เมื่อคืนเวลาประมาณ 19 นาฬิกาเศษ และล่วงเลยจนกระทั่ง ถึง 23.00 นาฬิกา ผมได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (share & Learn) เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง กับพี่น้องเกษตรกรที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ ส.ป.ก. ของจังหวัดมหาสารคาม ประกอบด้วย อำเภอเมือง อำเภอโกสุมพิสัย กิ่งอำเภอกุดรัง อำเภอบรบือ อำเภอนาเชือก อำเภอนาดูน และอำเภอวาปีประทุม รวมกว่า 50 คน ทุกคนให้ความร่วมมือในการถอดรหัสเป็อย่างดี จากนั้นจึงได้ไล่โจทย์ทีละข้อว่าจากที่ผ่านมา ส.ป.ก. ได้ลงมาช่วยชุมชนอย่างไร
ส.ป.ก. ดีกว่าแม่ยาย... คงต้องขอบอกตรงๆ เลยครับว่าความรู้สึกที่ดีๆ ที่ส.ป.ก. ได้มอบให้กับพี่น้องเกษตกรจังหวัดมหาสารคาม ในการให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาอาชีพนั้นท่านทำได้ดีมาก ชนิดที่ว่าแม่ยายต้องชิดซ้ายเลยทีเดียว ท่านบรรลุวัตถุประสงค์ของการทำงานได้เป็นอย่างดี แต่ท่านหารู้ไม่ว่าท่านได้ฆ่าชีวิตเกษตรกรในทางอ้อม เนื่องจากท่านได้เข้าไปช่วยเหลือทุกอย่างจนกระทั่งพี่น้องเกษตรกรลืมคิดไปว่าเขาจะต้องช่วยเหลือตนเองก่อนก่อนที่จะให้คนอื่นมาช่วย
เพราะอะไร...ที่เป็นมูลเหตุแห่งความเชื่อ ก็เนื่องจากว่าจากการนำเสนอของพี่น้องเกษตรกรทุกกลุ่ม ที่ยังมีการเรียกร้องขอความช่วยเหลือตลอดเวลา (เสมือนเลี้ยงลูกที่ไม่ยอมโต) และที่สำคัญก็คือว่าเกษตรกรทั้ง 5 กลุ่มได้นำเสนอไปในแนวเดียวกันคือ พี่น้องเกษตรกรบอกว่าปัจจุบันตนเอง "มีความเป็นอยู่ที่พอเพียง แต่ไม่พอใช้" เอ...ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ถามไปถามมาก็พบว่าตนเองและครอบครับดำเนินชีวิตอย่างสมถะ คือปลูกอยู่ปลูกกินและเลี้ยงกิน แต่ในขณะเดียวกันการปลูก และการเลี้ยง นำไปขายแล้วไม่สามารถสร้างรายได้ให้เพียงพอกับรายจ่าย เนื่องจากลูกต้องไปเรียนหนังสือ ใช้เงินมากขึ้น
จะทำไงดี...จากสภาพปัญหาดังกล่าวก็คงไม่แตกต่างกันมากนักกับพี่น้องเกษตรกรรายอื่นๆ ที่พบเห็นอยู่ทั่วไป ที่รายได้กับรายจ่ายไม่สมดุลกันในครัวเรือน และหากเมื่อเป็นเช่นนี้เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไรดี...ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ากระบวนการผลิตแบบประณีตจะเป็นทางออกได้หรือไม่ แต่จากที่พี่น้องเกษตรกรที่เป็นเครือข่ายกันอยู่ในปัจจุบันได้ทดลองใช้ ทดลองทำ ก็สามารถทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นครับ
หรือท่านคิดเห็นเป็นอย่างไรครับ
ขอบคุณครับ
อุทัย อันพิมพ์
10 มิถุนายน 2550
สวัสดีครับอาจารย์ นายอุทัย อันพิมพ์
ขอบคุณมากครับ คุณพี่ สะ-มะ-นึ-กะ ที่เข้ามาให้กำลังใจ
ยังอยู่กับท่านครูบาเหมือนเดิมครับ
ตอนนี้ก็ยังตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน๊อตเหมือนเดิมเช่นกันครับ
อุทัย อันพิมพ์