ระบาดวิทยา วังสามหมอ

วันนี้วันที่ 14 มิถุนายน 2550 พวกเราเดินทางออกจากโรงแรมนภาลัยจังหวัดอุดรธานีตั้งแต่เช้า พูดถึงโรงแรมนภาลัย ก็ขอโฆษณาหน่อยนะครับเพราะประทับใจเหลือเกินกับ WIFI ZONE ที่มีอยู่ทุกชั้นของโรงแรม ทำให้แขกที่แบกโน๊ตบุ๊คมาด้วย สามารถเล่นเน๊ตความเร็วสูงได้อย่างสบายใจ ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเราขยายเวลาการเข้าพักเป็น 3 วัน จากเดิมที่คิดว่าจะพักแค่ 2 วัน เพราะสามารถทำงานที่ค้างอยู่ผ่านอินเตอร์เน็ตได้

อันที่จริงค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอินเตอร์เน็ตทั่วโรงแรมในปัจจุบัน ก็ไม่ได้มากมายเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่โรงแรมที่ขอนแก่นแทบทุกโรงแรม ยังปล่อยให้เราต้องไปซื้อการ์ด (ที่ราคาสูงลิบลิ่ว) อยู่เลย เจออย่างโรงแรมนภาลัยอุดรธานีเข้าไป จะไม่ให้ชมยังไงไหวล่ะครับ

กลับมาที่อำเภอวังสามหมอต่อ เมื่อปีที่ผ่านมาพวกเราเคยเดินทางมาที่อำเภอนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อมาสอบสวนการตายผิดปกติจำนวน 9 ราย ในหมู่บ้านหนองกุงทับม้าและบ้านน้อยหาญใจ ซึ่งชาวบ้านคิดว่าเป็นปอบจากต่างถิ่นเข้ามากินคนในหมู่บ้าน และมีความกลัวกันมาก ถึงขนาดไม่ยอมนอนที่บ้านออกมานอนที่ศาลากลางหมู่บ้านกันหมด พวกเราออกสอบสวนร่วมกับแพทย์จากสำนักระบาดถึง 3 ท่าน (หมอที่มา บอกว่า “พี่ก็กลัวเหมือนกัน..”)

การสอบสวนในครั้งนั้น ผู้ป่วยที่เสียชีวิตส่วนใหญ่สามารถอธิบายได้ว่า เป็นการเสียชีวิตด้วยการดำเนินของโรคที่เป็นอยู่แล้ว เช่น End-stage renal failure หรือ Lung Cancer เป็นต้น มีเพียง 4 ราย ที่ไม่สามารถอธิบายได้ ก็คือ พ่อเสียชีวิตและลูกชายวัยฉกรรจ์เสียชีวิตตามไปในไม่กี่วัน อีกคู่เป็นคู่สามีภรรยาที่เสียชีวิตในสภาพคล้าย ๆ กันในเวลาไล่เลี่ยกัน (จัดงานศพภรรยาเสร็จ สามีก็ตายตาม) คุณหมอทั้ง 3 ก็พยายามตั้งประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นไปได้ทั้งหมด เช่น พิษจากเชื้อโบทูลินุ่ม , สารเคมี , โรคประจำตัว ซึ่งสุดท้ายก็ยังไม่สามารถโยงความสัมพันธุ์ได้ ครั้งจะบอกว่าไหลตาย คำว่า “ไหลตาย” มันก็ยังไม่ค่อยมีหลักวิชาการอะไรมารองรับอีก แต่ถึงแม้จะไม่สามารถหาคำตอบของการเสียชีวิตทั้ง 4 รายนี้ได้ พวกเราก็ได้รับประสบการณ์อันมีค่ามากทีเดียว

การเดินทางมาครั้งนี้ เราก็ได้พบกับพี่สุวรรณ นักวิชาการระดับ 7 ประจำโรงพยาบาลวังสามหมออีกครั้ง พร้อมกับหัวหน้าสถานีอนามัยต่างๆ ในอำเภอด้วย (พี่เค้าตลกหน้าตายมากครับ) ที่อำเภอวังสามหมอนี้ ศูนย์ระบาดอำเภอนั้นตั้งอยู่ที่โรงพยาบาล คล้ายกับโรงพยาบาลบ้านดุง และใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันในการเก็บข้อมูลทั้งในระดับโรงพยาบาลและศูนย์ระบาดวิทยาอำเภอ ในการประชุมช่วงเช้าก่อนเริ่มการประเมิน มีเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยบอกถึงปัญหาของโปรแกรม HCIS ที่ใช้ในการบันทึกและส่งข้อมูล ซึ่งพี่จ่อยก็บอกว่าถ้ามันเกินกำลังในการปรับปรุงแก้ไข ก็ให้ยกเครื่องไปที่จังหวัด ที่นั่นจะมีเจ้าหน้าที่คอยแก้ปัญหาให้

การประเมินในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีเจ้าหน้าที่จากสถานีอนามัยมาช่วยค้นข้อมูลเยอะแยะ และพวกเราก็เริ่มคล่องกันแล้ว ปัญหาที่มีการถกเถียงกันในวันนี้ ก็ยังคงเป็นเรื่องเดิมที่เราพบทุกครั้งที่ออกประเมินก็คือความขัดแย้งกันระหว่างมาตรฐานการประเมิน ที่บางครั้งสูงเกินกว่าจะปฎิบัติได้ในการทำงานจริง ซึ่งผมและพี่จ่อยได้ตกลงกันว่า ในการประชุมเครือข่ายวิทยาระดับเขตในครั้งต่อไปต้องมีการเสนอแนะและหาแนวทางร่วมกันในที่ประชุม

ตัวชี้วัดบางตัว เช่น ต้องมีการจัดทำสถานการณ์ครบทั้ง 12 เดือน ซึ่งที่วังสามหมอนั้น มีสถานการณ์แยกรายเดือน แต่ว่าเป็นการเอามานำเสนอครั้งเดียวช่วงสิ้นปี ไม่ได้นำเสอนทุกเดือน แบบนี้เราก็ไม่ให้ ในส่วนของรายงานสอบสวนโรค ก็มีการทำอย่างสม่ำเสมอและได้คะแนนในระดับที่ดี ถือว่าผ่านมาตรฐานการประเมินไปได้อย่างสวยงาม แต่ก็ต้องมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นให้ได้คุณภาพตามที่สำนักระบาดวิทยากำหนด

ตอนบ่ายเราเดินทางไปที่สถานีอนามัยหนองหญ้าไซ ซึ่งยังอยู่ในเขตอำเภอวังสามหมอ พี่หัวหน้าสถานีอนามัย ..(ชื่ออะไรน๊า…อ่าว จำไม่ได้ซะงั้น) ท่านใจดีมาก กรุณาต้มถั่วลิสงสด ๆ ที่เพิ่งขุดขึ้นมาจากไร่ไกล้ ๆ ให้เราทาน รสชาติมันหวานวันดีจริง ๆครับ ซึ่งการประเมินมาตรฐานสถานีอนามัยก็ผ่านไปด้วยดี เนื่องจากมีน้องใหม่เข้ามาทำงานทำให้ได้คะแนนสูงในแทบทุกตัวชี้วัดเลยครับ

วันนี้ก่อนกลับโรงแรม เราบอกให้น้าทองคำพาไปไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองอุดรธานี ที่นี่ตกแต่งพื้นที่บริเวณรอบๆ ศาลหลักเมืองได้สวยงามดูร่มรื่นและเย็นตาเย็นใจมาก ชักจะรักจังหวัดอุดรขึ้นมาแล้ว….ไม่แน่ เราอาจจะได้เป็นลูกเขยเมืองอุดรก็ได้ใครจะไปรู้

พรุ่งนี้พวกเราจะเดินทางไปที่อำเภอกุมภวาปีนะครับ