ตอนที่เดินก้าวเข้ามาสู่วงการ "เรียนรู้" หรือวงการ "การจัดการความรู้" ใหม่ ผมได้ยอนคำว่า "เครือข่ายการเรียนรู้" ผมก็นึกในใจว่า ..มันจำเป็นด้วยหรือ เพราะแต่ละที่แต่ละองค์กร ก็มีวัฒนธรรมไม่เหมือนกัน แล้ว เครือข่ายที่มีบริบทขององค์กรต่างกัน..จะช่วยกันได้อย่างไร..ตอนนั้นไม่กล้าถามใครครับ..เพราะคิดว่าถ้าถามไป..เมื่อมีใครเขาตอบมาผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ตอนนั้น Paradigm เดิมๆของผมยังหนา ยังยึดมั่นถือมั่นอยู่เยอะครับ...
แต่ถึงจะมีข้อคาใจอยู่บ้างก็ไม่ได้ต้านหรือค้านอย่างไร ก็ลองๆเดินเข้าสู่วงการ ทำความรู้จักแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปเรื่อย ใครเขาว่าองค์ไหนมีอะไรดี ก็ลองติดต่อขอเข้าไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดูครับ..(เปิดใจไปหาฝัน) พอนานเข้าเริ่มรู้สึกครับว่า การสร้างเครือข่ายมากๆ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการ "เรียนรู้" อย่างยิ่ง ครับ
- การที่เรามีเครือข่ายหลายๆที่ หลายๆองค์กร ทำให้เรามองเห็นมองมองใหม่ วิธีการใหม่ เทคนิคใหม่ๆ แล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับองค์กรเรา
- ความช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะก่อให้เกิดความคิดใหม่เป็นประจำ อย่างเช่น ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดกับ ทีมงานของ บริษัท NOK เมื่อคุยกันไปคุยกันมา ปรากฏว่าเราทำเรื่องเดียวกัน เพียงแต่ชื่อโครงการ ต่างกัน จึงเกิดการวิเคราะห์ถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละรูปแบบ จนทำให้เราทั้ง 2 บริษัทได้มุมมองใหม่ และวิธีการใหม่ที่สามารถนำไปปฏิบัติในโครงการของตนเองให้ดีขึ้นไปอีก
- ความเป็นมิตรภาพ ก่อให้เกิดพลังครับ เวลาเจอกับเครือข่ายแต่ละครั้ง จะเกิดการพูดคุย ชื่นชมซึ่งกันและกัน เป็นบรรยากาศที่ดี มาก หลายครั้งที่ผมรู้สึกเหนื่อย บางทีก็ท้อครับ แต่เมื่อได้คุยกับเครือข่าย หรือมิตรภาพ ไม่ว่าจะเป็นแบบบปะเจอหน้ากัน หรือแม้แต่ทางโทรศัพท์ หรือทางสื่อใดๆก็แล้วแต่ มักจะก่อให้เกิดพลัง มีกำลังใจที่ฮึกเหิม มุ่งมั่นต่อไป เหมือนเมื่อครั้งที่ผมได้มีโอกาส พบปะกับ พี่เมตตา พี่รัตติยา และพี่สมพร เมื่อครั้งงาน KM องค์กรอัจฉริยะ .ซึ่งเป็นการเจอกันแบบตัวเป็นๆครั้งแรกครับ ..จริงๆแล้วดีใจมากเลยครับ ยิ่งได้ยินพี่ๆบอกว่าติดตามอ่าน ใน blog ของผมทุกวัน อยากบอกว่าหัวใจพองโตมากเลยครับ แต่พยายามเก็บอาการ...การเจอกันครั้งทำให้ผมมีกำลังใจ ที่จะเขียนบันทึกความรู้หรือสิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์มากขึ้น..นี่ก็เป็นเพียง 1 ตัวอย่างของการได้รับกำลังใจจากมิตรภาพครับ
- จากลุ่มเล็กๆสู่กลุ่มใหญ่ขยายผลสู่ระดับชาติ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ผมเริ่มเข้ามาทำงานด้านการจัดการความรู้ พอทำได้ซักระยะ เกิดปิติ เพราะเริ่มเห็นผลต่อการพัฒนาในเชิงบวกตอนนั้นในทีมคุณอำนวยเราเคยคุยกันว่า เรา พูดกันเล่นๆว่า "เราอยากให้กระบวนการนี้ขยายผลเป็นระดับชาติ" แล้วเราก็พูดกันเล่นๆว่า "ซักวันเราจะช่วยกันทำเพื่อชาติ" ผมก็คิดในใจว่า ..คงเป็นแค่ฝันล่ะมั้ง...แต่พอมาถึงตอนนี้ผมมีความเชื่อว่าด้วยพลังจากกลุ่มเล็ก ขยายสู่เครือข่าย สิ่งที่เราเคยคุยกันเล่นๆ น่าจะเป็นจริงได้
เป็นเพียงบางส่วนเท่าที่คิดได้ในตอนนี้(ด้วยมันสมองและปัญญาน้อยๆของผมครับ) โดยรวมแล้วสรุปได้ว่า เวลานี้ผมเชื่อ และ ศรัทธา ต่อพลังของการสร้างเครือข่าย เพื่อการเรียนรู้แล้วครับ..และเข้าใจว่า "ยิ่งเครือข่ายที่มีความแตกต่าง ก็ยิ่งก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนกันได้มาก และเกิดพลังการขับเคลื่อนได้มากเช่นกัน"..แม้ว่าเราจะเป็นประชาชนตัวเล็กคนหนึ่งของชาติ แต่ผมเชื่อว่าการกระทำของเราในเรื่องเหล่านี้จะก่อเกิดผลการพัฒนาที่ดีต่อประเทศชาตได้..แม้จะไม่มากแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำเลย...ครับผม...
เราคงได้ร่วมงานกันแน่นอน ในทุกระดับค่ะ...ยินดีที่ได้อ่านงาน...ไปพบตัว...คุ้น...กันจนคิดว่าเคยพบกันแล้ว...
ยินดีครับ เมตตา..
สวัสดีค่ะ คุณภูคา
นี่แหละคือ Community of Interest and Practice ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ KM แบบธรรมชาติค่ะ
สวัสดีค่ะคุณภูคา
ดีใจค่ะที่ได้มีโอกาสเจอตัวเป็น ๆ ของคุณภูคา ดูสุขุม นุ่มลึก และจริงจัง เหมือนเรื่องเล่าที่ถ่ายทอดโดยคุณภูคา
เสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันมากนัก เพราะเหลียวไปสบตาทีไร คุณภูคา ก็มีสมาชิกรายล้อมขอคำแนะนำตลอดเลยค่ะ
หวังว่าคงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องงานและเรื่องอื่น ๆ ต่อ ๆ ไปนะคะ
อ้อ ระหว่างพี่ กับ พี่เมตตา หนะ เขาเรียกความลงตัวที่แตกต่างค่ะ
ยิ้ม ๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะน้องชาย
พี่หนิงก็อยากF2F น้องชายคนนี้มากๆเลยอ่ะค่ะ เราทำไมเหมือนสวนกันไปกันมาเนอะ
ขอบคุณครับ