<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">โรงเรียนของแม่ชื่อโรงเรียนวัดพิกุลทอง มันเป็นโรงเรียนเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ติดกับวัดเล็กๆ ชื่อวัดพิกุลทอง ข้างวัดนั้นมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งตัวผมเองเคยไปเรียนเขียนอ่านอยู่เมื่อสมัยยังตัวเล็กๆ</p> ถึงโรงเรียนจะเล็ก วัดจะเล็ก แต่ในสมัยของเจ้าอาวาสรูปก่อนชื่อพระครูสิริรัตโนภาสนั้น ใครตำแหน่งใหญ่ๆ หลายคนก็มีศรัทธาต่อวัดนี้ ทั้งที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ปลัดกระทรวง หรือแม้แต่รองแม่ทัพภาค ในวันพระราชทานเพลิงศพพระครูสิริรัตโนภาส คนใหญ่ๆ เหล่านี้จึงกลับมาทำตัวเล็กๆ อยู่เต็มวัด ถ้าใครไปเปิดดูสมุดบันทึกที่ท่านพระครูบันทึกไว้หลายสิบเล่มเกี่ยวกับเรื่องราวของเด็กๆ ที่ท่านเคยให้ความอุปถัมภ์ก็จะเข้าใจได้ ว่าเด็กน้อยๆ ในสมุดบันทึกหลายเล่มของท่าน ก็คือผู้หลักผู้ใหญ่ที่กลับมาค้อมตัวให้เล็กนิดเดียว เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพ ของผู้ที่มีพระคุณเปี่ยมล้นในวันนั้นนั่นเอง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> มันก็เฉพาะในงานวันนั้นแหละครับที่อะไรๆ ดูจะไม่ธรรมดาในความเป็นสถานที่เล็กๆ ของทั้งวัดและโรงเรียนแห่งนี้ พอกลับเข้าสู่สถานการณ์ปรกติ วัดก็กลับมาเล็ก โรงเรียนกลับมาเล็ก ที่สำคัญ พอไม่มีเจ้าอาวาสรูปเก่า ก็เหมือนจะไม่มี “บุญ”ในความยิ่งใหญ่ที่พอจะเกิดขึ้นได้อีก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ความขาดแคลนมันไม่เคยได้มาเพราะโชคช่วย หลายปีมาแล้วที่โรงเรียนของแม่ไม่มีครูใหม่ๆ บรรจุมาเพิ่ม รอแต่ให้ครูเก่าๆ ชราภาพลงไป แม้ว่า “แม่” ของผมจะยืนยันหนักแน่นว่า “แม่ไม่แก่” แต่นั่นก็เฉพาะความเชื่อส่วนตัวของแม่เท่านั้น เมื่อครูทั้งโรงเรียนต่างก็อยู่ในวัยใกล้เกษียณ ข้อนี้คงสะท้อนนโยบายวางแผนครอบครัวของรัฐว่าทำสำเร็จ และทำโรงเรียนร้างไปหลายแห่งเพราะไม่มีเด็กนักเรียน ครูไม่รู้จะสอนใคร ก็ย้ายไปสอนโรงเรียนอื่น พอครูเก่าย้ายเข้าบรรจุโรงเรียนใหม่ ครูจบใหม่ก็ไม่เหลือโรงเรียนให้บรรจุ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> จะอย่างไรก็ตาม แม่ของผมไม่เคยเดือดร้อนเรื่องการเป็นครูในโรงเรียนเล็กๆ เพิ่งเมื่อปีที่แล้ว แม่ยังรับสอนพิเศษให้เด็กคนหนึ่ง สอนทุกวัน และได้ค่าเรียนพิเศษเดือนละ 100 บาท อืม.. ผมจำได้ว่านี่เป็นอัตราเดียวกับที่แม่เคยรับสอนเด็กเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน แล้วก็ถ้ารวมค่าขนมที่แม่ซื้อให้นักเรียนพิเศษตัวน้อยนี้ด้วยทุกวัน สอนไปได้ 3 วันก็ถือว่าเข้าสู่ระยะขาดทุนแล้ว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> แม่บอกว่าเงินที่ได้จากค่าสอนพิเศษนี้ จะเอาไว้ส่งน้องของผมเรียนหนังสือ- o –</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ไม่กี่เดือนก่อน ผมเพิ่งได้สุนัขลาบราดอร์ตัวหนึ่งมาจากอินเตอร์เน็ต “เจ้าลักกี้” ตอนหลังลักกี้ของผมกลายเป็นคู่ปรับของแม่ไปอย่างไรไม่ทราบ ลักกี้ชอบทำพื้นบ้านให้เฉอะแฉะ ชอบคุ้ยและกัดจนโซฟาพังไปหลังหนึ่ง(ตอนนี้แม่ดัดแปลงมันเป็นที่คว่ำชาม) และลักกี้ชอบออกไปอยู่บนถนน ข้อหลังสุดนี้ทำให้บ้านเราต้องสร้างประตูรั้วขึ้นมาใหม่เพื่อเจ้าลักกี้โดยเฉพาะ และพอรำคาญมันมากๆ แม่ก็บอกกับผมว่า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> “เอามันไปให้คนอื่นเถอะ แม่ไม่ไหวหรอกนะเวลาลูกไม่อยู่นี่ แม่แก่แล้ว”</p> “อ้าว.. ไหนแม่บอกว่ายังไม่แก่ไงครับ” บางทีผมก็แกล้งย้อน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> “ก็เจ้าลักกี้นี่แหละ ที่จะทำให้แม่แก่ไวขึ้น” นั่นผมจึงได้รู้ว่าลักกี้มาเพื่อกระชากความสาวไปจากแม่ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> แม้จะได้ลักกี้มาฟรีๆ แต่แม่ก็ระลึกถึงน้ำใจของคนที่ให้สุนัขตัวนี้แก่เรามาเสมอ เธอสอนผมเรื่องความกตัญญูมาตังแต่เล็ก ตัวผมเอง แม้ไม่ได้ให้อะไรตอบแทนต่อเจ้าของเดิมเป็นชิ้นอัน แต่ก็พยายามติดต่อกับเขาอยู่ไม่ขาด เพื่อบอกถึงพัฒนาการของสุนัข บอกทุกอย่างเกี่ยวกับพฤติกรรมของมัน ยกเว้นเรื่องที่คว่ำชามอันใหม่ของบ้านเรา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ผมบอกกับเขาเสมอ ว่าถ้าเราช่วยอะไรเขาได้ ขอให้เขาบอกโดยไม่ต้องเกรงใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาก็ถามผมขึ้นมาด้วยคำถามของยุคสมัย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> “ไม่ทราบว่าที่บ้านพอจะมีจตุคามเหลือให้บูชาไหม ?”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ผมเคยมีจตุคามกับเขาองค์เดียว และได้มอบให้แก่ผู้มีจิตใจดีที่ไม่ประสงค์จะออกนามท่านหนึ่งไปหลายเดือนแล้ว แต่หลายเดือนมานี้ วงการจตุคามรามเทพเติบโตขึ้นมาก นั่นพร้อมกับความต้องการพุทธคุณจากสำนักตักศิลาเขาอ้อ ซึ่งเป็นสำนักที่กลับมามีชื่อเสียงอย่างเฟื่องฟูยิ่งในยุคจตุคาม และยังตั้งอยู่ใกล้บ้านของผมจนเพื่อนที่อยู่ไกลๆ อดคิดว่าผมต้องมีของดีอยู่มากไม่ได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ผมมีจตุคามจริงๆ เช่าบูชามาในตอนที่น้องบวชเป็นพระอยู่ที่วัดเขาอ้อเมื่อไม่นานนี้เอง แต่เพราะจะออกจากวัดก็ในเดือนกรกฎาคม อย่ากระนั้นเลย ตอนนี้ที่บ้านพ่อก็สะสมจตุคามไว้อีกหลายรุ่น หลายองค์ ใครไปเที่ยวบ้านขอพ่อเถิด ได้แน่ๆ ยกเว้นว่าคนขอจะเป็นผม เพราะผมขอแล้วพ่อไม่ให้ บอกว่ากลัวผมจะเอาไปแจกหมด(สงสัยเขาคิดว่าแจกเองดีกว่า)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ผมโทรศัพท์ไปคุยกับแม่เรื่องที่อดีตเจ้าของของลักกี้เอ่ยขอจตุคาม แม่ก็ตอบรับเป็นอย่างดี และไม่กี่วันต่อมาผมก็ได้รับเมล์ขอบคุณแจ้งว่าได้รับจตุคามแล้วจำนวน 2 องค์ เป็นอันว่าจตุคามได้ช่วยให้เราใจชื้นขึ้น ในเรื่องความกรุณาของเขา ว่าอย่างน้อยเราก็ได้ตอบแทนกลับไปบ้าง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ในทุกวันนี้ กระแสจตุคามนับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำกำไรได้สูงลิ่วในชั่วข้ามคืน วัดหลายวัด ไม่ว่าจะโดยความคิดของวัดเอง หรือโดยความคิดของนายทุนที่ไปแอบอ้างวัด ล้วนแต่ช่วยกันผลิตจตุคามออกมากว่า 300 รุ่น ไม่น่าเชื่อเลยว่ามากรุ่นมากแบบขนาดนี้ แต่จตุคามก็ยังคงได้รับความนิยม พร้อมกันนั้นก็ยังมีของปลอมผลิตตามรุ่นดังๆ ออกมาอีกเพียบ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> การตลาดของจตุคาม เริ่มต้นตั้งแต่รูปแบบ เจ้าพิธี สถานที่ปลุกเสก วัตถุประสงค์ในการจัดสร้าง รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ผมไม่รู้ว่าโดยลักษณาการเช่นนี้ อะไรคือจริงแท้ อะไรคือสิ่งลวง แต่พอวันหนึ่ง ที่วัดเล็กๆ อย่างวัดพิกุลทองเกิดอยากโหนกระแสจตุคามเพื่อจะนำเงินรายได้ไปพัฒนาวัด และโรงเรียน แม่ของผมก็เกิดต้องเข้าไปร่วมด้วยช่วยกันรวมกับครูทุกคน เริ่มตั้งแต่การจัดหามวลสาร การตำพระ การเชิญเกจิอาจารย์สายเขาอ้อเข้าร่วมพิธี ด้วยความมุ่งหวังกันว่าจะได้มีเงินรายได้เป็นกอบเป็นกำเพื่อการพัฒนาสถานที่เล็กๆ ทั้งสองแห่งนี้ ดังวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> แต่แม่ครับ ถึงวันนี้แล้วผมก็ยังไม่ได้ยินข่าวประชาสัมพันธ์จตุคามรามเทพรุ่นวัดพิกุลทอง ปรากฏตามสื่อชนิดใดเลย เช่นนี้แล้วก็เท่ากับว่าสิ่งที่วัดเจตนาจะทำนั้น มาตกม้าตายด้วยการไม่รู้จักขั้นตอนของการตลาดจตุคาม ผมยังไม่เห็นรูปแบบของจตุคามรุ่นนี้ แต่คาดได้ว่าจะเป็นไปตามแบบแผนโบราณที่ไม่แปลกใหม่เย้ายวนอย่างรุ่น “โคตรเศรษฐี” หรือ “ทรัพย์ราชัน” แน่ๆ ดังนั้นจึงค่อนข้างจะสรุปได้ว่าจตุคามรามเทพรุ่นนี้แม้พิธีดี มวลสารดี เจตนาดี แต่ยอดจองจะเป็นไปอย่างเงียบเชียบ ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนรุ่นอื่นๆ ที่เขาทำกันออกมา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> วันนี้ ผมโทรศัพท์ไปหาแม่ ถามว่ากำลังทำอะไรอยู่ เธอบอกว่ากำลังนั่งรับจองจตุคามอยู่ที่วัด เกิดมาเป็นลูกแม่ ผมยังไม่เคยคิดเลยว่า จะมีวันที่แม่ต้องรับนั่งจองพระด้วย แต่น้ำเสียงเธอดูมีความหวัง เหมือนจะเห็นอาคารเรียนหลังใหม่ เห็นเด็กๆ เลือกมาเรียนใกล้บ้านกันมากขึ้น และครูใหม่ที่จบใหม่จะได้มาบรรจุที่นี่บ้าง เพื่อสอนสิ่งใหม่ๆ เช่นคอมพิวเตอร์ หรือภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของครูๆ รุ่นแม่</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ผมไม่กล้าไปวิเคราะห์ให้เธอเสียกำลังใจ เมื่อเธอถามว่ามีใครอยากสั่งจองจตุคามรุ่นวัดพิกุลทองบ้างไหม ซึ่งผมคิดว่านอกจากคนท้องถิ่นแล้ว ในตลาดวงกว้างคงไม่ค่อยต้องการจตุคามรุ่นนี้กันนัก เพราะดูแนวโน้มการกะเก็งกำไรจะเป็นไปได้ยาก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> แต่เอาว่าถึงอย่างนั้นก็เถอะ ผมคงต้องไปขอเช่าบูชาจตุคามรามเทพรุ่นวัดพิกุลทองมาเป็นสมบัติติดตัวของผมเองอย่างแน่ๆ เหตุผลประการหนึ่งก็เพราะผมเคยได้รับความกรุณาจากศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้ ประการหนึ่งเพราะผมเติบโตขึ้นมาได้ก็ด้วยแม่เป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> และประการสำคัญ ต่อให้มีจตุคามผลิตออกมาอีกกี่ร้อยกี่พันรุ่น แต่ก็คงมีรุ่นนี้รุ่นเดียวละครับ ที่แม่ของผมร่วมตำมวลสารกับเขาด้วย</p> จึงขอเป็นพยานร่วมกันนะครับว่า ผมขอจองจตุคามรามเทพรุ่น “แม่ตำ” จำนวน 1 องค์ครับ <p> </p>
แม่กับจตุคาม
ในทุกวันนี้ กระแสจตุคามนับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำกำไรได้สูงลิ่วในชั่วข้ามคืน วัดหลายวัด ไม่ว่าจะโดยความคิดของวัดเอง หรือโดยความคิดของนายทุนที่ไปแอบอ้างวัด ล้วนแต่ช่วยกันผลิตจตุคามออกมากว่า 300 รุ่น ไม่น่าเชื่อเลยว่ามากรุ่นมากแบบขนาดนี้ แต่จตุคามก็ยังคงได้รับความนิยม พร้อมกันนั้นก็ยังมีของปลอมผลิตตามรุ่นดังๆ ออกมาอีกเพียบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย สุระ วรรณแสง · 10 มิ.ย. 2550
ขจิต ฝอยทอง · 10 มิ.ย. 2550
E Esor so Usoh · 10 มิ.ย. 2550
นิสิตช่วยงาน · 10 มิ.ย. 2550
พิสูจน์ · 10 มิ.ย. 2550
จารุวัจน์ شافعى · 10 มิ.ย. 2550
น่ารักจังคุณแม่พี่ภู นี่นะ
ขอเช่ารุ่นเดียวกับ พี่ภู หนึ่งองค์ค่ะ
แล้วเรามาดูกันว่า ของใครจะขลัง ดีไหมคะ 55555