และวันนี้ เราก็มีนิทาน ใต้ร่มไม้ของพ่อมาฝาก
แต่วันนี้ ต่างจากเรื่องก่อนๆ เพราะมันเกิดขึ้นกลางป่าระหว่างทางการเดินทางออกสู่ทุ่งหญ้า ก็ถือว่าโชคดี ได้ฟังนิทานก่อนกำหนด ก่อนถึงร่มไม้ซะอีก ไม่รู้ว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้พ่อนึกถึงเรื่องนี้ และก็นิทานเรื่องนี้ หรือเปล่านะที่ทำให้เรา ต้องเปนอย่างทุกวันนี้ และทำให้เรามีวันนี้
กาลครั้งหนึ่งนานแสนนาน นานสะจนจำไม่ได้ว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ยังมีนางฟ้านางสวรรค์ตนหนึ่งรูปโฉมโนมพรรณนั้นงาม งามจนหาที่เปลี่ยบปานมิได้ ไม่ว่าจะบนไหนภพไหน ทุกคนก็ต้องทำงาน และมีหน้าที่ ที่ได้รับการมอบหมายให้ต้องรับผิดชอบ นางก็เช่นกัน นางมีหน้าที่ ท่อผ้า และตัดเย็บเครื่องแต่งองค์ทรงกาย ให้กับ ท่านเหล่าเทวดา ทั้งหายทั้งปวง อยู่มาวันหนึ่ง นางลงมาเก็บดอกฝ้ายที่เมืองมนุษย์ เป็นต้นเหตุให้นางต้องละทิ้งหน้าที่หลักของตน นางได้มาพบกับเด็กหนุ่มเลี้ยงควาย ซึ่งนอนหลบแดดอยู่ใต้ต้นฝ้ายนั้นพอดี เด็กหนุ่ม เห็นความงดงามของนางได้เกิดติดตาต้องใจนางเข้าทำให้ชายหนุ่ม เกิดลุ่มหลงรักนางขึ้นมา เมื่อชายหนุ่มรักนางใด ก็อยากที่นางนั้นจะทัดทานไหว ทำให้นางนั้น หลงลืมเวลากลับสวรรค์ เมื่อนางฟ้าลงมาคลุกคลีกับมนุษย์ ผู้มีกิเลสหนาปัญญายังไม่ถึงขั้น ชาญ ญาณ ที่นางได้ สะสมมาก็กลับกลายมลายหายไปสิ้น นางไม่สามารถ กลับสวรรค์ด้วยตัวของนางเอง นางจึงได้อยู่กินกับชายหนุ่มฉันสามีภรรยา สืบมาวันนี้ ตั้งแต่ครั้นนางหายไป ก็ไม่มีใครทำหน้าแทนนาง เครื่องแต่งองค์ของเหล่าเทวดาก็เศ้ราหมองไป เหล่าเทวดาจึงแต่งตั้งให้เทวดาหนุ่มตนหนึ่ง ออกตามหานาง จึงได้มาพบนางที่ใต้ต้นดอกฝ้ายกับสามีของนาง เทวดาหนุ่มเมือเห็นดังนั้นก็ไม่จะทำอย่างไรเมื่อตนไม่มีอำนาจหน้าที่จะตัดสินถูกผิด หรือ ลงโทษนาง จึงตัดสินใจ พลัดพลากนางจากอกสามี ถึงแม้ว่านางจะอ้อนวอน ขอร้องสักปานใด ร้องให้จนฝนแล้ง เทวดาหนุ่มก็ไม่ยอม พานางกลับมาฟังคำตัดสินบนสวรรค์จนได้ ครั้นมาถึงสวรรค์ เหล่าเทวดา ต่างเห็นพองต้องกันว่า นางละทั้งหน้า ของตน ละเมิดกฎสวรรค์ ต้องถูกลงโทษ ด้วยใจที่รักสามี นางได้บอกแก่ เหล่าเทวดาว่าตนยินดีรับโทษทุกประการ หากแต่ขอให้ได้กลับไปยังเมืองมนุษย์ ได้อยู่กินกับสามีของนาง เชคเช่นมนุษย์ เหล่าเทวดาต่างพากันโกรธเคื่อง นางที่ไม่อยากอยู่รับใช้พวกตนบนสวรรค์ จึงให้ตามที่นางของ แต่ ต้องเป็นไปตามคำสาปนี้ นางสามารถกลับเมืองมนุษย์ได้ และต้องสิ้นอายุไขเหมื่อนมนุษย์ทั่งไป และเมื่อ สิ้นอายุไขนั้น นาง และสายเลือดของนาง ต้อง ทำงานท่อฮูกทั้งวันทั้งคืน ตลอดการชั่วนินิรันดร
ใต้ต้นหมากพอกที่หอมหวานน่ากินร่วงหล่นเต็มพื้นที่เรายือยู่ กระรอกหลายตัวต่างพากันเด็ดหมากพอกบนต้น กัดกินอย่างเอร็ดอร่อย พ่อคงเห็นเหมื่อนเรา เพราะ พ่อกำลังแหงนหน้ามองขึ้นไปบนต้นพอก กิ่งแรกของต้นพอกมีสิ่งมีชีวิตสิ่งหนึ่ง กำลังขมักเขม้นทักทอใย ทำงานอย่างตั้งหน้าตั้งตา โดยไม่สนใจเรากับพ่อ ไม่สนใจกระรอก แม้แต่ลูกพอกที่หอมหวานนั้น และนั้นก็เป็นแรงบันดาลที่พ่อนึกถึงนิทานเรื่องนีนี้เอง นั้นงัยสายเลือดของนาง พ่อบอกพร้อมชี้มือบอกทิศทาง ก่อนจะเดินออกจากใต้ร่มพอก ออกไปตามทิศทางที่ฝูงควายเรามุ่งไป ทิ้งเราไว้ ใต้ร่มเงา กับสิ่งที่เป็นคำถามติดตัวเรามา เราไม่ได้มีชีวิตที่ถูกสาปเราคงไม่ต้องทำงานตลอดชีวิตหรอกนะ ก่อนที่เราจะละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างให้ดำเนินต่อไปตามวิธีของมัน ออกวิ่งฝ่าดงหญ้าตามหลังไหวๆ ของพ่อ พร้อมกับคำถามที่ว่า ทำยังไงนะเราถึงจะไม่ต้องทำงานราวกับถูกสาปเหมื่อนนาง ติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้
แล้วนี้คือจุกเริ่นต้นของการเดินทาง ออกเสาะแสวงหา ไคว่คว้ามาซึ่ง จะได้ไม่ต้องทำงานตลอดชีวิต ชั่วลูกชั่วหลาน ราวกับถูกสาป