โลกธรรมทั้งมวลล้วนมายา / สติปัญญาควรใช้ไตร่ตรองเทอญ
บันทึกนี้ เขียนไว้"เตือนใจตัวเอง" และเผื่อแผ่แก่ผู้อ่านทั้งหลาย
ที่ยังเป็นปุถุชน ซึ่งบางครั้งอาจมีจิต"กระเพื่อมไหว" ลิงโลดใจ
ยามประสบกับสิ่งอันพึงปรารถนา และมีจิตใจ"ฟุบแฟบ" ย่อท้อ
ห่อเหี่ยว เมื่อประสบสิ่งอันไม่พึงปรารถนาทั้งปวง
นั่นคือ "โลกธรรม ๘" อันได้แก่ ได้ลาภ - เสื่อมลาภ,
ได้ยศ - เสื่อมยศ, สรรเสริญ - นินทา, สุข - ทุกข์
ขอนำเสนอเป็นบทกลอน มาให้อ่านกัน ครับ
โลกธรรม ๘
..............
โลกธรรม ธรรมดา ประสาโลก
ย่อมเยกโยก ไม่แน่ แปรเปลี่ยนผัน
"ได้ลาภ-เสื่อมลาภ"เห็น เช่นเดียวกัน
"ได้ยศ"อาจถึงวัน"เสื่อมยศ"ลง
คำ"สรรเสริญ" เยินยอ ปอปั้นแต่ง
อาจกินแหนง คู่"นินทา" อย่าเพลินหลง
ยามสบ"สุข-ทุกข์"คู่ รู้ปล่อยปลง
ทุกท่านคง เคยประสบ พบความจริง
พบโลกธรรม ชอบหรือไม่ อย่าไหวหวั่น
ควรรู้ทัน สติไว ใจแน่วนิ่ง
เห็นโลกธรรม เปลี่ยนไป ได้ประวิง
มองสรรพสิ่ง ควรคิด อนิจจัง
แม้นมีลาภ เสื่อมลาภได้ ไม่นานช้า
สุขอุรา อาจทุกข์ใจ ในภายหลัง
สรรเสริญคู่ นินทา อย่าเผลอพลั้ง
พึงระวัง ใจยึดติด ผิดครรลอง
คำสรรเสริญ ฟังเพราะ เสนาะหู
ระลึกรู้ แค่เพียง เสียงยกย่อง
คำนินทา บาดใจ ไม่สมปอง
ควรประคอง ใจเห็น เป็นธรรมดา
ยศอำนาจ ดูละม้าย คล้าย"หัวโขน"
สลับโอน สวมใส่ ไยกังขา
โลกธรรม ทั้งมวล ล้วนมายา
สติปัญญา ควรใช้ ไตร่ตรองเทอญ๚
.....................................
อนึ่ง. เนื่องจาก"ควันหลง"เกี่ยวกับการ"ยุบหนอ - พองหนอ"
ยังกรุ่นไม่หายคลายจางลงได้ง่ายๆ บันทึกนี้น่าจะเหมาะ
เป็น"ข้อคิด"เตือนใจแก่ทุกฝ่าย ครับผม
...............................................................................................
ผมก็ว่าพันนั้นแหละ
น้องบ่าว ขจิต น่าจะช่วยไปชักชวนน้องๆทีมีอยู่ใน Stock มากมาย ตามมาอ่านด้วยนะ .. อานิสงส์แรงนะจะบอกให้
สวัสดีครับ น้องบ่าว <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>คำสรรเสริญ เยินยอ ที่ปอปั้น
หัวใจพลัน กระเพื่อมไหว ไม่เป็นส่ำ
แม้นจะเพียง เล็กน้อย ผ่านถ้อยคำ
เผลอปล่อยให้ โลกธรรม กัดแล้วเรา </p><p>ขอบคุณสำหรับคำชื่นชมนะ…เล่นเอาหัวใจพองฟูเลย
ต้องท่อง"ยุบหนอ-พองหนอ" อีกแล้วซี…อิอิ</p>
ตอบน้องHandy
ขอนำ"โลกธรรม" เวอร์ชั่นเก่ามาฝากให้เปรียบเทียบดู
โลกธรรม ๘
................
๏ อันโลกธรรม ธรรมดาโลก แปดประการ
แบ่งสองด้าน ชอบ-ไม่ชอบ ด้านละสี่
คือ ได้ลาภ ได้ยศ อยู่ด้านดี
สรรเสริญมี ได้สุข ด้านเดียวกัน
อีกเสื่อมลาภ เสื่อมยศ ไม่ปรารถนา
ทั้งนินทา ทุกข์กาย-ใจ ไร้สุขสันต์
แปดประการ เราเคยพบ ประสบกัน
ทุกวี่วัน หนีไม่พ้น คนธรรมดา
• พบโลกธรรม ไม่ชอบใจ อย่าไหวหวั่น
จิตรู้ทัน ต่อสิ่ง ที่ปรารถนา
ฝึกประจำ มองให้เห็น เป็นธรรมดา
ระลึกว่า โลกธรรมนี้ อนิจจัง
แม้นได้ลาภ ลาภเสื่อมได้ คงไม่ช้า
สุขมีมา อาจทุกข์ใจ ในภายหลัง
สรรเสริญคู่ นินทา จงระวัง
ไม่พลาดพลั้ง หากเข้าใจ ในโลกธรรม๚
....................................................
ขอบใจที่เข้ามาเป็นหน่วยคอยเชียร์แขก...ฮี่ฮี่
สวัสดีค่ะ พี่ Augustman
มีลาภเสื่อมลาภได้อย่าไหวหวั่น
มียศเสื่อมยศพลันมันไม่เที่ยง
มีสรรเสริญ-นินทากาเลเคียง
สุข-ทุกข์เลี่ยงไม่ได้รู้ให้ทัน
มาอ่านโลกธรรม ๘ ค่ะ :D
สวัสดีครับ น้องนุภา
โลกเรานี้ มองให้ดี มีสองด้าน
คงแผ่วผ่าน ประสบ ได้พบเห็น
ดำ-ขาว ร้อน-หนาว เช้าแลเย็น
ตาย-เป็น ทุกข์-สุข คืนแลวัน
พอใจ - ไม่พอใจ ไยกังขา
จะสมหวัง ดังปรารถนา อย่าใฝ่ฝัน
อนิจจัง เป็นจริง ทุกสิ่งอัน
จงรู้ทัน เข้าใจ ใน"โลกธรรม"๚
ขอบคุณมาก ที่แวะมาอ่านและร่วมแจมเป็นกลอน ครับผม
ผู้เขียนขอนำเวอร์ชั่นโคลงสี่สุภาพ และ กาพย์ยานี มาฝาก ครับ
• โลกธรรมท่านกล่าวไว้ แปดประการ
ชอบ-ไม่ชอบกล่าวขาน เอ่ยอ้าง
ทุกคนย่อมพบพาน ยากหลบ- เลี่ยงนา
ควรฝึกใจไว้บ้าง อย่าให้กระเพื่อมไหว
• ฝึกใจจงอย่าให้ เสียที
มองโลกในแง่ดี อย่าแพ้
โลกธรรมที่เกิดมี ย่อมเสื่อม ได้เฮย
สรรพสิ่งมิจริงแท้ จักต้องแปรแผัน
โลกธรรมแปดประการ ต้องพบพานท่านกล่าวอ้าง
ย่อมเห็นเป็นสองทาง ทั้งชอบใจ ไม่ชอบใจ
ยากนักจักหลีกหลบ ยามประสบควรจำไว้
จิตอย่ากระเพื่อมไหว หากระวังไม่เสียที
ขอจงอย่าได้แพ้ มองโลกแต่ในแง่ดี
โลกธรรมบังเกิดมี จักเสื่อมไปได้ทุกครา
สรรพสิ่งมิจริงแท้ ต้องผันแปรตามเวลา
จึงฝากเตือนเพื่อนยา จงพินิจคิดตรองดู ๚
..........................................................................