครับ