เชิญขวัญเจ้ามาชมบายศรีทอง กรองด้วยแก้ว

ขั้นตอนในการทำขวัญนาค

ตอนที่ 5 (เรียกขวัญ)

           ในตอนที่ 5 นี้  ผมจะเล่าเรื่องของการเรียกขวัญ คำว่าขวัญ เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนเกาะติดอยู่กับตัวคน ถึงแม้ว่าที่บนศีรษะหรือที่เหนือท้ายทอยขึ้นไป จะมีผมหมวดเป็นก้นหอยอยู่ก็ตาม บางคนมีขวัญเดียว บางคนมี 2 ขวัญ หรือมากกว่าก็มี แต่คำว่าขวัญที่แม่เคยเรียกเมื่อตอนที่ลูกตกใจ หรือขวัญที่ปู่ ย่า ตา ยาย เรียกว่า ขวัญเอ๊ย..ขวัญมา..จงมาอยู่กับเนื้อกับตัวนะลูกนะขวัญ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่ดี  คนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ มีความเชื่อกันว่า บุคคลที่จะบวช ได้ถูกปลงผมโกนคิ้วออกไป บางคนอาจจะยังรู้สึกเสียดายในสิ่งที่ตนเคยมี เมื่อบวชเป็นพระไปแล้ว ไม่สามารถที่อยู่ในความสงบได้ ท่องหนังสือ หรือตำรับตำราก็ไม่ได้ มัวแต่ว้าวุ่นหัวใจกระเจิงอยู่  เขาจึงได้ให้ผู้ที่เรียนรู้คัมภีร์ทางศาสนะ มาเรียกมิ่งเชิญขวัญให้ผู้ที่จะบวช จึงเรียกกันว่าทำขวัญนาค”  

        

        ในตอนเชิญขวัญ เป็นขั้นตอนที่สำคัญของพิธีทำขวัญนาค  ผมจะให้นาคนั่งพนมมือ และที่มือมอกล้วยหวีงาม เป็นสิ่งแทนขวัญเอาไว้ และต่อจากนั้นก็เรียกให้บิดา มารดา และญาติผู้ใหญ่ของพ่อนาคที่อยู่ในบริเวณใกล้ ๆ เข้ามานั่งในพิธี เพราะตอนนี้จะต้องมีญาติผู้ใหญ่ มีพ่อ แม่คอยลูบหลังให้นาค  ส่วนผมจะร้องส่งด้วยทำนองเสนาะไปก่อน ดังนี้   

        

        

 บทร้อง เรียกขวัญนาค   

        ศรี ศรี วันนี้วันดี เป็นศรีพญาวัน จะขอเรียกมิ่ง เชิญขวัญพ่อ เป็นหน่อเนื้อมณีนารถ  ขวัญเจ้าเอ๊ย  จงมาอยู่สุขไสยาสน์ให้ยาวยื่น  ขวัญของพ่อนาคอย่าพะวง  อย่าหลงใครไปเป็นอื่น หรือซอกซอนในไพรสี  พุ่มพงพีพิภพและภัยพาล แดนดงกันดานดาษดา ขวัญเจ้าเอ๊ย  มาเถิดหนา  อย่ามัวหมองเชิญขวัญเจ้ามาชมบายศรีทองกรองด้วยแก้ว  งามประเสริฐเลิศแล้วล้วนสลักเสลา  ด้วยแก้วเก้าตระกาล  สร้อยสนสังวาลแหวนนพรัตน์  ผ้าโขมพัตร์ที่เลิศแล้ว ด้วยลายทอง  ขวัญเจ้าเอ๊ย  มาเถิดหนาอย่าเที่ยวท่องในท้องทุ่งหิมพาน  อย่าไปชมห้วยละหารและหุบเหว  เห็นปล่องเปลวอย่าปลื้มใจ  เห็นมาลัยอย่าเลิงหลง  อย่าไปชมมนุษย์บุษบง  อย่าไปหลงระห้อย  เมื่อตอนที่เจ้ายังเล็ก ๆ น้อย ๆ เคยนอนหวาด  แม่ซื้อผี  ปีศาจท้วงทักทาย  มิ่งขวัญหาย ร้องไห้อ้อน เพื่อนเล่นซ่อนเคยหลอกให้  ขวัญเจ้าเอ๊ย... อย่าไป  จงกลับมา  มาอยู่ยืนชื่นเชยอย่าเฉยชา  มานะมิ่งขวัญมา  อย่าถือดี  รุ่งพรุ่งนี้ขวัยพ่อจะบริสุทธิ์  เป็นบุตรพระพุทธเบื้องบาทบงสุ์  ศีลพระอริยสงฆ์ทรงสิกขา พ่อจะได้โปรดพระบิดรและมารดาพรุ่งนี้แน่.....   

                     

แยกไปร้อง เชิญขวัญทำนอง  (เลือกทำนองเพลงที่ฟังแล้วเกิดศรัทธา)

 

              ขวัญเจ้าเอยจงมาสู่     จงมาอยู่กับเนื้อกับตัว 

         ขวัญเจ้าอย่าหวั่นกลัว      ว่าเพศภัยใดจะพาล 

         ให้ขวัญเจ้ามีมนต์มิ่ง        อายุยิ่งอยู่นาน ๆ 

         ได้ฟังพ่อหมอเรียกขวัญ    ให้พ่อนาคเบิกบาน อย่าได้หวั่นได้กลัว   

             ขวัญเจ้าเอย อย่าหลง   อยู่ในดงในพงไพร

         ขวัญพ่ออย่าอาศัย           ในที่อื่นนอกตัว

         หรือขวัญนาคมัวหลงทาง   ตามหาขวัญจนทั่ว   

         ได้ยินหมอเรียกแล้วทูนหัว  กลับมาหาตัว เจ้าเถิดหนา  

             ขวัญพ่อนาคหลบซ่อน   อยู่ดงดอนอยู่แห่งใด

         หรือขวัญพ่ออยู่ในไร่        ขวัญใจอยู่ในนา

         พ่อขวัญอ่อนซ่อนตัว        พ่ออย่ามัวลืมถิ่น

         หรือขวัญพ่อกลัวอดกิน     อาหารเย็นรสโอชา

         ได้ยินพ่อหมอตามหา       ขวัญมะขวัญมาสู่กายเอย...

             ขอให้พ่อนาคตั้งจิต     จะนึกจะคิดในสิ่งใด ๆ

         สติปัญญาของพ่อจงได้    ว่องไวกว่าที่เคย

         อีกทั้งตำราตำรับ             จงหยิบจับอย่านิ่งเฉย

         พ่อนาคจ๋าพ่อนาคเอ๋ย       บวชเรียนชดเชยคุณบิดามารดา...

        ยังมีบทร้องลา นาคลาแฟน ลาบิดา มารดา ลาปู่ย่าตายาย  ลาผู้คนที่มาช่วยงาน  ลาวงดนตรี ลาเครื่องขยายด้วยเพลงแหล่  เพลงอื่น ๆ ซึ้ง ๆ อีกตามสมควรแก่เวลา  ต่อจากนั้นก็จะเป็นพิธีเวียนเทียน เบิกบายศรี ครับ 

        ในตอนต่อ ๆ ไป ผมจะเล่าถึงการถ่ายทอดความรู้ พิธีทำขวัญนาคสู่นักเรียน จนพวกเขาไปออกงานได้แล้วครับ   

(ชำเลือง  มณีวงษ์  : ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม ราชมงคลสรรเสริญ ปี พ.ศ.2547)