วันที่ 11 มิถุนายน 2550
วันนี้เป็นวันจันทร์ ตื่นนอนราวๆ 6.30 น. อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ยังไม่สามารถออกจากหอพักได้ เนื่องจากฝนตกหนักมาก รอจนประมาณ 7 โมงจึงเริ่มซาลงผมมีหน้าที่ตรวจคนไข้ที่คลินิกในช่วงเช้ากับครูลี แต่ช่วงบ่ายจะว่างเพราะว่าสัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ ครูหาญไปประชุมที่เม็กซิโก
สถานการณ์ในช่วงเช้าจัดว่าดี เพราะมีผู้ป่วยใหม่ให้ผมได้ซักประวัติและตรวจร่างกายหลายคน และแต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่น่ารัก ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีคนหนึ่งที่น่าสนใจก็คือว่า คนไข้คนนี้อายุเพียง 51 ปี (ถึงตรงนี้ สาวๆที่อายุประมาณ 45 ขึ้นไปคงดีใจที่ผมเขียนว่า “เพียง”) เธอมาที่คลินิกด้วยอาการปัสสาวะบ่อยและเล็ด นี่อาจจะดูปกติ แต่เธอมีโรคมากมาย ตั้งแต่ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เธอเพิ่งเข้าโรงพยาบาลด้วยเรื่องอัมพฤกษ์ซีกขวา ตอนนี้อาการเริ่มดีขึ้น
เดินได้แต่ยังตอบสนองช้าๆ ที่สำคัญเธอยังคงสูบบุหรี่อยู่ ทั้งๆที่เพิ่งดีขึ้นจากอัมพฤกษ์ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เท่าที่สังเกต ผมพบว่าคนไข้ส่วนมากของผมมักจะมีปัญหาเรื่อง metabolic syndrome ค่อนข้างมาก ทั้งความดันโลหิตสูง เบาหวานและไขมันในเลือดสูง ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าผมต้องดูคนไข้สูงอายุเสียเป็นส่วนใหญ่ หลายคนอ้วนถึงอ้วนมาก ประเภทที่ว่าเวลานอนบนเตียงผ่าตัดแล้ว ก้นเธอยังล้นออกมาเลย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ก็คงตรงตามที่สังเกตเกี่ยวกับอาหารการกิน การไม่กินผัก ภาวะอ้วน และการสูบบุหรี่ ที่จริงแล้วผมก็ไม่ค่อยเห็นการสูบบุหรี่ของสาวๆที่นี่มากนัก (เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่น) แต่เรื่องอาหารที่เขากินกันนั้นล้วนแล้วแต่อุดมไปด้วยแป้งและไขมัน น้อยนักที่จะกินผักแบบบ้านเรา แต่นี่ก็เป็นเพียงการสังเกตจากอาหารที่ขายตามร้านนะครับ ไม่เคยมีโอกาสเข้าไปกินกับเขาในบ้างสักที <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ช่วงบ่ายเป็นเวลาที่มีโอกาสทำงานวิจัยตามที่ได้รับมอบหมาย เพราะว่างจริงๆ เมื่อสัปดาห์ก่อนไม่สามารถมีเวลาว่างได้แม้เพียงครึ่งวัน เนื่องจากเขาผ่าตัดกันแทบทุกวัน วันละหลายๆราย ครูลีบอกว่า สัปดาห์นี้ผมต้องเขียน proposal ที่ 2 ให้แล้วเสร็จ ถึงเวลาเหนื่อยใจมิใช่เหนื่อยการแล้วล่ะสิ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> วันนี้ได้มีโอกาสกลับที่พักก่อน 5 โมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น ระหว่างที่เดินออกจากโรงพยาบาลได้เห็นคนตัดหญ้าหลายคนกำลังทำหน้าที่นี้อยู่ ผมพบเห็นพฤติกรรมบางอย่างที่พึงพอใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ เมื่อเวลามีคนเดินผ่าน พนักงานตัดหญ้าจะหยุดตัดและดับเครื่องตัดหญ้าทันที ผมเห็นแบบนี้ครั้งแรกก็ตอนที่เดินเล่นไป Golden mile complex กับเพื่อนหมอไทยในวันที่พบกันครั้งแรก ตอนนั้นก็นึกว่าเขาหยุดพักเหนื่อย แต่ครั้งหลังนี้รู้แน่แล้วว่าเขาหยุดให้เราเดินผ่าน คงจะเพื่อป้องกันเศษหญ้าหรือวัสดุต่างๆกระเด็นถูกเรา โดยเฉพาะดวงตา อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งปักใจเชื่อ คราวหน้าจะลองเดินผ่านดูอีกครั้ง หากยังเป็นเหมือนเดิมอีก คงจะได้ข้อสรุปว่าเป็นจริงดังที่คิดครับ
โปรแกรม แบบนี้ น่าจะได้ผลเป็นเนื้อ เป็นน้ำ จริงๆ
อาจารย์สอน ดูแล จับมือสอน แบบประกบตัว ให้ทำ
ทำงานตรวจ ผ่าตัด ก็ ยุ่งแล้ว แล้วยังต้องทำงานวิจัยอีก ถ้าจะเหนื่อย แต่น่าจะคุ้มนะคะ
เชียร์ ให้เต็มที่ไปเลยค่ะ
คุณ
ครับ
ต้องแก้ข่าวครับ "อึด" ไม่ใช่ "บึก" หรือจะเรียกว่า "ถึก" ก็ไม่ว่ากันครับ
อาจารย์
ครับ
โปรแกรมนี้เป็นชนิดน้ำกะทิครับ เห็นทั้งข้อดีข้อเสีย (ผมหมายถึงแนวทางการปฏิบัติงาน) ผมต้องคอยเตือนตัวเองตลอดเหมือนกัน ว่าอย่าตามเขาไปเสียทุกอย่าง แนวคิดบางอย่างในการดูแลคนไข้ ผมต้องเก็บไว้ในใจ คงใช้กับที่บ้านเราบ่ได้
เรื่องงานวิจัยเป็นยาขมครับ เมื่อวานคุยกับรุ่นน้อง ว่าอยู่ที่ม.อ.เป็นปี เขียนงานวิจัยไม่ได้สักเรื่อง มาที่นี่ 6 เดือน ต้องคลอดออกมา 3 เรื่อง (เป็นอย่างน้อยในขณะนี้) เจ็บใจครับ เจ็บใจจจจจ