อีกรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารในองค์กรที่จะพบบ่อยคือการสั่งการจากหัวหน้าหน่วยงานไปยังลูกน้อง ซึ่งต้องยอมรับในเบื้องต้นว่า ในบางหน่วยงานจะมีหัวหน้าหลายระดับ ซึ่งอันนี้ต้องเข้าใจธรรมชาติกันก่อนครับ มีคำถามมาถามผมว่า ถ้าหัวหน้าสั่งการผิด เราเองก็แย้งแล้ว สุดท้ายเขาก็ยังจะให้ทำอีก เราจะทำอย่างไร
คำตอบของผมขอเริ่มในรูปคำถามครับ
- โดยปกติเมื่อเจ้าหน้าสั่ง และเราแย้งแล้วแต่ไม่เป็นผล เราจะทำตามคำสั่งนั้นหรือไม่
- หากเราทำไปแล้ว สุดท้ายความผิดพลาดปรากฏอย่างชัดเจน เราจะชี้หน้าหัวหน้าแล้วบอกว่า เห็นไหมนายผิด เป็นไงละไม่ยอมเชื่อกันบ้างเลย หรือไม่ครับ
- หากเราไม่ทำ เรามีเป้าหมาย เพื่อรอให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมา แล้วค่อยตอกย้ำหรือ
- และหากเราไม่ทำ เพื่อความผิดพลาดปรากฏ คุณไม่คิดหรือว่า ส่วนหนึ่งของความผิดพลาดนั้น หัวหน้าอาจมองว่าเกิดขึ้นเพราะคุณไม่ได้ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นคุณจะชี้แจงว่าอย่างไร
คำตอบของผมสำหรับข้อที่ 1 คือ
สำหรับผม ถ้าเจ้านายสั่งผิด ผมจะแย้งอย่างเป็นมิตรก่อน นั่นคือพยายามท้วงติง ซึ่งบางครั้งท่านก็ไม่ยอมฟัง จะทำอย่างเดียว และหากผมจะต้องเป็นคนรับคำสั่งนี้ ผมก็จะทำตามคำสั่งนั้นครับ ซึ่งปกติผมจะคิดแผนสองไว้รองรับล่วงหน้าครับว่า จะต้องทำอะไร อย่างไร เพื่อให้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด นั่นก็หมายถึง ผมจะไม่พยายามที่จะทำให้คำสั่งของหัวหน้าออกมาแบบผิดอย่างร้ายแรง เพราะนั่นก็หมายถึงผมหรือหน่วยงานของเรานั่นแหละที่ต้องตามแก้อีก ซึ่งอันนี้ผมว่าแย่กว่าครับ
ผมมีหลักคิดในขั้นตอนนี้ว่า องค์กรเป็นของทุกคนไม่ใช่เฉพาะหัวหน้า แต่คนเป็นหัวหน้าต้องเป็นคนรับผิดและชอบ ในความสำเร็จและล้มเลวขององค์กรเป็นคนแรก แน่นอนในระดับปฏิบัติงานต้องทำตามนโยบายให้สำเร็จ และคนปฏิบัติงานอย่างเราก็รับผิดเฉพาะในส่วนที่เป็นการปฏิบัติงานของเราเท่านั้น และแน่นอนหัวหน้าจะให้ความสำคัญกับคนปฏิบัติงานที่ทุ่มเทและสนองนโยบายของท่านเป็นสำคัญ
สำหรับข้อที่สอง อันนี้ผมบอกเลยว่า ผมมักจะไม่รื้อฟื้อหาตะเข็บอะไรอีกครับ ที่สำคัญผมไม่ชอบตอกย้ำความผิดพลาดของใคร และคนที่ทำงานผิดพลาดเขาก็ย่อมจะรู้ตัวของเขาเองอยู่แล้วว่า เขาผิด (อันนี้ยกเว้นบุคคลบางชนิดที่กระจกส่องสะท้อนไม่ทะลุครับ)
สิ่งที่ผมทำคือ ทบทวนความผิดพลาดเพื่อหาทางออก ซึ่งผมมักสื่อสารกับหัวหน้าในลักษณะของการพูดคุยปรึกษาหารือกันมากกว่า
สำหรับคำถามในข้อที่สาม คือ ในใจผมจะไม่สบายใจหากต้องให้ผู้ใหญ่มากล่าวคำว่ายอมรับผิดต่อหน้าลูกน้อง หรือต้องขอโทษลูกน้อง ในทางกลับกันผมก็ไม่ชอบที่จะให้ลูกน้องบังคับให้หัวหน้าหรือผู้ใหญ่ยอมรับผิดก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ไข
เหตุผลเพราะเราต้องทำงานร่วมอีกหลายเรื่อง หากเอาเรื่องความผิดพลาดนี้มาเป็นตัวหลัก แล้วง่ายอื่นๆ จะเดินหน้าต่อได้อย่างไร
ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่จำเป็นต้องชี้แจงจากข้อสี่ครับ เพราะเหตุการณ์ในข้อสี่จะไม่เกิดกับผม เนื่องจาก
- ผมได้นำเสนอแนวคิดของผมก่อนเริ่มทำงานใดๆ ไปแล้ว เพียงท่านไม่เห็นด้วย
- ผมพยายามทำให้เป้าหมายที่ท่านปราถนาบรรลุผลแล้ว
- ผมยอมรับในความผิดพลาดในส่วนการปฏิบัติงานของผมแล้ว
- ดังนั้นที่เหลือก็สุดแล้วแต่ท่านจะพิจารณาครับ
มาเยี่ยม...
น่าสนใจคิดต่อนะครับ
ในมุมของผม...
1 . ใครสั่ง...และเป็นหน้าที่ของคนนี้สั่งไหม...
2 . คำสั่งถูกต้องทั้งศีลธรรมทั้งกฎหมายไหม...
3 . ถ้าไม่ถูกต้อง...ผมค้านและไม่ทำตาม
4 . ถ้าเราทำตาม...ขาข้างหนึ่งของเราอยู่ในคุกแล้วครับ...ฮา ๆ เอิก ๆ
ถ้ากรณีที่เกี่ยวเนื่องด้วยกฏหมาย ผมก็เห็นเหมือนอาจารย์ครับ
แต่กรณีที่แนวคิดหรือการปฏิบัติที่จะนำไปสู่ผลสำเร็จของงาน ที่หมายถึง เส้นทางเพื่อความสำเร็จอาจมีหลายเส้นทาง บางที่ทางที่ผู้ใหญ่ท่านเลือกอาจเป็นเส้นทางที่ไกลกว่าจะถึง กับเส้นทางที่เรานำเสนอที่สั้นและมีความเป็นไปได้แต่ท่านกลับไม่เลือก อันนี้และที่ต้องคิดว่าจะทำกันอย่างไรดี ในฐานะเป็นลูกน้องเขา
السلام عليكم
บันทึกน่าสนใจมาก...
จริงๆแล้วสำหรับมุสลิมมีแนวการปฏิบัติที่รู้กันดีอยู่แล้ว
يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُواْ أَطِيعُواْ اللّهَ وَأَطِيعُواْ الرَّسُولَ وَأُوْلِي الأَمْرِ مِنكُمْ فَإِن تَنَازَعْتُمْ فِي شَيْءٍ فَرُدُّوهُ إِلَى اللّهِ وَالرَّسُولِ إِن كُنتُمْ تُؤْمِنُونَ بِاللّهِ وَالْيَوْمِ الآخِرِ ذَلِكَ خَيْرٌ وَأَحْسَنُ تَأْوِيلاً [النساء : 59]
อายัตนี้ชัด ...
ตออัด.. อัลลอฮฺ .. แล้วรกอซูล .. แล้วผู้บังคับบัญชา..
แต่ถ้ามีอะไรที่โต้แย้งกัน ก็หันกลับไปดูในอัลกุรอานและหะดีษ ว่าไง..
และเป็นที่รู้อีกเช่นกันว่า.. لا طاعة في معصية الله
คือ..ไม่ทำตามคำสั่งที่เป็นเรื่องที่ผิดหลักศาสนา
แต่ก็อย่างที่ อ.ว่า เรื่องหลักแบบนี้แน่นอนอยู่แล้วเราต้องนำศาสนามาก่อน
แต่เรื่องวิธีการทำงานนี้ซิ.. ที่บ่อยครั้งมากที่เจ้านายดูเหมือนอ่อนประสบการณ์ และลูกน้องมีประสบการณ์มากกว่า และเจ้านายไม่ยอมฟังลูกน้องด้วยซิ..
เท่าที่สังเกตดู.. ปัญหาหลักเกิดจาก
ที่สำคัญ ขอให้ทุกคนรักองค์กร . เมื่อใดที่สมาชิกไม่รักองค์กรแล้ว .. องค์กรนั้นก็อยู่ไม่ได้ครับ
เจ๋งจริงๆ ตอบได้ครอบคลุมมาก
คิดตามพอ คิดออก มีข้อ 4 งงๆ ไม่รู้ตอบอย่างไร
พอดี อาจารย์ ไม่ตอบ ก็เลย โอเคค่ะ
เก็ยไว้เป็นตัวอย่างในชีวิตต่อ ดี
ขอบคุณค่ะ
นั่นแหละครับ โดยหลักขององค์กร มีหะดีษบทหนึ่งที่ผมพอจะจำได้แต่ไม่แน่ใจเท่าไรว่าไว้ว่า "เมื่อไรที่ต้องร่วมทางกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป พวกเจ้าต้องตั้งหัวหน้าขึ้นมา"
นั่นหมายถึง เพื่อการตัดสินใจขั้นสุดท้าย เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากความขัดแย้ง
ดังนั้น ผู้นำจะต้องนำอย่างชาญฉลาด และผู้ตามก็จะต้องรู้บทบาทของตนเองด้วยเช่นกัน อันนี้ในอิสลามก็มีหลักการอีกเหมือนกัน ว่าตามอย่างไร ค้านอย่างไร
และขอขอบพระคุณ
ที่แวะมาเยี่ยมครับ ผมไม่ตอบข้อสี่ เพราะข้อสี่จะไม่เกิดกับผมครับ เพราะผมทำตามสามข้อข้างต้นแล้ว
เห็นด้วยกับแนวความคิดของคุณ และก็คิดว่าแบบนี้แหละ "ใช่ค่ะ"