อบต.พุทธบาท..เมืองแห่งรอยเท้าพุทธองค์ จ.เพชรบูรณ์

ต่อจาก อบต.จันเสน  อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ คณะอาจารย์จากสสวช.เดินทางต่อบนถนนสาย ๑๑ ตากฟ้าเพชรบูรณ์ ผ่านแยกท่าตะโก มาถึงแยกวังงิ้วเลี้ยวขวา  ชมบรรยากาศฟาร์มนกกระจอกเทศ  ไร่องุ่น ด้วยงามตามธรรมชาติ   ก่อนถึง อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ มีต้นสักปลูกรายทางถนนตลอดสาย ดูเหมือนกับผักชีโรยหน้า..... แต่คงเป็นนโยบายของกรมทางหลวงหรือทางหลวงชนบท ให้ปลูกต้นไม้ขอบทางเป็นต้นสักทอง

ผ่านที่ว่าการอำเภอชนแดน เลี้ยวซ้ายไป อ.วังโป่ง เข้าไปประมาณ ๗ กิโลเมตร  ถึงที่ทำการอบต.พุทธบาท  ตั้งอยู่บนเนินเขาไกลน้ำท่วม ด้านหน้าเป็นที่ทำการ ด้านหลังเป็นที่ประชุมอบต. ติดแอร์ทั้งหลัง มีเครื่องเสียงครบครัน ...มีผู้มารอคอยการประชุม แล้ว เกือบ ๑๐๐ ท่าน ร่วมกันทาง มหาวิทยาลัยราชภัฎ เพชรบูรณ์ (ตัวแทนจากอธิการบดี).....

คณะอาจารย์ทั้งหมด ขึ้นเวทีคณะกรรมการเตรียมการศูนย์เรียนรู้ม.ชีวิตกล่าวถึงความเป็นมาของโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต......ที่ดำเนินการมาแล้ว ๑ ปี โดย อ.สุรเชษฐ ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง คุยกันหลายเรื่องจนได้ข้อสรุปว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ ขาดแคลนทุนทรัพย์แต่มีความตั่งใจเรียน ระดับอุดมศึกษาอยู่ คณะอาจารย์จากสสวช. จึงบอกว่าให้เตรียมตัวไว้ เมื่อกองทุนยืมเพื่อการศึกษาเปิดรับคราวต่อไป จะเตรียมการเสนอชื่อนักศึกษาของเพชรบูรณ์ด้วย......

และเมื่อได้คุยกับทีมเตรียมการบ้างก็ได้ทราบว่า เมืองนี้เป็นเมืองพุทธ เพราะว่ามีรอยพระพุทธบาท ได้มีการพบหลักฐานรอยพระพุทธบาทบริเวณวัดพระพุทธบาท อ.ชนแดน แต่เป็นดินแดนที่สวยรองจากน้ำหนาว เขาค้อ ป่าตามธรรมชาติหมดสภาพไปแล้ว สภาพตั้งแต่อำเภอชนแดนไปแยกหนองไผ่ หล่มสัก สวยบริสุทธิ์ครับ

แต่ที่แปลกไปอีกคือเป็นอบต.ที่ยากจน อาศัยแต่เงินสนันสนุนอย่างเดียว เพราะที่ดินเกือบทั้งหมดในเขตอบต.พุทธบาทเป็นที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ (อยู่ระหว่างประกาศเป็นพื้นที่ สปก.) ชาวบ้านเกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเผาถ่านและ ปลูกข้าวโพดฝักอ่อน  ชาวบ้านเขารู้สึกว่าข้าวโพดฝักอ่อนแหล่งใหญ่ของประเทศไทย แต่ทำกินแบบเลื่อนลอย ไม่เป็นที่ของตนเอง (เสียภาษีให้อบต.ไร่ละ ๑ บาท) สมมติ อบต.มีเนื้อที่ ๕,๐๐๐ ไร่ ก็มีรายได้ ๕,๐๐๐ บาทต่อปีครับผม...