ถ้าจะให้ลืมมีดพร้า นอกจากห่อยาเส้น ลืมห่อข้าวดีกว่า

ตอนเด็กๆ ตั้งแต่ครั้งกระโน้น ถูกแม่ทิ้งให้อยู่กับพ่อเปนประจำ กิจวัตร ประจำวันงานหลักๆของพ่อคือ นำควายออกจากคอก ปล่อยให้หากิน ตามทุ่งหญ้า ป่าไม้ ตามแต่ควายมันอยากจะไป พ่อมีหน้าที่คอยมองไม่ให้คราดสายตา ไม่ไห้ควายหนีหายหรือปล่อยให้ใครมาไล่ต้อนไปแหล่เปนเนื้อออกขายทำอาหารเท่านั้นเอง หน้าที่รองๆลงมาคือ เข้าป่า เห็นลำปอป่า หรือปอพานที่พ่อเรียก พ่อก็จะ ตัดลำปอ ด้วยมีดพร้า ซึ่งเป็นอาวุธติดตัวที่คัดเอวมาตั้งแต่แรกๆทุกวัน และไม่เคยลืมสักครั้งเดียวที่ออกป่า  พ่อเคยบอกว่า ถ้าจะให้ลืมมีดพร้า นอกจากห่อยาเส้นแล้ว ลืมห่อข้าวดีกว่า พ่อจะลอกเอาแกนทิ้ง เหลือเปลือกไว้ ม้วนเปนวงๆ ตลอดเส้นทางที่ควายเดินไป กว่าจะผ่านพ้นแต่ละป่า ความเปนเด็กๆตัวเล็กๆ เล็กขนาดไหนไม่ต้องบอกก็แค่ ดงหญ้าคาท่วมหัวหาไม่เจอะ มองไม่เห็นนะ ออกสู่ทุ่งหญ้าได้เมื่อไหร่ นั้นแหละ  เป็นเวลาที่เราชอบและรอมานาน ใจจดใจจ่อ ตลอดการเดินทาง ในแต่ละวัน  เราจะได้เลือกพักตามร่มไม้ที่สามารถมองเห็นฝูงควายเราได้ถนัดๆ เปนช่วงเวลาที่รอคอย  เพราะ นอกจาก จะได้เห็นพ่อ นำม้วนปอพาน ออกมาลอกอีกครั้ง โดยเอาเปลื่อกนอกออกให้เหลือแต่เส้นใย  ฟั่นเป็นเชือกควาย แทนอันเก่าที่ เริ่มจะฝุเปลื่อย ใช้งานไม่ได้ไปตามกาล บ้างก็ ฟั่นเอาไว้สนตะพาย ควายน้อยตัวไหม่ที่กำลังโต และดื้อพอที่จะควบคุมไม่ได้แล้ว ต้องแข็งแรงหนาแน่นเป็นพิเศษ เพราะ ต้องจมอยู่ในน้ำมูกจมูกควายตลอดเวลา ตามคำอธิบายของพ่อ  และ บางวัน พ่อยังเล่านิทานให้ฟังอยู่บ่อยๆ เรายังเคยคิดเลยนะว่า ถ้าว่าไม่มีนิทานใต้ร่มไม้ของพ่อ เราจะอยากออกป่ากับพ่อไหมน้า