น่าตกใจเมื่อเห็นหนุ่มอินเดียมามะรุมมะตุ้มรถกันซะขนาดนั้น แต่ก็แอบดีใจได้ของฝากราคาย่อมเยา และดูดีใช้ได้ทีเดียว

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ G2K

เฮ้อ...ช่วงนี้มีอะไรมากระทบจิต ทำให้เบื่อๆ เข้ามาเขียนเรื่องราวให้เพื่อนๆ อ่านดีกว่า เผื่อจะหายเหงาขึ้นมาได้

ต่อเนื่องจากตอนที่ไปเที่ยววังนะคะ

  • คุณไกด์บอกว่า ลงไปเดิน ไปถ่ายรูป ต้องระวังกระเป๋าดีๆ เพราะคนแน่น ระวังจะโดนล้วง และถ้าหลง (วังแห่งสุดท้ายใหญ่) ให้กลับมาเจอกันที่รถ
  • เรื่องกระเป๋าหิ้วผู้หญิง เป็นเรื่องที่ต้องระวังในทุกๆ ที่อยู่แล้ว จึงเป็นปกติที่ต้องแทบจะกอดไว้ดังเป็นลูก ฮ่าฮ่า เพราะมีทั้ง Passport และกะตังค์
  • คุณไกด์ยังย้ำอีกว่า อย่าให้เงินขอทาน ยิ่งเป็นเด็กๆ ด้วยแล้ว เค้าจะมาทำหน้าตาหน้าสงสารมั่กมาก เพราะถ้าให้แล้ว เท่านั้นล่ะ ไม่ถึงครึ่งนาที ลูกเด็กเล็กแดงที่ไหนไม่รู้ เป็นสิบ จะมารุมคุณ ... ครับผม ... ทุกคนไม่มีใครให้
  • คุณไกด์บอกอีกว่า เวลาซื้อของ ต่อรองราคาได้ (นั่นๆ เสร็จเลย บอกไบ้งี้) แต่ถ้าจะไม่ซื้อ ไม่ต้องไปพูดคุยนะ มิฉะนั้น อาจจะเป็นดังในภาพ

ต่อรองราคากันน่าดู

เหตุการณ์นี้ สนุกสนาน ตื่นเต้น ตกกะใจ ขำๆ แปลกแต่จริง ฮ่าฮ่า

ที่ทางออกของวัง จะมีคนวางแผงแบบแบกะดินบ้านเรา ขายของปะปราย แต่ที่เป็นเรื่องเป็นราวคือ งานไม้ มีช้างเป็นตัวเล็กๆ ใหญ่ๆ ใส่ตระกร้า เดินมายัดเยียดให้เราสนใจจะซื้อ

คราวนี้มีคนขายกล่องไม้เดินมาสองสามคน กล่องจะมีลักษณะฉลุบ้าง ประดับด้วยเหล็กบางๆ แกะเป็นลายบ้าง ด้านในบุกำมะหยี่ ดูงานหยาบๆ ไม่เรียบร้อยสักเท่าไหร่

คนขายเสนอขายราคากล่องละ 120 รูปีเท่านั้น จะว่าไปก็ดูดีนะ แต่ก็แพงนะ มีเพื่อนอาจารย์เกิดจะสนใจ พูดคุยกะคนขาย เท่านั้นล่ะ สองสามคน เริ่มกลายเป็นสี่ห้าคน เดินมารุมๆ กลุ่มคณะทัวร์เรา

จากที่เราทำท่าทางไม่สนใจ ก็เริ่มเดินหนี

มีพี่คนนึง กำลังจะหาของฝาก เลยลองต่อราคาดู ได้มากล่องละ 100 รูปี เลยซื้อสองกล่อง เมื่อเห็นว่าขายได้ คนขายจึงส่งม้าเร็วไปบอกเพื่อนๆ มามะรุมมะตุ้มยิ่งขึ้น

พวกเราจึงเดินขึ้นรถมาเลย เพื่อนๆ ถามพี่คนนั้นว่าซื้อมาเท่าไหร่ ได้ความว่า กล่องละร้อย เริ่มมีคนสนในเพิ่มขึ้น เพราะดูดีอยู่ (มันใหญ่ดี)

ด้านนอกรถ

เมื่อเริ่มสนใจ จึงเริ่มคิดจะได้ราคาถูกกว่าพี่คนแรกที่ซื้อ

ต่อไปต่อมาได้ว่า สามกล่องร้อย ผู้เขียนจึงได้มาสามกล่อง และอาจารย์หลายๆ ท่านก็รู้สึกจะคนละสามกล่อง

พี่คนที่ซื้อคนแรกจึงเซ็งไปตามระเบียบ

^__^